KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4กำลังใจ จากครูบา อาจารย์ ในการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4สนทนาธรรมกับคุณดังตฤณ
หน้า: 1 2 [3] 4
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สนทนาธรรมกับคุณดังตฤณ  (อ่าน 62769 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #30 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2013, 08:01:26 PM »

ความเหงาจะทำให้คิดถึงคนรักที่ไม่มีตัวตน
ความสุขจะทำให้คิดถึงตัวตนของคนตรงหน้าด้วยความรัก

ปัญหาของคนยุคนี้ซับซ้อน
แม้มีคู่ครองแล้ว แต่หลายครั้งเกิดอารมณ์รู้สึกคล้ายยังเป็นโสด
และอารมณ์ชนิดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะ ‘ยังไม่พอใจ’
ก็เป็นเพราะ ‘ยังรู้สึกเหงาอยู่’

การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขจะไม่ก่อให้เกิดความเหงา
และไม่ก่อให้เกิดจินตนาการหาใครอื่น
ส่วนการอยู่ร่วมกันด้วยความไม่เข้าใจ
จะค่อยๆสร้างช่องว่างระหว่างกันให้ความเหงาเข้ามาเติมเต็ม
และเมื่อเต็มจนล้นก็ก่อให้เกิดแรงผลักดันอยากมีใครสักคน
ไม่รู้เหมือนกันว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร
บางทีเห็นพระเอกนางเอกในละคร ก็อาจทึกทักว่าประมาณนั้นแหละ

แท้จริงแล้วรากเหง้าของความเหงา
ไม่ได้เกิดจากคนอื่นที่ทำให้เราขาดความสุข
แต่เกิดจากเราเองที่ ‘ทำให้คนอื่นมีความสุข’ ไม่เป็น
และการวัดว่าใครทำให้คนอื่นมีความสุขได้จริงแค่ไหน
ก็ต้องวัดจากคนใกล้ตัว ไม่ใช่ไกลตัว
ต้องวัดจากคนในบ้าน ไม่ใช่นอกบ้าน

หากทำให้คนใกล้ตัวมีความสุขไม่เป็น
ต่อให้ได้ชายหญิงในจินตนาการมาอยู่ในชีวิต
ก็มีแต่นับถอยหลังรอวันสลายจินตนาการ
เพราะในโลกความจริง
ความสุขไม่ได้วิ่งมาหาเราและรักที่จะอยู่กับเราโดยไม่มีเหตุผล
ความสุขต้องสร้างขึ้นจากหัวใจที่พร้อมยิ้ม พร้อมให้ก่อน
และพร้อมยอมรับความจริง
ไม่คาดหวังอะไรเกินพอดี ทั้งกับคนในบ้านและนอกบ้านครับ



ขอบพระคุณข้อมูลจาก FB : Dungtrin นะครับผม
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2013, 08:52:35 AM »

• ทางเลือกเป็นร้อย
ไม่เห็นเรียกว่าอากาศ
ต้องเห็นถึงจะเรียกว่าโอกาส

• ปล่อยโอกาสที่ผ่านมาให้หายไปเฉยๆ
นั้นน่าเสียดาย
แต่ทำลายโอกาสที่มีอยู่น่าเสียดายกว่า
ส่วนการไม่พยายามสร้างโอกาสขึ้นมาเลย
นับว่าน่าเสียดายที่สุด

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ที่ผมฟังมามากที่สุด คือ
คนชอบบ่นว่ารู้สึกแย่
ไม่มีโอกาสกับใครเขา

จะเรื่องงานหรือเรื่องความรักก็ตาม
เกือบร้อยทั้งร้อย
รอโอกาสที่คนอื่นหยิบยื่นให้
หรือหาโอกาสจากคนอื่นที่เขามีดีอยู่แล้ว

ความจริงก็คือ
ชีวิตทั้งชีวิต คือ ‘โอกาส’

มีตัวเลือก มีทางออก
มีประตูเป็นร้อยๆในแต่ละวัน
แต่คนเราเคยชินที่จะก้มหน้าก้มตา
มองพื้นในระยะใกล้
และเรียกร้องให้ประตูทางออกลอยมา
แล้ววางลงให้เลือกต่อหน้าต่อตา

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• โอกาสทางโลกของคนส่วนใหญ่
หมายถึงการมีเงินไว้ลงทุน
โอกาสทางธรรมของชาวพุทธโดยมาก
หมายถึงการมีเวลาปลีกวิเวกไปปฏิบัติธรรม

• ขอแค่ตั้งใจมองไปรอบๆ
มองจริงๆ รอบจริงๆ
ทุกวันจะเต็มไปด้วยแสงสว่าง
และโอกาสดีๆ

ทางโลกคือคุณยังมีสมองไว้คิด
ทางธรรมคือคุณยังมีลมหายใจไว้รู้
ขอเพียงฝึกคิด ฝึกรู้ให้ได้ทุกสถานการณ์
อากาศว่างตรงหน้า..
ก็กลายเป็น ‘โอกาสทอง’ มานักต่อนักแล้ว

• จะว่าไปนะครับ
ชีวิตมนุษย์เรามีโอกาสทางธรรม
มากกว่าทางโลก

เพราะแค่สังเกตเป็น
เห็นลมหายใจเดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก
เดี๋ยวยาวเดี๋ยวสั้น
จนเกิดความเคยชิน
คุ้นเองที่จะเห็นลมหายใจ ‘ไม่เที่ยง’
จิตก็เกิดสภาพผุดสว่าง
ขึ้นรู้เป็น ‘ปัญญา’ กันแล้ว

พร้อมจะต่อยอด
ให้ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นต่อไปได้แล้ว
ทั้งที่ยังไม่ต้องปลีกตัวออกจากชีวิตประจำวันกันเลย

#ดังตฤณ
http://www.facebook.com/dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #32 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2013, 10:31:29 PM »

ถาม - ทำยังใงให้เนื้อคู่มาเร็วๆคะ
คือถ้าที่บ้านอยู่บนภู
แต่เกรงว่าต่อไป
จะหนาวไม่เท่า "อยู่บนคาน" น่ะค่ะ
แถมความสวยที่มี ก็ไม่ค่อยไหว
จะใช้ "คุณไสย" ก็ยังไงๆอยู่นะคะ จุดนี้ ( " T^T ) //
( แถมผู้ชายแท้ๆ ดีๆ สมัยนี้..ก็หายากกว่า 7-11 อีกนะคะ แหม่ !! )

ตอบ #
• ไม่มีวิธีที่แน่นอนหรอกครับ
เพราะเนื้อคู่
หรือ "คนที่มีสิทธิ์เป็นตัวจริง" นั้น
ไม่ใช่เพิ่งมาสร้างกันชาตินี้
ต้องสร้างกันมา..แต่ปางก่อน
และ "มาเกื้อกูลกันอีก" ในปัจจุบัน

: ถ้าหากบุญที่ทำร่วมกัน
มากำหนดไว้ก่อนจะเจอกันได้
ต้องมีคุณสมบัติพร้อมจะต่อบุญด้วยกันเสียก่อน
อย่างนี้ก็ต้องรอเหตุปัจจัยพร้อมพอ
โดยไม่มีทางเร่งรัดเหมือนควบม้า

• ที่เราจะทำได้ดีที่สุด
ต้องอาศัยความเข้าใจว่า
คนที่เป็น "ของแท้คู่กับเรา" นั้น
ควรจะต้องมีศรัทธา ศีล จาคะ
และปัญญาเสมอกัน

• ถ้าอยากเร่งรัดจริงๆ
ก็เร่งรัดให้ตนเองมั่นคงในศรัทธาพระรัตนตรัย
มีน้ำใจให้มาก
รักษาศีลให้สะอาด
กับทั้งศึกษาความจริง
ให้เกิดความสว่างในทางดี

: สรุปคือถึงแม้ไม่มีวิธีใดเป็นประกันได้แน่ๆ
แต่ถ้าอยากได้ "เครื่องดึงดูดเนื้อคู่"
ก็ต้อง "ปรับใจให้ดีที่สุด"

• อย่าเอาแต่อธิษฐานขอให้คู่มาเร็วๆ
แต่ทำบุญแล้วถามตัวเองว่า

: ใจเรารู้สึกอบอุ่นอยู่กับตัวเองได้ไหม ?

: เกิดเสน่ห์จากกระแสน้ำใจในการคิดให้บ้างไหม ?
เรา "มีดีทางใจ" พอ..จะส่งแรงดึงดูดคนที่มีความเสมอกัน
หรือใกล้เคียงกัน...มาหาเราได้ไหม ?

: ถ้า "เขาคนนั้น"
ที่ร่วมบุญกับเรามาก่อน จะเข้ามาตอนนี้
เขาจะอยากได้เราไว้อยู่ด้วยกัน ตลอดไปไหม ?

คำตอบที่ใจมีให้ตัวเองนั่นแหละครับ
ที่จะตรงกับคำตอบของธรรมชาติแห่งความรัก

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• การเป็นโสดนั้นดี
หากคุณรู้จักทำตัวเอง..ให้เป็นสุข

การมีคู่ก็ดีเช่นกัน
หากรู้จักทำให้คนอื่น..ไม่เป็นทุกข์เพราะตัวคุณ

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ถ้ายังไม่มีความรัก
อย่าเพิ่งรีบหาความรัก
แต่ให้เร่งรู้วิธีสร้างความรัก
ด้วยการ..ใจเย็นเป็น เห็นใจเป็น
พูดดีเป็น อภัยเป็น ไม่เสแสร้งเป็น

แล้วในที่สุด
ความรักจะตามหาคุณเจอเอง

• ความรักเป็นภาวะปรุงแต่ง
อาศัยบุญเก่าที่เคยอยู่ร่วมกัน
เป็นตัวผลักดัน ให้มาพบและคุ้นกัน
และอาศัยบุญใหม่
ทำให้อยู่ร่วมกันรอด

• คู่แท้เป็นแค่คำหลอกๆ
จริงๆมีแต่คู่บุญ
หรือคนที่ "ใช่ที่สุด" ที่เราเลือก
แปลว่าถ้าใจเรา "ไม่อยากมีคู่"
ก็ไม่มีของแท้อะไร..มาบังคับใจได้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• คนเราชอบรีบร้อนด่วนได้
หรือไม่ก็อยากได้อะไรที่เกินตัว
รู้ทั้งรู้ว่า ‘คนที่ใช่’
หมายถึง ‘คนที่เหมาะ’

แต่ใจจะไม่รอคนเหมาะ
เพราะกิเลสสั่งให้หาคนที่ดีที่สุด เร็วที่สุด
ซึ่งก็นั่นแหละครับ
เป็นสาเหตุว่าทำไมถึงไม่เจอคนที่ใช่กันสักที

#ดังตฤณ
http://www.facebook.com/dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2013, 10:01:21 PM »

• การโดนคนหาเรื่องก่อนนั้น
เจอกันทุกคนแหละครับ
เหมือนตอนเกิดแต่ละคนจะมีเจ้ากรรมนายเวร
พกติดตัวมาด้วยเสมอ

ข้อเท็จจริงที่น่าสังเกตคือ
ถ้าเขาตอแยมาแล้วเราซัดกลับ
เราจะต้องอยู่กับคนพวกนี้ไปเรื่อยๆ
หมดคนเก่า เจอคนใหม่อีก

แต่หากเราเอา ‘ใจ’ ไปยุ่งเกี่ยวน้อยลง
เราเองจะ ‘รู้สึก’ ห่างเขาออกมา
รู้ว่าเขามีตัวตน
แต่ไม่รู้สึกว่ามีเขาอยู่ในใจ

และเมื่อเขาผ่านพ้นไป
ก็มักจะไม่มีคนใหม่เข้ามาแทน
หรือแม้มี ก็ไม่ใช่หนักข้อขึ้น
แต่เป็นเบามือลง

: ไม่ต้องคิดถึงคำว่าอภัยก็ได้
คิดถึงคำว่า ‘อย่าไปยุ่ง’ ก็พอ
เราไม่เอามือไปจับเชื้อโรค
เชื้อโรคก็ไม่ติดมือมานะ

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

( ^ ^ ) // : แล้วต่อจากนั้นล่ะคะ
ควรทำยังไงต่อ กำลังหาทางออกอ่ะค่ะ ?

• หาข่าวต่อไปครับ
ข่าวร้ายก่อน
ถ้าเคยชินที่จะเถียงกัน
ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
พวกคุณจะอดไม่ได้ที่จะเอาอีก

แต่ข่าวดีคือ
ถ้าพวกคุณฝึกระงับใจไม่เอาเรื่องกันได้
เลิกพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้
ก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นไปด้วยกันทั้งคู่
\(^_^)/\(^_^)/

#ดังตฤณ
http://www.facebook.com/dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2013, 10:14:33 AM »

• ความจริงก็คือ
ถ้าคุณดับไฟในครัวเรือนไม่ได้ทันก่อนตาย
ก็จะต้องเจอไฟในอบายกันต่อไป

• หลักการดูคติอันเป็นที่เกิดใหม่นั้น
ผู้รู้จักธรรมชาติดีที่สุดเช่นพระพุทธเจ้า
ตรัสไว้ให้ฟังง่าย คือ

" ถ้าสั่งสมการคิดร้าย พูดร้าย ทำร้าย
อันเป็นเหตุให้จิตเศร้าหมองก่อนตาย
อบายย่อมเป็นที่หวังได้ "

: เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ลองตรองดูเถิดว่า
ถ้าชีวิตคู่ของคุณคือความอึดอัดคัดแน่น
ชวนให้คิดร้าย พูดร้าย และทำร้าย
อะไรจะเกิดขึ้น ?

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• มีคนตายไปอบายให้ดูทุกวัน
เสียดายคนดูไม่มีความสามารถจะเห็น
เพราะเห็นได้ก็แค่ศพที่ไร้ลมเข้าลมออก
อย่างอื่นที่นอกเหนือจากนั้นถูกปิดกั้นไว้

มิฉะนั้นพวกเราทุกคน
คงตั้งหน้าตั้งตาสอบให้ผ่านด่านชีวิตคู่กันทั้งหมด !

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• กันไว้ดีกว่าแก้ครับ
ดูให้ดีว่าระหว่างคุณกับคนที่อยู่ตรงหน้าคุณ
เป็นพวกที่จับคู่กันเพื่อกุศลหรืออกุศล ?

: อย่าปล่อยให้สายเกินไป
เพราะไม่มีใครกลับไปแก้ไขอดีตได้

• ท่องไว้นะครับ วิธีดับไฟที่ง่ายที่สุด
คือดับมันเสียก่อนจะเริ่มไหม้ !

: ฉะนั้น ถ้ารู้ตัวว่าเจอคู่เวร
และไม่อาจหนีพลังดึงดูดอันมหาศาลของหลุมดำได้
ก็ให้เลือกว่าเจอครั้งนี้เพื่อ "ยุติศึก"
อย่าได้เจอกันเพื่อต่อเวรอีกเลย

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• ไม่มีวิธีระงับเวรด้วยการให้หยุดเหตุการณ์ภายนอก
มีแต่วิธีระงับเวรด้วยการ "ยุติความคิด" ภายในครับ

• ที่จะถือว่าอภัย เล็งมาที่ "ใจ" เราครับ
ว่ายังคิดถึงในเชิงให้โกรธ
ให้เกลียด อยู่หรือเปล่า ?

: ถ้าไม่ถือสา ไม่ติดใจเอาความ
ไม่นึกถึงเรื่องแย่ๆที่ผ่านมาให้รกหัว
ก็นั่นแหละ เราถึงแก่นสารของการให้อภัยแล้ว
ไม่คิดพูดประทุษร้าย
ไม่คิดทำอะไรประทุษร้ายเขาแล้ว

• และวิธีที่จะไม่ฝืนใจได้ดีที่สุดก็คือ
เห็นว่า "ความโกรธ" เป็นของชั่ววูบ
"ความไม่พอใจ" เป็นสิ่งติดค้างชั่วระยะเวลาหนึ่ง
เห็นได้ ก็หายให้ดูได้นะ

นั่นแหละ "ตัวระงับเวร" ของจริง !
ก่อนที่จะหมดแรงส่งจากของเก่า
ให้ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย
หรือตายจากกันอย่างเป็นรูปธรรม



#ดังตฤณ
http://www.facebook.com/dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2013, 01:31:24 PM »

ทานที่ดีที่สุดในชีวิต
คือทานที่ทำลายความตระหนี่ได้
เพราะเป้าหมายของการให้ทานในพุทธศาสนา
คือการลด ละ และทำลายความตระหนี่ทิ้ง
ฉะนั้น ต้องถามหา ‘ความเข้าใจในการทำทาน’ เป็นอันดับแรก
ถ้าเข้าใจว่าเป้าหมายของการทำทานคือการละความตระหนี่
วิธีทำทาน ก็จะเริ่มจากใจที่ ‘พร้อมให้อยู่ตลอดเวลา’
แล้วรวมทุกการทำทานในชีวิต
ให้กลายเป็น ‘ชีวิตที่ทำทานได้ดีที่สุด’

การให้ทานที่ดีที่สุด ไม่ใช่ให้ทุกอย่างที่มี
ไม่ใช่ให้ได้กับทุกคน
เพราะของบางอย่างเมื่อให้ไป
ผู้ให้ต้องเดือดร้อนเพราะความขาดสิ่งนั้น
และเมื่อบางคนรับของบางอย่างมาใช้
ผู้อื่นต้องเดือดร้อนเพราะการใช้ในทางร้ายของเขา

การให้ทานอย่างมีสติ
คือการรู้ว่าใครขาดอะไรแล้วเดือดร้อน
สิ่งที่ขาดแล้วเดือดร้อนแน่ๆ คือปัจจัย ๔
ได้แก่ เสื้อผ้า อาหาร หยูกยา และที่อยู่อาศัย
เมื่อเห็นเขาเดือดร้อนเพราะขาดปัจจัย ๔
แล้วเกิดจิตคิดอนุเคราะห์
เห็นว่าเราช่วยได้ด้วยเงินเหลือใช้
หรือช่วยได้ด้วยการออกแรงที่มีอยู่เหลือเฟือ
หรือกระทั่งช่วยได้ด้วยการให้ความรู้
นั่นแหละคือทานของผู้มีสติในการให้
(บางคนทำรายการแนะแนวอาชีพ สร้างแรงบันดาลใจ
ทำให้คนเป็นหมื่น เป็นแสน หรือเป็นล้าน ได้มีงานทำ
นับว่า ‘ได้บุญ’ ยิ่งกว่าแจกเงินเป็นหมื่นล้านเสียอีก
เกิดใหม่ชาติไหน พวกนี้จะได้ดิบได้ดี
เห็นช่องทางทำกินหลากหลาย จับดินกลายเป็นทองไปหมด)

แต่ถ้าถามว่าทานใดยิ่งใหญ่ที่สุด
จำเป็นต้องบอกว่า ‘ทานที่ทำกับสมณะ’
เพราะทานเมื่อทำไว้กับศาสนาใด ก็จะผูกเราไว้กับศาสนานั้น
ศรัทธาในศาสนาสำคัญกว่าทรัพย์หรือกระทั่งปัจจัย ๔
เพราะศรัทธาจะทำให้พร้อมเปิดใจรับ ‘วิธีมีชีวิตชั้นเลิศ’
ผู้มีชีวิตชั้นเลิศ คือผู้ไม่เบียดเบียนใครๆ
กับทั้งมีจุดหมายอันเป็นที่สุดของความสุขความเจริญ
หากไม่เข้าใจ ไม่ศรัทธาว่าชีวิตชั้นเลิศมีจริง
คนจะทำกันตามสัญชาตญาณดิบ คือ อยากเบียดเบียนก็เบียดเบียน
อยากฆ่าก็ฆ่า อยากขโมยก็ขโมย อยากมีชู้ก็มีชู้ อยากโกหกก็โกหก
นำความเดือดร้อนมาสู่ชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคตได้



ขอบพระคุณข้อมูลจาก :FB K.Dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #36 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2013, 07:21:35 PM »

ยามสูญเสีย
ความเศร้าซึมจะทำให้รู้สึกสูญหายเนิ่นนาน
อาการสติแตกจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น

ส่วนการคงสติไว้
รู้สึกถึงธรรมดาของความไม่เที่ยงรอบด้าน
ไม่ต่างจากที่รู้สึกได้ในลมหายใจเข้าออกของตนเอง
จะทำให้ใจไม่เสีย หรืออย่างน้อยไม่ทำให้เสียใจเกินจริง

ด้วยเหตุนี้ ผู้ฝึกมองความไม่เที่ยงของลมหายใจเข้าออก
จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้เตรียมรับความสูญเสียโดยไม่เสียใจ
เป็นผู้หนึ่งที่อยู่บนทางถอดถอนความทุกข์ออกจากใจเสียได้

ขอบคุณ FB: K.Dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2013, 10:47:46 AM »

ทุกสิ่งไม่เที่ยง
แต่มีบางสิ่งเท่านั้น
ที่ทำให้คุณรู้สึกถึงความไม่เที่ยง

ยามสูญเสียของรักของหวง
มีความไม่เที่ยงให้รู้สึกโดยไม่ต้องฝึกฝน
แต่คนก็เคยชินที่จะจดจ่ออยู่กับการสูญเสีย
โดยไม่เห็นความไม่เที่ยงของจริงที่แสดงตัวอยู่

ยามหายใจเข้าออก
มีความไม่เที่ยงปรากฏอยู่
แต่ถ้าจะให้รู้สึก ก็ต้องฝึกฝนกันนาน
คุณจำเป็นต้องระลึกเรื่อยๆนับเดือนนับปี
ว่าลมหายใจเข้าแล้วต้องออกเป็นธรรมดา
ลมหายใจยาวบ้าง แล้วสั้นบ้างเป็นธรรมดา
ลมหายใจสบายบ้าง แล้วอึดอัดบ้างเป็นธรรมดา
ฝึกระลึกนับพันนับหมื่นครั้ง
จึงสามารถคุ้นกับความไม่เที่ยง
ที่แสดงให้เห็นตลอดเวลา แต่แทบไม่มีใครดูสักคน

ผู้สามารถเจริญสติจนเห็นความไม่เที่ยงของลมหายใจ
คือผู้มีสติดีพอจะเห็นทุกความสูญเสีย
โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นธรรมดา
ไม่ใช่โดยความเป็นของผิดปกติ ที่ทนไม่ได้ ที่เกินจะรับ



ขอบพระคุณข้อมูลจาก :FB คุณ Dungtrin ครับ
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #38 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2013, 11:07:56 AM »

สิ่งกระทบหนึ่งๆ
วันก่อนอาจเป็นครูเราไม่ได้
เพราะเราเองยังไม่ถึงเวลาสนใจอะไร
มากไปกว่า ‘จะเอามาได้ยังไง’
หรือ ‘จะเอาเรื่องยังไงดี’

แต่วันนี้สิ่งกระทบเดียวกัน
อาจเป็นครูผู้น่าขอบคุณ
เพราะมาในเวลาที่เราสนใจสังเกตจิต
เห็นว่ากระทบแล้วกระเพื่อมได้แค่ไหน
กว่าจะหมดแรงกระเพื่อมนั้นช้าหรือเร็ว
รู้สึกหรือยังว่านั่นเป็นเพียงการปรุงแต่งชั่วคราวของจิต

ยิ่งมีครูหลายคน ก็ยิ่งเรียนรู้ได้มากขึ้น
ฝึกหัดได้บ่อยขึ้น
ประสบความสำเร็จในการถอนต้นเหตุทุกข์ได้เร็วขึ้น



จาก FB : K.Dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #39 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2013, 11:10:56 AM »

ระหว่างทำทานด้วยเงิน
กับทำทานด้วยกำลังแรง
และทำทานด้วยปัญญา
ถ้าทำกับบุคคลหรือชุมชนเดียวกัน
อย่างไหนได้บุญมากกว่า?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ทำด้วยอะไร
แต่อยู่ที่อะไรกระตุ้นให้ต้องใช้กำลังใจมากกว่า
ทำแล้วเห็นผลน่าชื่นใจมากกว่า
ทำแล้วจดจำขึ้นใจเนิ่นนานกว่า

บางครั้งลงเงินแล้วเห็นชีวิตคนเปลี่ยนแปลงหนึ่งคน
ด้วยกำลังใจอยากมีความผูกพันเฉพาะตัว
ก็ได้ผลน่าชื่นใจเป็นสายใยเฉพาะคน
บางครั้งลงเงินแล้วเห็นชีวิตคนเปลี่ยนแปลงทั้งหมู่บ้าน
ด้วยกำลังใจอยากยังประโยชน์ให้แผ่ไปไม่เลือกหน้า
ก็ได้ผลน่าชื่นใจเป็นบริวารดีไม่เลือกหน้า

บางครั้งออกแรงขัดห้องน้ำวัด
ด้วยกำลังใจอยากชะล้างสิ่งสกปรกออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ก็ได้ผลน่าชื่นใจเป็นความผ่องแผ้วไร้มลทินทางจิตและทางกาย
บางครั้งร่วมแรงกายช่วยกันสร้างสาธารณูปโภคให้ชุมชน
ด้วยกำลังใจอยากทำให้ชุมชนอยู่ดีมีสุขมากกว่าเดิม
ก็ได้ผลน่าชื่นใจเป็นความพรั่งพร้อมด้วยโภคทรัพย์ไพศาล

บางครั้งใช้ปัญญาทางโลกช่วยแก้ปัญหา ช่วยให้ความรู้
ด้วยกำลังใจอยากช่วยแก้ความไม่รู้ไม่เข้าใจให้คนอื่น
ก็ได้ผลน่าชื่นใจเป็นสติปัญญาเฉียบแหลมลึกซึ้ง
บางครั้งใช้ปัญญาทางธรรมช่วยให้คนมีชีวิตอันประเสริฐ
ด้วยกำลังใจอยากสร้างความประเสริฐที่แท้จริงไว้ในโลก
ก็ได้ผลน่าชื่นใจเป็นพลังปัญญาและพลังชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด

เหตุการณ์ในชีวิตหนึ่งๆจะถูกลืมไปทั้งหมด
จะเคยได้หน้าได้ตาแค่ไหน จะเคยได้รับการยกย่องเพียงใด
ธรรมชาติจะลบออกจากความทรงจำของทุกคนไปจนเกลี้ยง
แต่ที่จะติดตามไปให้ผลทั้งเดี๋ยวนี้ที่รู้แก่ใจชัด
ตลอดจนอนาคตที่มองไม่เห็นข้างหน้า
คือความสุกสว่าง ความชื่นใจ ความผลิดอกออกผล
อันเกิดจากการลงทรัพย์ ลงแรง ลงปัญญา
ด้วยกำลังใจใหญ่น้อยทั้งหลายทั้งปวงที่ผ่านมานั่นเอง



จาก FB K.dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #40 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2013, 02:22:50 PM »

เกิดมาทำไม?
มามี
มาหมด
มาอด
มาทน
มาดู
มารับ
มารู้

ทำไมถึงเกิดมา?
เพราะไม่รู้ว่าจะ ‘ไม่เกิดไม่ตาย’ ได้อย่างไร

ทำไมถึงแตกต่างกัน?
เพราะก่อนเกิดเคยคิดต่างกัน
เคยพูดต่างกัน เคยทำอะไรๆไว้ต่างกัน

ทำไมถึงได้ดี?
เพราะเคยมีมโนกรรมขาว
มีวจีกรรมขาว มีกายกรรมขาว
และถึงเวลาที่กรรมขาวเผล็ดผล

ทำไมถึงตกยาก?
เพราะเคยมีมโนกรรมดำ
มีวจีกรรมดำ มีกายกรรมดำ
และถึงเวลาที่กรรมดำเผล็ดผล

ทำไมชีวิตจึงสว่างขึ้น?
เพราะฟังธรรม
คิดเป็นธรรม พูดเป็นธรรม ทำเป็นธรรม

ทำไมชีวิตจึงมืดลง?
เพราะฟังอธรรม
คิดเป็นอธรรม พูดเป็นอธรรม ทำเป็นอธรรม

ชีวิตทั้งชีวิต ไม่มีความเป็นไปใดๆ
เกินกว่ากรรมที่เคยทำ และกรรมที่กำลังก่อ



ขอบพระคุณข้อมูลจาก FB: K.Dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #41 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2013, 11:25:22 AM »

• ต้นชีวิตมนุษย์
คือช่วงของการถูกกรรมเก่าหลอก
ว่าตัวเองเป็นอะไรอย่างหนึ่ง

กลางชีวิตมนุษย์
คือช่วงของโอกาสตัดสินใจใหม่
ว่าจะถูกหลอกให้เป็นตัวเดิมต่อหรือเปล่า

ปลายชีวิตมนุษย์
คือช่วงของการเตรียมเสวยผล
อันเกิดจากการตัดสินใจที่ผ่านมา

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• เรื่องดีๆในวันหน้า
มักมีรากจากการที่วันนี้
คุณต้องผ่านเรื่องไม่ดี
ด้วยความพยายามทำให้มันลงเอยดี

• ชีวิตที่คุ้มท่ีสุด
คือชีวิตที่มีแต่ปัจจุบันดีๆ อยู่ในใจมากท่ีสุด
ไม่ปล่อยให้ใจกําอดีตเน่าๆ
ตลอดจนอนาคตเสียๆไว้อย่างสูญเปล่า

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

• จุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตให้คุ้ม
คือการทุ่มเทกับการ "ใช้ชีวิตขณะนี้"
ไม่ใช่ "ใช้ชีวิตซํ้าอยู่ในหัว"
และไม่ใช่ "ใช้ชีวิตล่วงหน้าอยู่ในฝัน"

: ถ้าแต่ละวัน
คุณเอาแต่เฝ้าเสียดายอดีต เป็นเวลาสัก 3 ชั่วโมง
แล้วใช้เวลาอีก ร่วม 3 ชั่วโมง
ในการฟุ้งซ่านถึงอนาคต

: สิริรวมแล้ว
คุณปล่อยให้อีก 6 ช่ัวโมงหายไปเปล่าๆ
โดยไม่มีการ ‘ใช้ชีวิต’ แต่อย่างใด

• เพราะการใช้ชีวิต
คือการ "เอาปัจจุบันไปทําอะไรเพิ่ม"
ไม่ใช่การนึกถึงสิ่งที่ "เคยทําไว้แล้ว" แก้ไขไม่ได้แล้ว
และยิ่งไม่ใช่ การนึกถึงส่ิงที่ยังไม่มีสิทธิ์ทํา
ไม่รู้จะได้ทําหรือเปล่า

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

นโยบายท่ีเหมาะสําหรับการ ‘เริ่มต้นใช้ชีวิตให้คุ้ม’
ควรออกตัวจากการตกลงกับตนเองชัดๆ
ว่าเราจะ ‘สูญเสียปัจจุบัน’ ให้กับอดีต
และอนาคตน้อยที่สุด
เท่าท่ีจะเป็นไปได้

: จ้ีลงไปให้ชัดๆ
พอรู้ตัวว่าบ่นอะไร เช่น
‘สมมตุิว่าย้อนเวลากลับไปได้นะ...’
ต้องรีบแก้ใหม่ สั่งตัวเองทันที

• อย่ามัวสมมุติว่า
ย้อนเวลาได้จะแก้อะไรดี
แต่สมมุติว่า
ถ้าสํานึกได้เดี๋ยวน้ี
มีความคิดไหนให้เปลี่ยนบ้าง

อีกอย่าง คือการตกลงกับตัวเองว่า
จะไม่กังวลเก่ียวกับพรุ่งน้ี หรือวันหน้า
แต่จะขยันทําทุกอย่างในวันน้ี
เพ่ือให้สบายใจว่า
ได้ทำรากของวันพรุ่งนี้ไว้ดีที่สุดแล้ว

: ถ้าจะต้องเอาวันน้ีไปเก่ียวข้องกับวันหน้า
ก็คือคิดอ่านวางแผน
ไม่ใช่ให้ถูกพรุ่งนี้ปล้นด้วยอาการกลุ้มเปล่า

หลังจากตกลงใจได้ว่า
จะเอาแต่วันน้ี เม่ือวานไม่เอา พรุ่งน้ีไม่เอา

: คุณจะพบว่าการหลงใช้ชีวิตแบบ ‘สมมุติว่า’ หายไป
กลายเป็นใช้ชีวิตแบบ ‘มีอะไรต้องทำ’เสียได้
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #42 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2013, 03:10:56 PM »

เจริญสติแล้ว โกรธยาก หายง่าย ก็ดี
แต่ก่อนหน้าจะดีจริง
ไม่มีใคร โกรธยาก หายง่าย ได้ทันใจ
ต้องฝึก ต้องเรียนรู้ทีละครั้งทีละหนกันทั้งนั้น

ตอนว้ากโว้ยหรือปรี๊ดแตกขึ้นมา
อย่าเสียใจที่เสียภาพไปแล้ว
กลายเป็นคนสติไม่ดีไปแล้ว
แต่ให้ถามตัวเองว่า
ระเบิดอารมณ์ครั้งนี้
ได้เรียนรู้อะไรบ้าง ได้ฝึกอะไรบ้าง
ถ้าตอบตัวเองถูกว่าได้เรียนรู้หรือได้ฝึกอะไรบ้าง
ให้ดีใจว่าของขึ้นรอบนี้ไม่เสียเที่ยวแล้ว
อยู่บนเส้นทางพัฒนา ก้าวหน้าต่อไปแล้ว

แต่ถ้าเฝ้าเสียใจ หรือไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
อย่างนั้นจึงค่อยน่าให้รู้สึก ‘เสียดายของ’
เพราะกิเลสมาแล้วทำให้จมลงอย่างเดียว
ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย



FB: Dungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #43 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 11:37:38 AM »

ความสุขที่เยือกเย็น
ไม่อาจตั้งมั่นอยู่ในจิตที่แข็งกระด้างอย่างหวั่นไหว
แต่จะตั้งมั่นอยู่ในจิตที่อ่อนโยนอย่างเข้มแข็ง

ความแข็งกระด้างสะท้อนถึงความฝืนใจ
อาจเหมือนนิ่งได้ แต่ก็อึดอัดอยู่ข้างใน
และไม่รู้อะไรมากไปกว่าความนิ่งอั้นอึดอัดอยู่
อย่างเช่นการข่มใจไม่แสดงความโกรธ
แม้ระงับวาจาได้ ก็อดทำตาแข็งไม่ได้
และยิ่งไม่มีทางทำใจให้สบายหายขุ่นข้อง
เมื่อข่มใจจนชิน จิตอาจฝืนนิ่งอย่างเป็นทุกข์
แต่ไม่อาจตั้งมั่นอย่างเป็นสุข

ความอ่อนโยนสะท้อนถึงความเบาใจ
แม้ต้องทำโน่นทำนี่วุ่นวาย แต่ก็ยังสบายอยู่ภายใน
อีกทั้งตื่นตัวรู้รอบ ไม่ติดตันอุดอู้อยู่กับเรื่องเล็กเรื่องน้อย
จิตเปิดกว้างและแผ่ไปอย่างพร้อมจะมีเมตตาจริง
ชุ่มเย็นและโปร่งเบาอยู่กับตัวเองมากพอ
ไม่ต้องรอเรื่องข้างนอกมาทำให้พอใจ
ก็พอใจที่จะอยู่กับความเป็นตัวเอง
จึงมีกำลัง มีความอิ่มตัวพอจะตั้งมั่นในที่สุด

การเปลี่ยนจิตจากแข็งกระด้างเป็นอ่อนโยน
คือการรู้จักให้เพราะอยากเผื่อแผ่ความสุข
ไม่ใช่แกล้งให้ด้วยการเล็งผลตอบแทน
อภัยเพราะเห็นโทษของการเบียดเบียนกัน
ไม่ใช่แกล้งอภัยเพื่อสร้างภาพตามมารยาท
ใจเย็นรอเป็นเพราะหัดนั่งอย่างมีความสุขกับตนเอง
ไม่ใช่แกล้งรอด้วยอารมณ์งุ่นง่าน

นิสัยที่ปรับเปลี่ยนจากเร่งรีบ ร้อนแรง รอไม่ได้
คือนิสัยที่จะนำไปสู่สมาธิอันเป็นสุขที่คุ้มค่าไปทั้งชีวิต



ขอบพระคุณข้อมูลจาก : FB K.Drungtrin
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #44 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 11:39:18 AM »

• คบกันเป็นช่วงของความฝัน
อยู่ด้วยกันเป็นช่วงของความจริง

• บางคู่ฝันดี แต่เอาเข้าจริงร้าย
เพราะเอาแต่ใจอยากฝันต่อท่าเดียว

• บางคู่ฝันร้าย แต่เอาเข้าจริงดี
เพราะรู้จักตื่นขึ้นมาอยู่กับความจริงโดยดี

• บางคู่ฝันดี และเอาเข้าจริงก็ดีด้วย
เพราะพร้อมใจจะร่วมกันดีต่อ

• บางคู่ฝันร้าย และเอาเข้าจริงก็ร้ายด้วย
เพราะจ้องโทษ จ้องเอาชนะกันแต่แรก

• รักใครนั้นง่าย เพราะใช้ใจด่วนๆอย่างเดียวก็พอ
แต่ไปต่อนั้นยาก เพราะต้องใช้หัวคิดดีๆให้มากขึ้น
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: 1 2 [3] 4
พิมพ์
กระโดดไป: