KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธรรมะ ที่พุทธศาสนิกชนควรทราบ เพื่อเข้าใจในสัมมาทิฏฐิคนธรรมดาฆ่าตัวตาย ลงอบาย พระอรหันต์ฆ่าตัวตาย เข้านิพพาน
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คนธรรมดาฆ่าตัวตาย ลงอบาย พระอรหันต์ฆ่าตัวตาย เข้านิพพาน  (อ่าน 7973 ครั้ง)
phonsakw
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 1
**

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 94


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 06:50:05 PM »

พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์

081 ฆ่าตัวตายไม่ควรตำหนิเสมอไป

๗๙. ปัญหา เรื่องมีอยู่ว่า พระฉันนะอาพาธหนัก และคิดจะฆ่าตัวตายด้วยศาสตรา พระสารีบุตรได้เทศนาสั่งสอนและห้ามปรามไว้ แต่ในที่สุดพระฉันนะก็ฆ่าตัวตายจนได้ และได้รับคำตำหนิติเตียนจากญาติมิตรและคนเป็นอันมาก พระสารีบุตรจึงทูลถามพระพุทธเจ้าถึงเรื่องนี้ พระพุทธองค์ทรงมีทรรศนะว่าอย่างไร ?
 
พุทธดำรัสตอบ

 “ดูก่อนสารีบุตร พระฉันนะยังมีสกุลมิตร สกุลสหายและสกุลที่คอยตำหนิอยู่ก็จริง แต่เราหาเรียกบุคคลว่า ควรถูกตำหนิด้วยเหตุเพียงเท่านี้ไม่...... บุคคลใดแลทิ้งกายนี้และยึดมั่นกายอื่น บุคคลนั้นเราเรียกว่า ควรถูกตำหนิ ฉันนะภิกษุหามีลักษณะนี้ไม่ ฉันนะภิกษุหาศาสตรามาฆ่าตัว อย่างไม่ควรถูกตำหนิ

 
ฉันโนวาทสูตร อุ. ม. (๗๕๓)

ตบ. ๑๔ : ๔๗๙ ตท. ๑๔ : ๔๐๗

ตอ. MLS. III : ๓๑๘-๓๑๙
 

keyword อยู่ที่ตรงนี้

"ดูกรสารีบุตร บุคคลใดแลทิ้งกายนี้ และยึดมั่นกายอื่น บุคคลนั้นเรา เรียกว่า ควรถูกตำหนิ ฉันนภิกษุหามีลักษณะนั้นไม่ ฉันนภิกษุหาศาตรามาฆ่าตัวอย่างไม่ควรถูกตำหนิ ฯ"

อธิบายเพิ่ม

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา”

.....แปลว่า ..เมื่อจิตผ่องใสสุคติเป็นอันหวังได้ เมื่อจิตเศร้าหมองทุคติเป็น อันหวังได้..

หมายความว่า ขณะที่เราตายถ้าจิตผ่องใส พอตายปุ๊ปจะไปเกิดในสุคติทันที เกิดเป็นมนุษย์ เทวดา หรือพรหมตามกำลังความผ่องใสของจิตขณะสุดท้าย ...แต่ถ้าขณะที่จะตาย มีจิตเศร้าหมอง พอตายปุ๊ป ก็จะไปเกิดในทุคติทันที จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต/อสุรกาย หรือสัตว์นรกตามกำลังความ เศร้าหมองของจิตขณะสุดท้าย

ทีนี้ลองมาพิจารณาสภาวะจิตใจของผู้จะฆ่าตัวตายว่าจะเป็นเช่นไร? .. ผู้ที่คิดฆ่าตัวตายนั้น  ส่วนใหญ่จิตของเขาต้องอยู่ในสภาพที่เศร้าหมองอย่างยิ่ง เขาจึงจะฆ่าตัวตายได้ ดังนั้นทันทีที่เขาตาย จิตเศร้าหมองทุคติ จะนำไปเกิดในที่อื่นไม่ได้เลย นอกจาก....“อบายภูมิ”...อย่างเดียว

แต่พระฉันนะ พระวักกลิ พระโคธิกะ พวกท่านล้วนเป็นพระอรหันต์ จิตของท่านมิได้เศร้าหมอง คือ ท่านไม่คิดปรุงแต่ง ดังนั้นเมื่อท่านฆ่าตัวตายไป ท่านจึงเข้านิพพาน
บันทึกการเข้า
phonsakw
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 1
**

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 94


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 07:36:38 PM »

จากกระทู้ http://board.palungjit.com/f2/พระอรหันต์สามารถฆ่าตัวตายได้โดยไม่เป็นบาป-323460.html#post5633950


คุณอุรุเวลายกเองพระไตรปิฎกมาแย้งว่า:

๓. อนึ่ง ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะ

ปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้

ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ

ฉะนี้ ฯ


 
คุณอุรุเวลาคะ

รบกวนคุณอุรุเวลาช่วยวิเคราะห์ด้วยว่า พระพุทธเจ้ายุให้พระวักกลิฆ่าตัวตาย ใช่หรือไม่คะ


 
......................................

 
ณ ราตรีนี้ เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว เทวดา ๒ องค์ ฯลฯ ได้ยืนอยู่ ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง. ครั้นแล้วเทวดาองค์หนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระเจ้าข้า วักกลิภิกษุ คิดเพื่อความหลุดพ้นเทวดาอีกองค์หนึ่ง ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระเจ้าข้า ก็วักกลิภิกษุนั้น หลุดพ้นแล้วจักหลุดพ้นได้แน่แท้.
 
อาวุโส วักกลิ แต่ว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถึงท่านอย่างนี้ว่า "อย่ากลัวเลย วักกลิ อย่ากลัวเลย วักกลิ จักมีความตายอันไม่ต่ำช้าแก่เธอ จักมีกาลกิริยาไม่เลวทรามแก่เธอ".
 
พระวักกลิกล่าวว่า อาวุโส
 
"ถ้าเช่นนั้น ท่านจงช่วยถวายบังคมพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ตามคำของผมด้วยว่า พระเจ้าข้า วักกลิภิกษุอาพาธ เป็นไข้หนักได้รับทุกขเวทนา เธอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า และยังได้สั่งมากราบทูล อย่างนี้ว่า
 
พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่เคลือบแคลงว่า รูปไม่เที่ยง ไม่สงสัยว่า สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ ไม่สงสัยว่า สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดาความพอใจก็ดี ความกำหนัดก็ดี ความรักใคร่ก็ดี ในสิ่งนั้น มิได้มีแก่ข้าพระองค์. ข้าพระองค์ไม่เคลือบแคลงว่า เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณไม่เที่ยง ไม่สงสัยว่า สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ ไม่สงสัยว่า สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดาความพอใจก็ดี กำหนัดก็ดี ความรักใคร่ก็ดี ในสิ่งนั้น มิได้มีแก่ข้าพระองค์ ดังนี้.

 
ภิกษุเหล่านั้นรับคำท่านพระวักกลิแล้วหลีกไป ครั้งนั้น เมื่อภิกษุเหล่านั้น หลีกไปไม่นาน ท่านพระวักกลิก็นำเอาศาตรามา(เชือดคอตาย).
บันทึกการเข้า
phonsakw
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 1
**

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 94


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2012, 03:09:06 PM »

ข้อความเต็มๆคือ

 ๓. อนึ่ง ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะ
ปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย หรือชักชวนเพื่ออันตาย
ด้วยคำว่า แน่ะนายผู้เป็นชาย จะประโยชน์อะไรแก่ท่าน ด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้ ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ดังนี้ เธอมีจิตอย่างนี้ มีใจอย่างนี้ มีความหมายหลายอย่าง อย่างนี้ พรรณนาคุณในความตายก็ดี ชักชวนเพื่ออันตายก็ดี โดยหลายนัยแม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้


นี่เป็นคนละประเด็นกับกรณีของพระอรหันต์ฆ่าตัวตาย  เพราะพระพุทธเจ้าตรัสในฉันนะสูตรว่า  ...... บุคคลใดแลทิ้งกายนี้และยึดมั่นกายอื่น บุคคลนั้นเราเรียกว่า ควรถูกตำหนิ ฉันนะภิกษุหามีลักษณะนี้ไม่ ฉันนะภิกษุหาศาสตรามาฆ่าตัว อย่างไม่ควรถูกตำหนิ

การฆ่าตัวตาย หรือหาอาวุธให้เขาเพื่อฆ่าตัวตายนั้นเป็นบาป  เพราะผู้นั้นจะทิ้งกายนี้ และจะไปยึดมั่นกายอื่น  แต่กรณีของพระอรหันต์ฆ่าตัวตายไม่บาป เพราะท่านทิ้งกายนี้ และจะไปยึดมั่นกายอื่น คือ ท่านเข้านิพพานเลย  
บันทึกการเข้า
Wisnee
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2012, 06:23:59 PM »

'' งง '' ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Bank9597
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2012, 12:03:48 PM »

 ยิงฟันยิ้ม ธรรมดาพระขีณาสพ (ภิกษุผู้พ้นจากอาสวะกิเลสแล้ว) ย่อมไม่ประหารชีวิตของตนเองครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: