แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 56
1  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2013, 12:04:24 am
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

นำโดยพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ครอบครัวการุณยศิริ พร้อมญาติมิตร
ได้มีจิตศรัทธาบริจาคปัจจัย ร่วมผ้าป่า 100 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับพระภิกษุ- สามเณรอาพาธ และผู้ป่วยทั่วไป
ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน ๑๔๐,๐๐๐ บาท

พระประกาศพุทธกิจ รองเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้รับปัจจัย

เอาบุญมาฝาก ให้เพื่อนๆอนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
2  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2013, 12:04:00 am
ดีและมีประโยชน์สำหรับชาวต่างชาติมากๆครับน้องกอล์ฟ...ขออนุโมทนาด้วยครับ
3  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2013, 01:36:08 pm
จากที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่า

“ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต, ผู้ใดเห็นตถาคต ผู้นั้นเห็นธรรม; ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้น
เห็นปฏิจจสมุปบาท , ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นเห็นธรรม”

“ภิกษุ ท.! ก่อนแต่นี้
ก็ดี บัดนี้ก็ดี ตถาคตบัญญัติ เฉพาะเรื่องความทุกข์ กับความดับแห่งทุกข์เท่านั้น”


(โดยที่แท้แล้ว เรื่อง ปฏิจจสมุปบาท ก็คือเรื่องการเกิดและการดับแห่งความทุกข์ เป็นเรื่องตัวแท้ของพุทธศาสนาโดยตรง)

ดูก่อนกัจจานะ! คำกล่าวที่ยืนยันลงไปด้วยทิฏฐิว่า “สิ่งทั้งปวง มีอยู่”
ดังนี้ : นี้เป็นส่วนสุด๓ (มิใช่ทางสายกลาง) ที่หนึ่ง; คำ กล่าวที่ยืนยันลงไปด้วย
ทิฏฐิว่า “สิ่งทั้งปวง ไม่มีอยู่” ดังนี้ : นี้เป็นส่วนสุด (มิใช่ทางสายกลาง) ที่สอง
ดูก่อนกัจจานะ! ตถาคต ย่อมแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่เข้าไปหาส่วนสุดทั้งสองนั้น
คือตถาคตย่อมแสดงดังนี้ว่า :-
“เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัย จึงมี สังขารทั้งหลาย;
เพราะมีสังขาร เป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ;
เพราะมีวิญญาณ เป็นปัจจัย จึงมี นามรูป;
เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ;
เพราะมีสฬายตนะ เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ;
เพราะมีผัสสะ เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา;
เพราะมีเวทนา เป็นปัจจัย จึงมี ตัณหา;
เพราะมีตัณหา เป็นปัจจัย จึงมี อุปาทาน;
เพราะมีอุปาทาน เป็นปัจจัย จึงมี ภพ;
เพราะมีภพ เป็นปัจจัย จึงมี ชาติ;
เพราะมีชาติ เป็นปัจจัย ชรามรณ ะ โสกะปริเทวะทุกขะ-
โทมนัส-อุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน : ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้
ย่อมมี ด้วยอาการอย่างนี้. ... ...

เพราะไม่รู้ เพราะไม่รู้ตามลำดับ เพราะไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมคือปฏิจจสมุปบาท
นี้ (จิตของ)หมู่สัตว์นี้ จึงเป็นเหมือนกลุ่มด้ายยุ่ง, ยุ่งเหยิงเหมือนความยุ่งของ
กลุ่มด้ายที่หนาแน่นไปด้วยปม, พันกันยุ่งเหมือนเซิงหญ้ามุญชะและหญ้าปัพพชะ
อย่างนี้; ย่อมไม่ล่วงพ้นสังสาระที่เป็นอบาย ทุคติ วินิบาตไปได้.

พระโสดาบันคือผู้เห็นชัดปฏิจจสมุปบาทโดยวิธีแห่งอริยสัจสี่ --
โสตาปัตติยังคะขึ้นอยู่กับการรู้ปฏิจจสมุปบาทของอริยสาวก

4  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2013, 08:39:27 am

เนื่องด้วยอวิชชา
พระวจนะ
" พระองค์ผู้เจริญ พระองค์กล่าวว่า อวิชชาดังนี้ ก็อวิชชานั้นเป็นอย่างไรเล่า และด้วยเหตุเท่าไร บุคคลจึงชื่อว่าเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งอวิชชา ..................
แน่ะ ภิกษุ ความไม่รู้อันใด เป็นความไม่รู้ในทุกข์ เป็นความไม่รู้ในเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นความไม่รู้ในความดับไม่เหลือของทุกข์ และเป็นความไม่รู้ในทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ นี้เราเรียกว่า อวิชชา และบุคคลชื่อว่าถึงแล้วซึ่งอวิชชา ก็เพราะเหตุไม่รู้ความจริงมีประมาณเท่านี้แล.........................

พระองค์ผู้เจริญ พระองค์กล่าวว่า วิชชา วิชชาดังนี้ ก็วิชชานั้น เป็นอย่างไรและด้วยเหตุเท่าไร บุคคลจึงชื่อว่าเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งวิชชา....
แน่ะภิกษุ ความรู้อันใด เป็นความรู้ในทุกข์ เป็นความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นความรู้ในความดับไม่เหลือของทุกข์ และเป็นความรู้ในทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ นี้เราเรียกว่า วิชชา และ บุคคลชื่อว่า ถึงแล้วซึ่งวิชชา ก็เพราะเหตุรู้ความจริงมีประมาณเท่านี้แล...

ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น ในกรณีนี้ พวกเธอพึงทำความเพียรเพื่อให้รู้ตามจริงว่า นี้เป็นทุกข์ นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์ นี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ ดังนี้เถิด

--มหาวาร.สํ.19/538-539/694-1695...
5  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2013, 08:10:51 am

นิวรณ์ ส่วนใหญ่ เป็น สังขารขันธ์ หรือความคิด ผสมเบื่อหน่าย/ ...ใช่เลยครับผม
อนุโมทนาในความพากเพียรของท่าน the suffering ด้วยครับ
6  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2013, 08:08:26 am
อนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ
7  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2013, 02:01:02 pm
 การทำสมาธินั้น   (เมื่อถูกนิวรณ์ธรรมเข้าแทรกจิต   แก้อย่างไร)
  แก้อารมณ์ของนิวรณ์
นิวรณ์นั้นเมื่อสรุปแล้ว   มี   5   อย่าง   (เขียนแต่โดยย่อให้เข้าใจ   และสามารถนำไปปฏิบัติได้)   ดังนี้
 
1.  พอใจรักใคร่ในอารมณ์ที่ชอบใจมีรูปเป็นต้น   เรียก   กามฉันท์
แก้ด้วยการเจริญอสุภกรรมฐาน   หรือธาตุกัมมัฏฐาน   หรือกายคตาสติ
 
2.  ปองร้ายผู้อื่น   เรียก   พยาบาท
แก้ด้วยเมตตา   การให้อภัยทาน
 
3.  ความที่จิตใจหดหู่และเคลิบเคลิ้ม   เรียก   ถีนมิทธะ
ฝึกกสิณแสงสว่างอยู่ภายในจิต   (จะแก้ความง่วงนอนได้)
 
4.  ฟุ้งซ่านและรำคาญ   เรียก   อุทธัจจกุกุจจะ
สติเพ่งจิต   หรือฝึกเจริญกสิณต่างๆ   (แก้ความฟุ้งซ่านและรำคาญได้)
 
5.  ลังเลไม่ตกลงได้   เรียก   วิจิกิจฉา
8  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2013, 01:59:54 pm

ขอบพระคุณ อนุโมทนาครับ
9  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ เมื่อ: เมษายน 22, 2013, 10:45:42 pm
ครับยิ้มสู้เข้าไว้ ด้วยสติปัญญาที่แข็งแกร่งและมั่นคง  ยิ้ม
10  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: เมษายน 22, 2013, 10:44:55 pm


นิวรณ์ตัวร้าย


 
11  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: มีนาคม 22, 2013, 02:40:20 am

จริงแล้วพี่ก็สบายนะถึงเหงื่อจะท่วมตัว ใจมันสบายอยู่เสมอ

เมืองไทยตอนนี้ก็บ่นกันว่าร้อน พอไปอยู่ยุโรปหิมะตกหน่อย ก็บอกหนาวอยากกลับเมืองไทย เป็นงั้นไป

ไม่มีตรงไหนสบายๆสุขใจตลอดกาลหรอก อยากจะบอกแบบนี้ เราต้องอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่นั้นให้ได้

อยู่ที่ใจนะ ถ้าฝึกกันมาดีแล้ว อยู่ไหนก็อยู่ได้หมดทุกที่...ญี่ปุ่นกี่องศาล่ะครับ เพิ่งกลับมาจากอังกฤษก็ลบ 2 และ 2-6 องศา ซี
บ้านเราก็ 31-34 นะ  ยิ้ม

 
12  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: ขอเพิ่มกระทู้ใหม่ เรื่องไม่มีตรงไหนสบายจริง เมื่อ: มีนาคม 20, 2013, 07:54:13 am

กระทบแน่นอนครับ เพราะเราก็วนเวียนว่ายตายเกิดเจอกันไปรู้เท่าไหร่แล้ว
มากน้อยก็แล้วแต่บุพกรรมที่เจอกันครับ
13  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: มีนาคม 20, 2013, 07:51:58 am

ยังตามตลอดครับ แต่อาจจะห่างลงนิดหนึ่งครับ
เพราะต้องย้ายมาปฎิบัติหน้าที่ในหน่วยใหม่ งานมากขึ้นครับ

เข้ามาแล้วก็สงบสบายใจเหมือนเดิม กายใจสบายเหมือนเดิม แต่สภาพและสภาวะและสถานการณ์เปลี่ยนไป ตามเรื่องโลกๆ  ยิ้ม
14  กิจกรรมที่ช่วยเหลือทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แหล่งทำบุญ หรือ การช่วยเหลือสังคม จากทาง Kammatan.com / งานกฐิน สร้างวัด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สร้างพระพุทธรูป บริจาคโลหิต เพื่อการกุศล ช่วยเหลือ / Re: ทางเว็บ kammatan.com ร่วมทำบุญสร้างเจดีย์ถวายหลวงตามหาบัว เมื่อ: มีนาคม 20, 2013, 07:43:28 am
 

อนุโมทนาบุญครับ สาธุ
15  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2013, 10:21:06 am
ภูมิธรรมในศาสนานี้มีอยู่ ๔ ระดับ เปรียบเสมือนผู้คนในโลก ดังนี้
- ระดับแรก เสมือนผู้ที่พูดและฟัง ภาษารู้เรื่องได้เพียงภาษาเดียว คือ ภาษาของตน
- ระดับสอง เสมือนผู้ที่พูดและฟัง ภาษารู้เรื่องได้ สองภาษา คือของตนเองและของกลุ่มแรก
- ระดับสาม เสมือนผู้ที่พูดและฟัง ภาษารู้เรื่องได้ สามภาษา คือ ภาษาตนเองและภาษาของ สองกลุ่มแรก
- ระดับสี่ เสมือนผู้ที่พูดและฟัง ภาษารู้เรื่องได้ สี่ภาษา คือ ภาษาของตนและของเพื่อนอีกทั้งสามภาษา

พระพุทธเจ้า ท่านจึงได้เปรียบเทียบคนเราออกเป็นบัวสี่เหล่า  สาธุ สาธุ พระพุทธองค์ตรัสคำไหนไม่มีผิดเพี้ยนหรือขัดแย้งกันเลย แม้จะล่วงเลยมาแล้วถึง ๒๕๕๖ ปี
หน้า: [1] 2 3 ... 56