KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4กำลังใจ จากครูบา อาจารย์ ในการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4ปลุกใจให้ตื่นตัว
หน้า: 1 [2]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลุกใจให้ตื่นตัว  (อ่าน 23635 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:49:54 PM »

ความเห็นที่ 24 โดยคุณ พัลวัน วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 07:18:19

ถึงคุณหนูเจื้อย

ความ รู้สึกที่ไม่เป็นภาระ หรือไม่เป็นงานหนัก หรือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการปฎิบัติธรรมนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไปให้ถึงได้ยากครับ แต่เหตุที่เราทำไม่ได้ เพราะเรามีความเข้าใจในการปฎิบัติธรรมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อเข้าใจไม่ตรงกับความเป็นจริงแล้วก็เกิดความพยายามที่จะทำไปให้ผิดจาก ความเป็นจริงตามไปด้วยครับ

การปฎิบัติธรรมของผมเองเมื่อเริ่มต้นกับ ครูใหม่ ในวันแรกผมไม่ได้อะไรเลยที่น่าชื่นใจ ดูเหมือนกับว่าการปฎิบัติธรรมเป็นภาระหนักมากเกินไป เพราะผมคิดไปก่อนแล้วว่า ผมจักต้องมีสติให้มากและต่อเนื่อง แต่ความเป็นจริงแล้วความมีสติให้มากและต่อเนื่องของผม ก็คือการเพ่งอารมณ์เท่านั้นเองครับ แม้ตอนนั้นครูจะชี้ให้รู้ว่าผมทำผิด แต่ผมก็ไม่รู้ว่าที่ถูกต้องเป็นอย่างไรครับ

หลังจากนั้นต่อๆมา ผมก็ได้คุยกับครูทาง ICQ อยู่นานหลายครั้งมาก และไปพบครูที่ศาลาลุงชินบ้าง ที่หมู่บ้านลานทองบ้าง ได้ไต่ถามในข้อสงสัยหลายประการครับ ความลังเล สงสัย ก็เริ่มคลี่คลายลงครับ

วิธีการที่ผมใช้แก้ปัญหาเรื่องการปฎิบัติผิด นี้ผมก็ทำง่ายๆดังนี้ครับ คือ ในขณะที่ทำงาน หรือในขณะที่พูดอยู่ หรือกำลังพิมพ์ หรืออะไรก็ตาม ก็ทำการเว้นวรรคจาก งานที่ทำสักชั่วอึดใจ กลับมาสังเกตตัวเราเองว่า เรากำลังรู้สึกอะไร กำลังคิด กำลังทำอะไร หรือกำลังไปรู้ที่ไหน รู้ที่มือ รู้ที่คิด รู้ที่ความจำ(เหตุการณ์ในอดีต) หรือรู้ที่ความฟุ้งซ่านไปในอนาคต(จินตนาการ) หรือฟุ้งซ่านไปเรื่องน่าเพลิดเพลินเช่น กำลังคิดถึงเรื่องอาหารอร่อย คิดถึงหนังที่อยากดู หรือคิดถึงเพลงที่ชอบ หรือแม้แต่ไปคิดถึงเรื่องของดารา หรือแม้แต่มรรคผลก็ตาม ก็ตามรู้อย่างนี้

การ รู้อย่างนี้ ผมไม่ได้รู้โดยใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานนัก คงรู้เพียงชั่วเวลาประมาณ 1 ลมหายใจเท่านั้น แล้วก็ทำงานต่อครับ แต่สิ่งที่พยายามทำคือ ให้รู้ตัวแบบนี้ในแต่ละวันบ่อยครั้งเข้าครับ ตกตอนเย็นก่อนนอนก็ลองทบทวนดูว่า วันนี้เผลอมากน้อยอย่างไร รู้ตัวแบบนี้บ่อยหรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้นครับ

คุณหนูเจื้อยจะลองใช้วิธีนี้ก็ได้นะครับ จะไม่เป็นภาระครับ เพราะในขณะที่เราเว้นวรรคก็เท่ากับเราได้พักจากงานที่ทำด้วยครับ แล้วก็กลับมาสนใจในงานที่ทำต่อไปครับ ลองดูนะครับ

โดยคุณ พัลวัน วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 07:18:19
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:50:28 PM »

ความเห็นที่ 26 โดยคุณ นิดนึง วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 10:02:15

ได้ อ่านกระทู้อย่างนี้แหละค่ะเป็นการปลุกใจให้ตื่นตัวแล้วบ่อยครั้งทีเดียวที่ รู้สึกว่า ปฏิบัติไปแล้วเหมือนจิตใจแห้งผากเริ่มเนือยลง ปกติก็จะอ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทป เหมือนพวกเราบางครั้งก็ทำสมถะช่วยให้จิตสงบเร็วขึ้น บางครั้งทำไม่ได้เลยเพราะเดิมก็ไม่ได้ฝึกนั่งสมาธิอย่างจริงจังมากนัก เรียกว่านั่งนานๆกับเขาก็ไม่ค่อยเป็นค่ะ อย่างมากที่สุดก็แค่เป็นชั่วโมงเอง เลยกว่า
นั้นก็ไม่ไหวซะแล้ว แต่เวลาที่จิตไม่ยอมนิ่งเลย ได้แต่แส่ส่าย ฟุ้งซ่านไปในความคิดมากมาย ก็ใช้วิธีกำหนดลมหายใจแล้วบริกรรมพุทโธโดย ใช้วิธีนับแบบ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ แล้วนับเป็นหนึ่งครั้งนับไปเรื่อยๆ จะพบว่าได้ไม่เท่าไหร่ ก็เริ่มวิ่งไปที่อื่นแล้ว ก็เริ่มนับใหม่
เหมือนชี้ให้เห็นชัดๆ ว่านี่เรานับไปไม่ถึงไหนเลย จิตก็เตลิดเปิดเปิงไปแล้ว แต่บางทีนับไปก็ยังไม่ได้ผลอีก ทีนี้ก็สวดอิติปิโสฯ อยู่ในใจ สวดไปแบบ nonstop มันก็ยังสามารถคิดไปสวดไปได้อีก

ช่วงหลัง ตั้งแต่พี่ปราโมทย์สอนการดูจิตให้แล้ว ความรู้ที่ทราบๆ มาบ้างก็รู้ว่านี่แหละทางลัดสั้นที่สุดแล้ว สำหรับการปฏิบัติ ก็เลยนั่งดูจิตไปเลยเห็นสิ่งที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความคิด เห็นว่าเป็นสิ่งหนึ่งต่างหากที่ไม่ใช่จิต เมื่อจับแยกออกได้ การปฏิบัติก็เลยไม่ยากอย่างที่เคย เพราะแค่เพียงเห็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ใช่จิตเมื่อใด ความสงบระงับก็เกิดขึ้นทุกคราวไป และเมื่อจ้องดูจิตอยู่อย่างนั้น กำลังของสมถะก็เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว อย่างที่พี่ปราโมทย์บอกว่าการดูจิตนั้นเป็นทั้งสมถะกรรมฐาน
และวิปัสสนา กรรมฐาน เพราะจิตมีสมาธิอยู่อย่างพอเพียง และเคยได้พบกับการที่จิตรวมจากการดูจิตในชีวิตประจำวันนี่เอง อย่างที่เคยเล่าๆ ให้พวกเราฟังหลายครั้งแล้วว่า ช่วงที่ตั้งใจดูจิตไปเรื่อยๆ นั้น โดยมี
ความรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาระยะ หนึ่ง ทำงานไปด้วยรู้ตัวไปด้วย พองานเสร็จนั่งเอนตัวลงที่เก้าอี้ หน้าจอคอมฯ นี่เอง ก็เกิดอาการจิตรวม เหมือนกับการโฟกัสแสง ทุกอย่างเป็นไปโดยที่เรากำหนดอะไรไม่ได้เลย ได้แต่นั่งดู
ชั่วระยะเวลา สั้นๆ เท่านั้น พอจิตคลายตัวออก ความแช่มชื่น ผ่องใสอย่างที่ไม่เคยพบมาเลยก็ยังอยู่ต่อไปหลายวันทีเดียว ซึ่งอาการอย่างนี้ตอนหัดนั่งสมาธิก็ยังไม่เคยนั่งได้ขนาดนี้ด้วยซ้ำไป

เล่า ประสบการณ์กันแบบญาติธรรมเพื่อน้องๆ หลานๆ จะได้รื่นเริงในธรรมอย่างที่ได้พบเช่นกัน  และก็มีไม้เด็ดอย่างนึงที่พบก็คือบางครั้งพอปฏิบัติไปนานๆ ก็เริ่มนิ่งเงียบ และเหมือนไม่ก้าวหน้า ก็เกิดกิเลสแทรก เริ่มปฏิบัติไม่ได้ หรือเหมือนว่าเราไม่ปฏิบัติอีกแล้ว ก็หาทางปลุกใจให้ตื่นตัว และก็มาพบอย่างหนึ่งซึ่งแปลกมากก็คือการได้ฟังธรรมจากพี่ปราโมทย์ เป็นธรรมะที่ออกจากใจ
ไม่ว่าจะแสดงให้ใครฟัง หรือแม้แต่กำลังสอนคนอื่นถึงการรู้ตัวก็ตาม ถ้าได้อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ได้ยินได้ฟัง จิตก็จะเกิดอาการสงบระงับ ที่เรียกว่าปัสสัทธิทันที จะเรียกว่าได้กระแสหรือเปล่าไม่แน่ใจค่ะ

นี่แหละค่ะอย่างที่คุณ พัลวันกล่าวไว้ว่า การสอนที่พี่ปราโมทย์สอนพวกเรานั้น บางอย่างไม่มีในตำราใดๆ เป็นโชควาสนาแท้ๆ ที่ได้ มีโอกาสได้รับการสั่งสอน ได้รับฟังธรรมจากพี่ปราโมทย์ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาแก่พวกเรา แม้ว่าพวกเราจะมีมาแบบแปลกๆ แตกต่างกันไป พี่ปราโมทย์ก็หาอุบายพูดจาให้พวกเราลงมาเป็น
ทางที่ถูกต้องเสมอ ไม่ล่องลอยออกนอกลู่นอกทางไป
เป็นมิจฉาทิฏฐิกันไป ตอบแทนพี่ได้แต่เพียง ระลึก"รู้"ทุกครั้งที่คิดถึงพี่ อย่างที่พี่สอนพวกเราไว้ค่ะ

โดยคุณ นิดนึง วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 10:02:15
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:51:16 PM »

ความเห็นที่ 29 โดยคุณ ปราโมทย์ วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 11:43:40

ผมว่าเราอย่าเชียร์กันเองมากนักเลยครับ
ที่เราพูดๆ กันนี้ คนที่สำนักคลองสาม หรือสำนักอื่นๆ
เขาก็พูดอย่างเดียวกันเหมือนกัน
คือพูดว่า "พบแล้ว ทางนี้ถูกที่สุด ดีที่สุด เป็นทางสายเดียว
ฉันแน่ใจได้ด้วยตัวเองแล้ว อาจารย์ของฉันก็เก่งน่านับถือ ฯลฯ"

พระศาสดาของเราท่านจึงให้เอาธรรมเป็นศาสดา
เพราะท่านไม่นิยมให้เอาตัวบุคคลมาเป็นศาสดาต่อจากท่าน
พวกเราลูกหลานพระพุทธเจ้า ก็อย่าหลงกับลัทธิบูชาตัวบุคคลเลยครับ
เอาเป็นว่า ถ้าคิดว่าการเจริญสติสัมปชัญญะแบบนี้ถูกจริต
ก็พยายามทำให้มากเข้าเถอะครับ
ทำแล้วกิเลสตัณหาลดลง หรือว่ามีความสุขมากขึ้น
ก็ขอให้รำลึกนอบน้อมในธรรมของพระศาสดาที่ทรงกรุณาสั่งสอนสืบทอดกันมา
แล้วถ้าจะนึกถึงผม ก็ขอให้นึกถึง "รู้" เอาไว้เถอะครับ
เพราะผมไม่ได้ต้องการลาภสักการะ หรือคำนิยมยกย่องใดๆ จากพวกเรา
มากไปกว่าการที่แต่ละคน ทุกข์ให้น้อยลง
และได้เห็นถึงความอัศจรรย์ของการเจริญสติสัมปชัญญะในพระพุทธศาสนา

มีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้องพวกเราบ้างครับ
คือพวกเราบางคนชอบเอาวัตถุสิ่งของมาให้ผม
เช่นข้าวสาร ปากกา น้ำผลไม้ ผลไม้
ผมก็พยายามปฏิเสธมาตลอด
แต่บางทีก็ต้องรับไว้เพราะเห็นใจผู้ให้ ที่อุตส่าห์ไปหามาแล้ว
ผมไม่ต้องการให้เกิดธรรมเนียมเอาของมาให้ผม
เพราะจะทำให้น้องๆ หลานๆ ที่ไม่ค่อยมีสตางค์รู้สึกลำบากใจที่ไม่มีสิ่งของให้ผม
ถ้าจะทำทาน ก็ขอให้ทำกับพ่อแม่ครูอาจารย์เถอะครับ
ดังนั้น นับแต่นี้ไป ผมจะขอปฏิเสธการรับสิ่งของจากทุกท่านนะครับ
เพราะถือว่าได้บอกกล่าวทั่วกันแล้ว

แต่ถ้าภาวนาและรู้ตัวมาให้เห็น
ผมจะดีใจกว่าทุกอย่างเลยครับ

โดยคุณ ปราโมทย์ วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 11:43:40
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:51:47 PM »

ความเห็นที่ 32 โดยคุณ เจื้อย วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 15:12:53

_/I\_ สาธุค่ะ คุณอาปราโมทย์
จริงๆหนูก็ไม่อาจทราบได้ว่า ทางที่ถูกที่สุด ตรงที่สุด ดีที่สุด คืออะไร
เพียงแต่รู้สึกเท่านั้นเองว่า ตั้งแต่ที่เคยได้ฟังธรรมะจากตัวบุคคลมา
ไม่เคยรู้สึกถูกจริตกับวิธีการสอนของใครมากเท่ากับของคุณอาน่ะค่ะ
และก็คิดว่าพวกกลุ่มในลานธรรม ก็ต้องรู้สึกถูกจริตเหมือนหนูเช่นกัน
จึงรู้สึกดีใจและเป็นโชคดี ที่ได้มีโอกาสมาพบกับหมู่กัลยาณมิตรที่มีจริตเดียวกันน่ะค่ะ

ในบรรดาคำสอนของแต่ละศาสดาในโลกนี้ หนูถูกจริตกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สุด
ในบรรดาผู้ถ่ายทอดคำสอนของพระพุทธเจ้าที่หนูเคยได้พบเจอมา หนูก็ถูกจริตกับวิธีที่คุณอาสอนที่สุด
และในบรรดากลุ่มผู้ใฝ่ธรรมทั้งหลายที่หนูเคยเจอมา หนูก็รู้สึกถูกจริตกับกลุ่มในลานธรรม/วิมุตตินี้ที่สุด

เอาล่ะค่ะ หนูจะเลิกชมพวกเรากันเองละค่ะ หนูแค่อยากจะบอกความรู้สึกเท่านั้นแหละ
และไม่ว่าจะนึกถึงใครหรือทำอะไร ก็จะคอยนึกถึง รู้ อยู่เสมอ ตามที่คุณอาคอยพร่ำสอนค่ะ
(แถมมีเทคนิค เว้นวรรค แบบที่คุณพัลวันแนะนำด้วย อิอิ)

โดยคุณ เจื้อย วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2543 15:12:53
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:52:18 PM »

ความเห็นที่ 35 โดยคุณ สายขิม วัน เสาร์ ที่ 1 เมษายน 2543 09:34:26

ขอขอบพระคุณครูและเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกท่านค่ะ ที่มาช่วยเติมความชุ่มฉ่ำในจิตใจให้

สำหรับขิมนะคะ การปฏิบัติก็เป็นไปแบบคืบคลานไปช้า ๆ
แต่ขิมรู้สึกว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเยอะมากค่ะ
แต่เดิมตอนที่ยังไม่ได้มาพบครูและพวกเรา ขิมนั่งสมาธิไม่ได้เลยค่ะ
ฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา เป็นคนที่โทสะแรงมาก ดีใจก็ดีใจมาก พอเสียใจ
ก็เสียใจมากที่สุด ถ้าโกรธเมื่อไหร่ก็กระจายเมื่อนั้น ขิมเริ่มนั่งสมาธิด้วยความอยาก
คือว่าอยากจะให้ใจตัวเองสงบลงบ้าง อยากเป็นเหมือนพวกเรา
นั่งสมาธิวันแรกมันร้อนมากค่ะ ฟุ้งตลอด ทรมานมาก  คิดดูซิคะคนฟุ้ง ๆ อย่างขิม
ต้องมานั่งอยู่นิ่ง ๆ ซึ่งมันไม่นิ่งจริง ไม่อยากจะพูดเลยว่ามันเป็นไง
ขิมก็ใช้วิธีเดิน ก็รู้สึกว่าความทรมานมันลดลง เพราะมันไม่ต้องอยู่นิ่ง ๆ
แต่ก็ยังคิดตลอดเวลา ความรู้สึกมันวิ่งขึ้น วิ่งลง ระหว่าง กลางหน้าผากกับเท้า
จับอะไรไม่ได้เลย มันเหมือนกับหาหลักยึดไม่ได้ ลอยไป ลอยมา เป็นเดือน ๆ เลยค่ะ
ตอนหลังได้รับคำแนะนำจากพี่ศรัณย์ ก็เลยหันมาจับความรู้สึกที่เท้าอย่างเดียว
ก็ดีขึ้นค่ะ แต่ก็ยังเผลอได้ตลอด แถมเผลอแล้วไม่รู้ว่าเผลออีกต่างหาก
ขิมก็เลยภาวนาพุทโธ ขาวพุทธ ซ้ายโธ ทำไปเรื่อย ๆ กำหนดรู้อยู่ตลอดเวลา
เดินไป เดินมา ถ้าเผลอไปคิดโน่นคิดนี่มันจะกลายเป็นซ้ายพุทธ ขวาโธ
ก็จะรู้ทันทีว่านี่เราเผลอไปแล้วนะก็จะกลับมาที่ขาวพุทธ ซ้ายโธ วิธีนี้จะทำให้รู้ตัวค่ะ
ถ้าหลงเผลอคิดไปเมื่อไหร่การกำหนดพุทธโธจะไม่สัมพันธ์กับเท้าทันทีเลย

นอกจากนี้ ในระหว่างวันก็จะคอยรู้ตัวอยู่ค่ะ ถ้านึกได้นะคะ เดินออกจากหมู่บ้าน
นั่งรถ ยืน เดิน ก็จะภาวนาพุทธโธ ไปตลอด แต่ว่าเวลาทำงานน่ะไม่ค่อยรู้ตัวค่ะ
ยิ่งตอนโกรธ ยังรู้ตัวไม่ตลอดสายเลยค่ะ ก็เลยใช้วิธีว่าพอโกรธปุ๊บ แทนที่จะไปมอง
คนที่ทำให้เราโกรธ ก็รีบมองตัวเองทันทีเลย ว่ามีอาการอะไรบ้าง เช่นร้อนวูบวาบในอก
หายใขขัด ๆ เส้นเลือดในหัวมันตุ๊บ ๆ

อีกอย่างนึงที่สำคัญก็คือ เมื่อท้อ เมื่อรู้สึกว่าห่อเหี่ยวกับการปฏิบัติ
ก็จะสนทนาธรรมกับพวกเราเนี่ยแหละค่ะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในทางปฏิบัติ
มาพบครูและพวกเราทุกวันอาทิตย์ มาให้ครูตรวจการบ้าน มาฟังธรรมจากหลวงปู่
รุ้สึกว่าเป็นการต่อยอดปฏิบัติได้ดีมากค่ะ แล้วก็ฟังเทปคำสอน อ่านหนังสือที่
กัลยาณมิตรทั้งหลายนำมาให้ยืม ถึงแม้ว่าใครจะหาว่าบ้า ยึดติด เสียเวลาพักผ่อน
ก็ตามเหอะ ซึ่งอันที่จริงเราก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลย เพราะเวลาใน 1 วัน ก็ยังมี 24 ชั่วโมง
เหมือนเดิม เราก็ยังสามารถนอนหลับตอนกลางคืนได้เหมือนเดิม
ยังมีเวลาทำงานบ้านเหมือนเดิม แต่เวลาที่เสียไปก็คือเวลาที่เราจะไปเดินห้างเสียตัง
ไปดูหนังหาเรื่องฟุ้งซ่านให้ตัวเอง ไปเม้าท์แตกกะเพื่อน เวลาเหล่านี้แหละที่มันจะลดลงไป

แต่ตอนนี้ก็รู้แค่นี้เองค่ะ ยังไม่ถึงกับรู้ตัวทั่วพร้อม ยังไม่เห็นการเกิดดับอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ : )

โดยคุณ สายขิม วัน เสาร์ ที่ 1 เมษายน 2543 09:34:26
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:52:48 PM »

ความเห็นที่ 40 โดยคุณ กระต่าย วัน พฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน 2543 09:24:13

โอ้โห ไม่รู้มาช้าเกินไปรึเปล่าคะนี่
เพิ่งได้มีโอกาสแวะเวียนเข้ามาในวิมุตติ หลังจากที่กำลังยุ่งๆอยู่กับงาน
กลับมาก็เหมือนเคย ให้ความรู้สึกฉ่ำเย็น จิตใจเบิกบาน
โดยเฉพาะกระทู้นี้ ได้ให้ข้อคิดอะไรมากมายเหลือเกิน

ตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะอย่างที่คุณอากล่าวไว้เลยค่ะ
บางทีใจรู้สึกท้อ เหนื่อย เฉื่อย กับงานภาวนา
ภาวนาไป บางทีใจก็แอบคิดว่า เมื่อไหร่น้า จะเห็นผลอะไรบ้าง
พักนี้มีสิ่งต้องทำหลายอย่าง ยังดีที่เป็นงานเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภาวนา
เช่นการตรวจปรู๊ฟทางนฤพาน ได้อ่านทวน ตรวจคำผิด
อ่านทีไร จิตใจก็ปีติ สงบ ได้ข้อคิดเพิ่มเติมให้กับการปฏิบัติ
ก็นับว่า หนังสือทางนฤพานนี่เป็นไบเบิ้ลให้กับนักภาวนามือใหม่อย่างเราได้จริงๆ :-)
สาธุกับพี่ดังตฤณอีกที :-) :-)

ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนแบบเมื่อก่อนแล้ว
ไม่พบไม่เจอคุณอามานาน
ไม่โดนคุณอาดุ แล้วไม่ค่อยสบายใจ :-)

ได้มาอ่านกระทู้นี้แล้ว มีความสุขจริงๆค่ะ
_/I\_กราบขอบพระคุณคุณอา สำหรับกระทู้ที่มีค่ายิ่งกระทู้นี้
และคำสั่งสอนที่คุณอาพากเพียรพรร่ำสอนศิษย์โง่ๆเสมอมา

โดยคุณ กระต่าย วัน พฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน 2543 09:24:13
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:53:14 PM »

ความเห็นที่ 41 โดยคุณ มะเหมี่ยว วัน เสาร์ ที่ 8 เมษายน 2543 21:19:40

ไม่ช้าหรอกต่าย  มีคนมาช้ากว่าค่ะ :-)

สมัยที่เริ่มสนใจปฏิบัติ  หัดนั่งสมาธิอยู่ตั้งนานเป็นเดือนค่ะกว่าจะพอทำได้
เคยนั่งร้องไห้หน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยความรู้สึกเศร้าใจ อ่านไปก็ตั้งเยอะแยะ
เข้าใจมั่ง ไม่เข้าใจมั่ง ฝึกอยู่นั่นแล้วไม่เห็นทำเป็นซะที

เดินจงกรมนี่ก็อีก  แต่คราวนี้ไม่ค่อยโศกอย่างคราวแรกแล้ว  ก่อนนี้ไม่ค่อยรู้หรอกค่ะว่า
ต้องเดินยังไง ก็เดินไปเรื่อยก่อน  เพิ่งมาเข้าใจวิธีเดินที่ถูกต้องตามที่ได้รับคำแนะนำ
เมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้เอง  พอเข้าใจแล้วก็ค่อยเดินเป็นมากขึ้น   ความจริง ที่เคยเดิน
ผิด ๆ ถูก ๆ มาก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์นะคะ เด็กหัดเขียนลายมือใหม่ ๆ ก.ไก่ ข.ไข่
ก็ต้องโย้เย้บ้างเป็นธรรมดา  เขียนไปเขียนมา เดี๋ยวก็คงสวยขึ้น  (หาอุบาย
เข้าข้างตัวเองเป็นพัก ๆ ก็ไม่เลวนะ :-)

ถึงเวลานี้  ขอแค่ได้ทำไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ก็พอแล้ว  กับให้โอกาสตัวเองอยู่ในท่ามกลาง
บรรยากาศของธรรมะ เช่น ฟังเทป อ่านหนังสือ ไปพบปะครูอาจารย์ และเพื่อน ๆ
การปฏิบัติจะได้ไม่แห้งแล้ง เงียบเหงาจนเกินไป  ถ้าไปปฏิบัตินอกสถานที่ได้ก็ไป
แต่ถ้าไปไม่ได้ ก็ช่างเถิด  ไม่ดิ้นรนทุกข์ร้อน

กราบขอบพระคุณครูอาจารย์ไว้ในที่นี้ค่ะ  และขอให้เพื่อน ๆ ได้เป็นกำลังใจให้แก่กัน
ตลอดไป  ถ้าไม่หยุดว่าย คงถึงฝั่งเข้าสักวันหนึ่ง

โดยคุณ มะเหมี่ยว วัน เสาร์ ที่ 8 เมษายน 2543 21:19:40
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 06, 2009, 04:53:49 PM »

ความเห็นที่ 42 โดยคุณ ปราโมทย์ วัน อาทิตย์ ที่ 9 เมษายน 2543 17:01:32

หลวงปู่ดูลย์ท่านเคยสอนผมไว้ว่า
การปฏิบัตินั้นไม่ยาก แต่มันยากสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติ

ถ้าว่างๆ ลองอ่านเรื่องราวของท่านพระพาหิยะกันดูบ้างก็ได้ครับ
ท่านเป็นผู้เลิศกว่าผู้อื่นในด้านการรู้ธรรมได้เร็ว
แต่ก่อนที่ท่านจะรู้ธรรมเร็วในชาติสุดท้ายเมื่อพบพระศาสดา
ชาตก่อนหน้านี้ ท่านก็ช้ากว่าเพื่อน
ปฏิบัติอย่างไรก็ไม่สำเร็จจนเสียชีวิตลงบนภูเขา

ธรรมะจึงเป็นเรื่องที่ยุติธรรมที่สุด และไม่มีลูกฟลุ้ค
ถ้ายอมลำบากตั้งหน้าปฏิบัติเสียตอนนี้ ก็จะสบายในภายหลัง
หากจะเอาสบายในตอนนี้ ก็ต้องไปเริ่มต้นลำบากในภายหลังอยู่ดี
ไม่มีหรอกครับ ที่จะได้กำไรทางธรรม โดยไม่ต้องลงทุนเลย

โดยคุณ ปราโมทย์ วัน อาทิตย์ ที่ 9 เมษายน 2543 17:01:32
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: 1 [2]
พิมพ์
กระโดดไป: