KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับ
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 21, 2020, 08:44:56 AM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ความสำคัญของวันออกพรรษา => http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=92.0
8391 กระทู้ ใน 1466 หัวข้อ โดย 1856 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: Moon888
* หน้าแรก | ช่วยเหลือ | ค้นหา | เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
+  KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับ
|-+  ธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน
| |-+  นั่งสมาธิ แนว กสิณ10 คืออะไร
| | |-+  ทำไมจึงต้องนั่งสมาธิ??
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมจึงต้องนั่งสมาธิ??  (อ่าน 9942 ครั้ง)
smazzyb31275
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2009, 11:52:25 AM »

ตามพุทธประวัติขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้นั้น  พระพุทธเจ้าได้เข้าวิปัสนา(อาจจะพิมพ์ไม่ถูก)หรือที่เรียกว่านั่งสมาธิ  พระพุทธเจ้าได้ใช่เวลาหลายปีในการนั่งสมาธิ  แต่ในที่สุดพระพุทธเจ้าก็ตรัสออกมาว่า  นี่ไม่ใช่ทางหลุดพ้น   และตามพุทธประวัตินั้น  หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว  พระพุทธเจ้าก็ได้ออกฉุดช่วยคน  โดยการเผยแพร่พระธรรมคำสอน  หลักจากนั้นตามพุทธประวัติ  พระพุทธเจ้าไม่ได้นั่งสมาธิเพื่อหาหนทางของการหลุดพ้นอีก  แต่ที่เราเห็นพระพุทธเจ้ายังนั่งสมาธิอยู่  เพราะพระพุทธเจ้าท่านย้อนมองส่องตน  คืออะไร  ย้อนมองส่องตนก็คือ การที่เรานั้นได้ย้อนมองตนเอง  มองถึงสิ่งที่เราทำ 
มีอยู่ครั้งนึงที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามกับภิกษุรูปนึงว่า  "นั่งสมาธิไปเพื่ออะไร"  ภิกษุรูปนั้นตอบไปว่า "เพื่อแสวงหาทางหลุดพ้น" พระพุทธเจ้าจีงตรัสเป็นปริศนาธรรมว่า  "ถ้าหากท่านกำลังนั่งเกวียนอยู่  ถ้าเกวียนไม่เดิน  ท่านจะตีวัว  หรือว่าตีเกวียน"  พระภิกษุเข้าใจทันที่ เพราะ เกวียนก็คือ"กายสังขาร"  วัวก็คือ"จิตญาณ"  แต่ภิกษุก็ยังมีความข้องใจอยู่ว่าทำอย่างไรถึงจะไปนิพพานได้  พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสถามกับภิกษุว่า  "เมื่อท่านละกายสังขารไป  ท่านสามารถเอาอะไรไปได้มั่ง" ภิกษุตอบว่า"จิตญาณ  และกรรมขอรับ"   "แล้วถ้าเจ้าละสังขาร  และอยากเข้าสู่นิพพาน  เจ้าจะต้องละสิ่งใด"  ภิกษุตอบว่า "กรรมขอรับ" "ใช่แล้ว  เพราะว่านิพพานก็คือความว่าง หรืออีกนัยหนึ่งคือเอกภาพ  จะเข้าสู่นิพพานได้จะต้องมีเพียงหนึ่งเท่านั้นก็คืจิตญาณ  หากมีกรรมหนัก  กรรมนั้นก็จะดึงเจ้าให้เข้าสู่ในวัฏฏะสงสารต่อไป"  ภิกษุจึงถามต่อว่า "แล้วเราจะรู้ได้ไงว่ากรรมเราหนักหรือไม่"  พระพุทธเจ้าจึงทรงแนะวิธีว่า  "งั้นเอาแบบนี้  เจ้าจงเตรียมตุ่มใส่น้ำมา 1 ใบ  วันไหนที่เจ้าทำความดีให้ใส่น้ำลงไป 1 ช้อน  วันไหนที่เจ้าทำไม่ดี  ให้เจ้าใส่เกลือลงไป 1 ช้อน  ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ  แล้วเจ้าลองชิมดู  หากว่าน้ำเค็มก็แสดงว่าเจ้านั้นกรรมหนัก  หากว่าจืด  ก็แสดงว่าเจ้านั้นได้ว่างแล้ว  อันว่านิพพานนั้นคือความว่าง  นั่งสมาธินั้นไม่ใช่ว่าไม่ดี  แต่หากเจ้านั่งหลับหูหลับตาอยู่แบบนี้ตลอดเวลา  แล้วพระธรรมคำสอนนี้จะถึงแก่เวไนยได้หรือ  การสร้างบุญมีอยู่ 3 ทาง เจ้าก็รู้  ทรัพเป็นทาน  วิทยาธรรมเป็นทาน  และแรงกายเป็นทาน  หากเจ้ายังนั่งสมาธิอยู่เป็นนิจ  แล้วเจ้าจะได้สร้างทานข้อได้  การฉุดช่วยคนบุญกุศลมหาศาล  ฉุดช่วยคน  เห็นคนอื่นเหมือนเห็นตัวเรา  ทำข้อผิดพลาดไปแก้ไข  นี่ถึงจะเป็นวิถีแห่งนิพพานที่แท้จริง" 


ร่วมศึกษานะครับ
บันทึกการเข้า
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3602


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2009, 12:49:44 PM »

ขอบคุณครับผม : )
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!