KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธรรมะ ที่พุทธศาสนิกชนควรทราบ เพื่อเข้าใจในสัมมาทิฏฐิจิตคือะไรคับ.....ความหมายของจิตทางโลก กับทางธรรมเหมือนกันหรือไม่?
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: จิตคือะไรคับ.....ความหมายของจิตทางโลก กับทางธรรมเหมือนกันหรือไม่?  (อ่าน 43447 ครั้ง)
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 964


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2011, 12:51:14 PM »


ความจริงเกี่ยวกับจิตที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้

สำหรับพุทธเรา การเห็นวิญญาณออกจากร่างไปสัมผัสมิติอื่นเป็นเพียงเปลือกหยาบของความจริง ยังมีเนื้อในแห่งสัจจะที่เป็นธรรมแท้ยิ่งกว่านั้น คือเห็นจิตเกิดดับต่อหน้าต่อตา ทั้งยังมีสติในชีวิตสามัญ ยังพูดคุย ยังเดินเหินอยู่ด้วยอาการเดิมนี้เอง เมื่อเกิดประสบการณ์ภายในดังกล่าวแล้ว จะมีข้อดีเหนือการถอดวิญญาณที่สำคัญคือวางทุกข์เสียได้เหมือนคนรู้ตัวว่าถือถ่านร้อนแล้วโยนทิ้ง ตลอดจนทำลายเหตุแห่งทุกข์เสียได้เหมือนคนรู้ว่าอะไรทำให้ถ่านร้อนก็ทำลายสิ่งนั้นลงเสีย

อย่างไรก็ตาม ควรทราบให้ถี่ถ้วนว่าพระพุทธองค์แสดงเรื่องของจิตไว้อย่างไรบ้าง การเลือกรับรู้เพียงแบบใดแบบหนึ่งอาจทำให้เห็นอะไรด้านเดียว หรือไม่ก็มุ่งเน้นเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเกินไปแบบได้หน้าลืมหลัง จัดเป็นความเห็นที่ขาดความสมบูรณ์ ซึ่งอาจเสียประโยชน์ หรือเป็นผลร้ายต่อตัวเองและผู้อื่นด้วยเงื่อนไขที่คาดเดายาก เช่นบางคนจะอ้างเฉพาะที่พระพุทธองค์สอนเรื่องข้ามภพข้ามชาติจึงจัดว่าวิญญาณเป็นอัตตา ขณะที่บางคนเห็นใครใช้คำสื่อสารง่ายๆเช่น “วิญญาณคนตายจะลอยไปสู่ภพภูมิใหม่” ก็ว่าเขาหลงผิด เพราะตามหลักที่ถูกคือหลังจุติจิตดับลง จะเกิดปฏิสนธิจิตสืบต่อทันที
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 964


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2011, 12:57:17 PM »

ถ้าอ่านมาจนจบ คงได้คำตอบให้กับตัวเองบ้างแล้วนะครับ

ขอให้อ่านให้สนุก ให้เข้าใจนะครับ... ยิ้ม
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #32 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2011, 01:14:43 PM »

ขอบคุณพี่ต่าย ครับ ฮ่าๆๆ

อ่านแล้ว ผ่อนคลายดีนะครับ สำหรับคำสอนของพระพุทธองค์ : )
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
cellulose
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2011, 06:57:24 PM »

ขอบพระคุณคับสำหรับ CD และข้อชี้แนะ ที่ยากจะละสายตา และชวนติดตาม   ทุกถ้อยคำล้วนแต่มีประโยชน์และมอบความกรุณาแก่ผม

ผมรู้สึกโชคดีมาก ..เพราะแรกๆผมคิดว่า
1.ผมชอบหลักธรรมพุทธศาสนาเพราะ การจำแนก แจงแจง เป็นระดับ เป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ซึ่งหาได้ยากจากที่อื่น  พุทธศาสนาสามารถอธิบายได้ ทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของมุนษย์เท่านั้น

2.ผมสนใจในเรื่องปัจจุบัน วิธีการคิด การแก้ไขปัญหา และจินตนาการ โดยมีสมมุติฐานเริ่มต้นที่เชื่อว่า  หากเราทุ่มเทพลังทั้งหมดมาอยู่ในปัจจุบัน  โดยละความยึดติดในตัวตน เราจะรู้ถึงทางเลือกที่ดีที่สุด มีจินตนการสูงสุด ซึ่งทำให้ผมสนใจในเรื่องจิต และสมาธิคับ

3.เอ..ผมเองได้รับรู้ความอนุเคาระห์ของทุกท่าน ทำให้ผมมีความรู้สึกอยากศึกษา เรียนรู้ อย่างลึกซึ้งเหมือนทุกท่าน

ขอบพระคุณคับ
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 964


ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2011, 09:39:10 PM »


ยินดีครับ ทีทำให้ท่านสนใจพระพุทธศาสนา และพยายามค้นหาถึงแก่นแท้ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบอกไว้แล้ว

เราศึกษาไปเรื่อยๆปฏิบัติไปด้วยเรื่อยๆ เราก็จะเข้าใจในหลักธรรมมากขึ้นได้ เป็นลำดับๆไปครับ ถ้ายังติดข้อสงสัยก็ถามมาอีกได้นะครับ

ขอให้เจริญยิ่งขึ้นในธรรมครับ  ยิ้ม
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2011, 07:50:08 PM »

ยินดีเช่นกันครับ ถ้ามีหลัก ก็นำไปปฏิบัติเองได้ครับ

แต่ว่า เส้นทางแห่งมรรคนี้ ควรถือศีลไว้ แล้วก็ภาวนา ก็จะเดินไปในทาง ได้เรื่อยๆ ครับ ส่วนการที่เรามีกัลยาณมิตรที่ดี

ก็จะช่วยเรา ไว้สอบถาม พูดคุยในสิ่งที่ยังติดข้อง หรือยามท้อแท้มีเพื่อนๆ

ก็จะช่วยกันให้กำลังใจกัน จนกว่าจะเดินไปสู่ มรรค สู่ผล ในสักวันหนึ่ง

สู้ๆ นะครับผมทุกท่าน ^_^
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
cellulose
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #36 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2011, 01:48:35 PM »

.....ได้รับCD พร้อมหนังสือแล้วคับ
ขอบพระคุณมากคับ
บันทึกการเข้า
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 11:50:49 AM »

.....ได้รับCD พร้อมหนังสือแล้วคับ
ขอบพระคุณมากคับ

ยินดีครับผม ลองน้อมไปฟังดูนะครับผม
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2011, 11:49:02 PM »

จิต มีบางท่านสรุปไว้ว่า เป็นธัมมารมณ์(อารมณ์) ทรงไว้ที่ใจ ที่รู้ได้ทางใจ แต่ไม่ใช่ใจ

จิต เกิดร่วมกับเจตสิก (สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมจิต ดับพร้อมจิต เกิดที่เดียวกับจิต อาศัยอารมณ์เดียวกับจิต)


เมื่อ เจตสิก คือ เวทนาขันธ์(กลุ่มความรู้สึก) +สัญญาขันธ์(กลุ่มความจำ)+สังขารขันธ์(กลุ่มความคิดปรุงแต่ง)


ยากจังเนาะ(ละเอียดอ่อน มากก ก ก ...ก

แต่สังขารขันธ์ฝ่ายกุศลที่ เดินทางไปถึง ปัญญินทรีย์  คือ ความรู้ทั่วถึงจนเห็นแจ้ง ทั้ง หมดใน 8 เรื่องที่เป็นใหญ่ (โมหะ =อวิชชา=ไม่รู้

อริยสัจ4 ไม่รู้อดีต ไม่รู้อนาคต ไม่รู้ทั้งอดีตและอนาคต ไม่รู้ปฏิจสมุปบาท-อันนีี้ไปหาอ่านเอง นะ)

จนทำหน้าที่ ละเหตุเกิดทุกข์ ได้โดยสิ้นเชิง หรือรู้แจ้งเห็นจริง ซึ่ง ความสุขอย่างยิ่ง คือพระนิพพาน

ดังนั้น พระนิพพาน คือ ธัมมารมณ์ ชนิดหนึ่ง ที่ จิตที่ดีงามบางดวง ได้รับรู้ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
phonsakw
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 1
**

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 94


ดูรายละเอียด
« ตอบ #39 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2011, 01:23:19 AM »


ความจริงเกี่ยวกับจิตที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้

สำหรับพุทธเรา การเห็นวิญญาณออกจากร่างไปสัมผัสมิติอื่นเป็นเพียงเปลือกหยาบของความจริง ยังมีเนื้อในแห่งสัจจะที่เป็นธรรมแท้ยิ่งกว่านั้น คือเห็นจิตเกิดดับต่อหน้าต่อตา ทั้งยังมีสติในชีวิตสามัญ ยังพูดคุย ยังเดินเหินอยู่ด้วยอาการเดิมนี้เอง เมื่อเกิดประสบการณ์ภายในดังกล่าวแล้ว จะมีข้อดีเหนือการถอดวิญญาณที่สำคัญคือวางทุกข์เสียได้เหมือนคนรู้ตัวว่าถือถ่านร้อนแล้วโยนทิ้ง ตลอดจนทำลายเหตุแห่งทุกข์เสียได้เหมือนคนรู้ว่าอะไรทำให้ถ่านร้อนก็ทำลายสิ่งนั้นลงเสีย

อย่างไรก็ตาม ควรทราบให้ถี่ถ้วนว่าพระพุทธองค์แสดงเรื่องของจิตไว้อย่างไรบ้าง การเลือกรับรู้เพียงแบบใดแบบหนึ่งอาจทำให้เห็นอะไรด้านเดียว หรือไม่ก็มุ่งเน้นเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเกินไปแบบได้หน้าลืมหลัง จัดเป็นความเห็นที่ขาดความสมบูรณ์ ซึ่งอาจเสียประโยชน์ หรือเป็นผลร้ายต่อตัวเองและผู้อื่นด้วยเงื่อนไขที่คาดเดายาก เช่นบางคนจะอ้างเฉพาะที่พระพุทธองค์สอนเรื่องข้ามภพข้ามชาติจึงจัดว่าวิญญาณเป็นอัตตา ขณะที่บางคนเห็นใครใช้คำสื่อสารง่ายๆเช่น “วิญญาณคนตายจะลอยไปสู่ภพภูมิใหม่” ก็ว่าเขาหลงผิด เพราะตามหลักที่ถูกคือหลังจุติจิตดับลง จะเกิดปฏิสนธิจิตสืบต่อทันที


วิญญาณนั้นแหละคือ จิตสังขาร หรือกายทิพย์ จะเรียกจุติจิต หรือ ปฏิสนธิจิต ก็คือวิญญาณ หรือ จิตสังขาร หรือกายทิพย์ นั่นเอง -  สิ่งนี้เป็นเพียงเปลือกหยาบของความจริง

นิพพานจิต จิตที่หมดกิเลส  - เป็นแก่นหรือเป็นชั้นในสุดของความจริง
บันทึกการเข้า
cellulose
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #40 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2011, 08:20:22 AM »

ขอบพระคุณคับ  น่าสนใจมากคับ พยายามและค่อยๆถอดทุกคำ  อักษรที่มีความหมายละเอียดอ่อนอยู่คับ
บันทึกการเข้า
phonsakw
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 1
**

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 94


ดูรายละเอียด
« ตอบ #41 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2011, 01:47:59 AM »

คุณcelluloseครับ


วิญญาณนั้นแหละคือ จิตสังขาร หรือกายทิพย์ จะเรียกจุติจิต หรือ ปฏิสนธิจิต ก็คือวิญญาณ หรือ จิตสังขาร หรือกายทิพย์ นั่นเอง -  สิ่งนี้เป็นเพียงเปลือกหยาบของความจริง = ผี หรือเทวา หรือพรหม ฯลฯ ที่เราเคยเป็น และจะเป็นเมื่อเราตาย...นั่นแหละคือ จิต(สังขาร)

นิพพานจิต จิตที่หมดกิเลส  - เป็นแก่นหรือเป็นชั้นในสุดของความจริง = จิตที่เป็นแก่น แม้แต่พกาพรหมยังไม่เห็น หาไม่เจอ  มัจจุราจและพยายมก็หาไม่เจอ
บันทึกการเข้า
yusamui
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 48


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #42 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2012, 01:46:06 PM »

ปล่อยวางเรื่องจิต เจตสิก แล้วมาหาวิธีดับทุกข์จะมีประโยชน์กว่านะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
กระโดดไป: