แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 241
1  ภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4 / ทางแห่งพระนิพพาน เดินไปอย่างไร มีวิธีปฏิบัติอย่างไร / เพชรแห่งธรรม โดย หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ คำนำโดย พระไพศาล วิสาโล เมื่อ: สิงหาคม 31, 2019, 10:47:30 PM
เพชรแห่งธรรม

โดย หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ
คำนำโดย พระไพศาล วิสาโล

คำนำ

เมื่อปีพ.ศ.๒๕๓๗   หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ได้ไปจำพรรษาที่วัดจวงเหยิน รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา  ประมาณเดือนสิงหาคม ท่านได้บันทึกเทปธรรม ๑ ตลับส่งมาให้แก่คณะสงฆ์และนักปฏิบัติธรรม วัดเขาคงคา อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติ

บันทึกเทปดังกล่าวมีความยาว ๑๒๐ นาที แบ่งเป็นสองตอน ตอนแรกท่านใช้ชื่อว่า “สนทนาธรรมกับท่าน” ตอนที่สองใช้ชื่อว่า “ฝากธรรมถึงเพื่อน”  ต่อมาได้มีการนำคำบรรยายทั้งสองตอนไปตีพิมพ์เป็นหนังสือเรื่อง เพชรแห่งธรรม

ตอนแรกของคำบรรยาย หลวงพ่อได้ปูพื้นให้เห็นความสำคัญของการฝึกตนเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากศาสนา โดยเฉพาะการฝึกให้ “ใจดี” เพื่ออยู่ในโลกอย่างไม่มีความทุกข์  สามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างถูกต้องแต่ก็ปล่อยวางได้ในเวลาเดียวกัน  ไม่ปล่อยให้อารมณ์อกุศลครอบงำใจ  คำถามหนึ่งของท่านที่ชวนให้ฉุกคิดก็คือ  “เดี๋ยวนี้ท่านมีกายท่านมีใจ (แต่)ท่านพึ่งกายพึ่งใจของท่านได้ไหม?”  ใช่หรือไม่ว่าทุกวันนี้ผู้คนกลายเป็นทาสของกายและใจ จนเป็นทุกข์ หาไม่ก็ใช้กายและใจไม่เป็น จนนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง

คำบรรยายตอนที่สอง หลวงพ่อได้พูดเจาะลึกถึงวิธีฝึกจิตด้วยการเจริญสติตามแนวหลวงพ่อเทียน โดยแจกแจงลำดับขั้นของการภาวนาอย่างละเอียด เริ่มต้นด้วยการดูกาย จนเห็นเวทนาและจิต เมื่อมีความคิดก็เห็นและรู้ทัน จนเห็นธรรมไม่ว่ากุศลหรืออกุศลธรรม

หลวงพ่อเน้นถึงความสำคัญของการดู เห็น หรือรู้ซื่อ ๆ  ไม่ว่าทำอะไรก็รู้ มีอะไรเกิดขึ้นกับกายและใจก็เห็น ซึ่งจะทำให้รู้หรือเห็นความจริงเป็นลำดับ  เริ่มจากการเห็นความจริงของรูปนาม  กล่าวคือแท้จริงแล้วไม่มี “กู”  มีแต่รูปธรรมและนามธรรม   ไม่ว่าทำอะไร ก็ล้วนเป็นรูปทำและนามทำ ไม่ใช่ “กู”ทำ  เมื่อเดินก็ไม่ใช่ “กู”เดิน แต่เป็นรูปที่เดิน  เมื่อมีความคิดเกิดขึ้น ก็ไม่ใช่ “กู”คิด แต่เป็นนามที่คิด ต่อไปก็เห็นอาการของรูปและนาม  ความปวดความเมื่อยเป็นแค่อาการของกาย  ความโกรธเป็นอาการของใจ  ไม่ใช่ตัวกู ไม่ใช่กูปวดกูเมื่อยหรือกูโกรธ เป็นเพราะไม่เห็นความจริงดังกล่าว ผู้คนจึงยึดเอาอาการของรูปและนามมาเป็นกู เกิดทุกข์ตามมา

เมื่อปฏิบัติต่อไปก็จะเห็นว่ารูปและนามนั้นเป็นก้อนทุกข์ทั้งนั้น ทำให้ไม่หาทุกข์มาซ้ำเติมตนเองอีกต่อไป  ขณะเดียวกันก็ปล่อยวางรูปและนามมากขึ้น ทำให้ทุกข์เบาบางลง    ปัญญาหรือญาณที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติยังนำไปสู่การเห็นความจริงที่ลึกซึ้งมากขึ้นว่า สิ่งทั้งปวงล้วนตกอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์และเป็น  สมมุติทั้งสิ้น  ที่สุดก็เห็นสภาวะที่ท่านเรียกว่า “วัตถุ ปรมัตถ์ อาการ”  ญาณดังกล่าวจะเป็นเครื่องทำลายสังโยชน์หรือกิเลสเครื่องร้อยรัดให้หมดสิ้นไป ทำให้คนเราเป็นมนุษย์หรือเป็นพระได้อย่างแท้จริง  การปฏิบัติดังกล่าวสามารถดับทุกข์ให้หมดสิ้นได้ นับเป็นธรรมที่ล้ำค่ามาก ท่านจึงเรียกว่า “เพชรแห่งธรรม”

ในคำบรรยายดังกล่าว หลวงพ่อยังได้พูดถึงประสบการณ์การภาวนาของตัวท่านเอง จากเดิมที่ติดสงบ มาสู่การสร้างความรู้สึกตัว  และขยันรู้ จนเห็นความจริงอย่างแจ่มแจ้ง เกิดภาวะที่ท่านเรียกว่า “หมดเนื้อหมดตัว ไม่มีอะไรเหลือ”

ไม่บ่อยนักที่หลวงพ่อจะบรรยายลำดับขั้นของการภาวนาตามแนวหลวงพ่อเทียนได้อย่างชัดเจน โดยอิงประสบการณ์ของตัวท่านเอง  หนังสือเล่มนี้จึงมีคุณค่ามากสำหรับผู้ที่ใฝ่การเจริญสติตามแนวหลวงพ่อเทียน

หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๗ และพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้งจนถึงปี ๒๕๔๗  ครั้งหลัง ๆ มีการเปลี่ยนชื่อคำบรรยายทั้งสองตอน และทำหัวข้อย่อยเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น  ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้หาอ่านได้ยากแล้ว คณะศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อคำเขียนจึงนำมาพิมพ์ซ้ำอีกครั้งในปีนี้เพื่อแจกเป็นธรรมทานเนื่องในงานบูชาคุณหลวงพ่อ ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อ และครบรอบปีแห่งการละสังขารของหลวงพ่อ (๑๒ และ ๒๓ สิงหาคม) ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปญฺโญ  (๑๕-๑๗ สิงหา คม ) และวัดป่าสุคะโต (๒๒-๒๓ สิงหาคม )

การตีพิมพ์ครั้งใหม่นี้เชื่อว่าจะเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ใฝ่ในการเจริญสติและปฏิบัติธรรมทั้งหลาย  หากได้ลงมือปฏิบัติตามคำแนะนำของหลวงพ่อ เชื่อได้ว่าทุกท่านจะมีเพชรแห่งธรรม ที่ช่วยตัดความหลงให้สลายไปเป็นลำดับจนเข้าถึงความสิ้นทุกข์ในที่สุด

พระไพศาล วิสาโล
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๒

ขอบคุณข้อมูลธรรมะดีๆจาก : http://www.visalo.org/prefaces/pedhengdham.html?fbclid=IwAR0q8Rl5lqJ9igK-7bks-RQX3WlhaUXquXmY12zWBPOs09qEjC13PkUhAW4
2  ความสำคัญของพระพุทธศาสนา และทุกอย่าง เกี่ยวกับ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า / ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน / ต้นศรีมหาโพธิ์ต้นไม้ที่ตรัสรู้ชื่อเดิมว่าต้นไม้อะไร เมื่อ: มีนาคม 16, 2019, 01:41:29 PM
ต้นศรีมหาโพธิ์ต้นไม้ที่ตรัสรู้ชื่อเดิมว่าต้นไม้อะไร

          พระศรีมหาโพธิ์ ก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ไม่ได้เรียกว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ แต่เรียกโดยชื่อตามภาษาพื้นเมือง ๒ อย่าง อย่างหนึ่งเป็นภาษาชาวบ้าน เรียกว่า "ต้นปีบปัน" อีกอย่างหนึ่งเป็นภาษาหนังสือเรียกว่า "ต้นอัสสัตถะ" หรือ "อัสสัตถพฤกษ์" เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว จึงเรียกว่า "โพธิ์" แปลว่า ต้นไม้เป็นที่อาศัยตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ต่อมาเพิ่มคำนำหน้าขึ้นอีกเป็น มหาโพธิ์บ้าง พระศรีมหาโพธิ์บ้าง และว่าเป็นต้นไม้สหชาติของพระพุทธเจ้า คือ เกิดพร้อมกันในวันที่พระพุทธเจ้าสมัยที่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ

ความรู้เกี่ยวกับต้นโพธิ์
.................................

ต้นโพธิ์นี้แต่เดิมชื่อ ต้น อัสสัตถะพฤกษ์ (อัสะ แปลว่า ม้า /สัตถะ แปลว่า ประโยชน์) เป็นต้นไม้เพื่อเลี้ยงม้า

…..“ใบโพธิ์” “ต้นโพธิ์” เป็นสัญญลักษณ์ ทางพระุพุทธศาสนามาช้านาน ด้วยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธ...ดูเพิ่มเติม
ความรู้เกี่ยวกับต้นโพธิ์

ต้นโพธิ์นี้แต่เดิมชื่อ ต้น อัสสัตถะพฤกษ์ (ัอัสะ แปลว่า ม้า /สัตถะ แปลว่า ประโยชน์) เป็นต้นไม้เพื่อเลี้ยงม้า

…..“ใบโพธิ์” “ต้นโพธิ์” เป็นสัญญลักษณ์ ทางพระุพุทธศาสนามาช้านาน ด้วยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ชื่อเดิม คือ ต้นปีปปัน (Pipal) หรืออัสสัตถพฤกษ์ .....ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาว่าต้นโพธิ์เปรียบได้กับพุทธอุเทสิกเจดีย์อย่างหนึ่ง

ต้นโพธิ์เป็นหนึ่งในสหชาติทั้ง 7 =เกิดพร้อมกันกับพระพุทธองค์ คือ
1 พระนางยโสธราพิมพา
2 พระอานนท์
3 กาฬุทายีอำมาตย์
4 นายฉันนะ
5 ม้ากัณฑกะ
6 ต้นพระศรีมหาโพธิ์
7ขุมทองทั้ง 4 (สังขนิธี,เอลนิธี,อุบลนิธี,บุณฑริกนิธี )

ทำให้พันธ์ต้นโพธิ์กลายเป็นพันธ์ไม้ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวพุทธเสมอมานับแต่สมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ในพระพุทธประวัติสองต้นคือต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ และ ต้นอานันทโพธิ์
3  ธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน / ประวัติของพระอริยสงฆ์ สาวกที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ รวมทั้งปฏิปทาในการปฏิบัติ / ชีวประวัติและปฏิปทาหลวงปู่บุญฤทธิ์_ปัณฑิโต ตอนที่๓ #บรรพชาอุปสมบท เมื่อ: มีนาคม 14, 2019, 10:20:25 PM
• #ชีวประวัติและปฏิปทาหลวงปู่บุญฤทธิ์_ปัณฑิโต •
• #ตอนที่๓ #บรรพชาอุปสมบท
ก็เป็นอันเข้าบรรพชาอุปสมบทในปีพ.ศ. ๒๔๘๙ ที่วัดศรีเมือง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นวัดเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุต วัดศรีเมืองนี้อยู่ริมแม่น้ำโขง โดยมีท่านพระครูฯ ซึ่งต่อมาท่านเป็น พระธรรมไตรโลกาจารย์ (รักษ์ เรวโต) เจ้าคณะภาคเป็นพระอุปัชฌาย์

ทีนี้ผู้กํากับตํารวจซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์ก็เอารถยนต์ตํารวจ ไปส่งให้ที่วัดอรุณรังษี ก็ไปประจําอยู่ วัดป่าอรุณรังษีกับท่านพระอาจารย์กู่ ธัมมทินโน ทันที

ในเดือนแรกๆ ดูลําบากอยู่ทีเดียว และต้องฉันมื้อเดียว เวลาไปบิณฑบาตก็ต้องเดินไกลมาก ท่านพระอาจารย์กู่ ท่านก็ผ่อนผันให้ฉันกาแฟ นม กล้วย ได้บ้างตอนเพลก็พออยู่ได้ แล้วท่านอาจารย์ ก็บอกว่า “ภาวนาเสียบ้างซี” แล้วท่านก็ไม่ได้สอน

ทีนี้ดังที่เล่าแล้วว่าวัดป่าอรุณรังษีนอยู่หลังคุก แล้วเป็นวัดเผาผี บรรยากาศน่ากลัว ไม่มีไฟฟ้าใช้ พอท่านอาจารย์เตือนให้ภาวนา หลวงปู่ก็นึกว่าเราอ่านตําราวิสุทธิมรรคตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส ก็ดูช่างยุ่งยากจริง กสิณ ๑๐ ต้องจัดพิธีรีตองให้ถูกต้องตามตํารา ก็บังเอิญคือกุฏิอาตมานี้ เป็นกุฏิที่ไม่เคยเห็นที่ไหนเหมือนหลังนั้นอีกเลย เป็นกุฏิไม้ ๒ ชั้นเล็กๆ กําลังดี

ใต้ถุนสูง ชั้นบนมีระเบียงรอบ ระเบียงไม้นี้กว้างสักเมตรกว่าๆ พอดีนั่งขัดสมาธิได้สบายๆ พอดีๆ ปีกชายคาก็สั้นมาก เห็นท้องฟ้าสบาย น่ากลัวเทวดาจะจัดไว้ให้กระมัง กุฏิแบบจนๆ แต่ภาวนาได้ผลมาก อาตมาก็นั่งขัดสมาธิที่ระเบียงนี้หันหน้าไปทางป่าไผ่ที่หนาทึบ คืนนั้นพอดีเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ค่อยๆ โผล่ขึ้นหลังกอไผ่ บรรยากาศของวัดป่าที่มีเผาผีสุดจะวังเวง และพระจันทร์ก็ทอแสงนวลเหนือกอไผ่พอดี ชายคากุฏิก็ไม่บังดวงจันทร์ ทุกอย่างเป็นมุมที่พอดี ก็เลยเกิดคิดเอาเองว่า “จะเพ่งพระจันทร์”

• #กสิณนิมิตภาวนา
ก็จ้องดูพระจันทร์ไม่ยอมหลับตาเด็ดขาด นานเท่าใดก็แล้วแต่ แม้น้ำตาจะไหลจะแสบตาแค่ไหนก็จะไม่ยอมหลับตา เพ่งพระจันทร์แล้วก็มองดูเงามืดของกอไผ่ รวมกําลังใจเพ่งเข้าไป เพ่งเข้าไปในราว ๕ วันเท่านั้น วงกสิณก็เกิด รู้ได้ยังไง บุญช่วย (แบบภาษาสเปนที่เม็กซิโกเขาว่า Dios me ayuda เทวดาช่วยที) เมื่อมองดูพระจันทร์แล้ว ก็มองดูเงามืดที่กอไผ่ ปรากฏดวงสว่างคงที่ แล้วพร้อมกันนั้นจิตใจที่ไม่เคยนิ่งเลยแต่ก่อน ก็เกิดนิ่งพร้อมกันทันที นิ่งอยู่พร้อมกับนิมิต บังคับให้สว่าง บังคับให้ดับ ให้เกิดได้ทุกที่ ให้ปรากฏขึ้นตรงไหนก็ได้ ทําเมื่อใดก็ได้ เป็นอันใช้ได้ เป็นกสิณนิมิตภาวนา ก็ไปกราบเรียนท่านอาจารย์อีกตอนกลางคืน ท่านว่า “ดูข้างในกาย เธอซิ” จ้องลงไปในตัวก็เกิดเป็นแสงสว่างจ้านวลราวกับแสงไฟฉายกระบอกใหม่ ปรากฏขึ้นภายใน ทันทีนั้นก็เกิดปีติสุขอย่างมากขึ้นพร้อมกัน

ท่านอาจารย์กู่บอกว่า “ดูเส้นผมซิ” หลับตามองเกิดแสงสว่างนวลแบบนีออน เห็นนิมิตเส้นผมทันที ขนาดใหญ่ราวสายไฟฟ้า ท่านอาจารย์แนะให้ใช้แสงตรวจดูในเส้นผม ก็เกิดเป็นอัตโนมัติเลย นึกขึ้นได้เองว่า อย่างนี้เองที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพุทธญาณส่องแสงสว่างเหนือโลก (ดัง Super Computer, internet) ทรงต้องการรู้อะไรก็กดปุ่มจิตสมาธิ อภิญญา เหมือนกดปุ่มเพ่งจิต พรึ่บ ภาพคําตอบก็ปรากฏทันที อดีต ปัจจุบัน อนาคต สถานที่ บุคคล ในจักรวาล (Cosmo) นอกจักรวาลนี้ไม่มีขอบเขต โยคีผู้มีฤทธิ์สมัยก่อนหรือสมัยเดียวกับพระพุทธองค์ ก็สามารถเห็นได้ แต่มีขอบเขตจํากัดมากกว่า (ไม่มีที่เปรียบได้กับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) ความจํากัดเพราะจิตยังมืด หัวของความมืด อวิชชา คือนึกว่าตน (I, my, ego, self) เป็นขันธ์ ๕ หลงเป็นโลกภพ หลงไม่ดับสูญ ด้วยอริยมรรค ๘ สติปัฏฐาน รวมเกิดเป็นโลกุตตรธรรม ธรรมพ้นโลกหลง ตั้งแต่ขั้นพระโสดาบันขึ้นไป จิตจึงสว่างพ้นหลง ถึงพุทธธรรมได้ ลงกสิณนี้เมื่อเกิดในกายได้แล้ว กําหนดจิตเมื่อไรก็เห็นทันทีพร้อมปีติสุข ไม่ว่านั่ง นอน ยืน เดิน หรือแม้นั่งอยู่ในหมู่คน ที่ชุมชน ไม่ต้องปิดตาดู นัยน์ตาเปิดธรรมดา เหมือนไม่ใช่ภาวนา แต่ก็เห็นดวงสว่างมาก ในอกมีปีติทั่วทั้งกายและใจพร้อมกัน ก็มีประโยชน์ตอนขึ้นรถไฟคนแน่นๆ ไปไหนลําบาก ก็นั่งมองคนเป็นธรรมดาๆ ก็เพ่งให้เห็นวงกสิณก็เกิดปีติสุขพร้อมกันไป ก็เลยไม่ต้องไปห้องสุขาอีกด้วย คือเริ่มจากกสิณพระจันทร์นี่ วงกสิณสามารถเข้าออกเหมือนว่าขยับแสงไฟ จะให้เกิดจะให้ดับไปอยู่ไหนก็ได้ ท่านอาจารย์ก็ต่อให้อีก ต่อมาก็พิจารณาอะไรก็ได้

• #ออกธุดงค์
เมื่อได้กสิณแล้วก็คิดว่าเราสบายแล้ว เที่ยวธุดงค์ไปดีกว่า จะไปนานหรือไม่ นานก็ไม่เป็นไร ตอนนั้นอายุราว ๓๑ ปี ถ้าอย่างไรก็หางานทําใหม่ได้ คิดแล้วก็เลยไปกราบลาท่านอาจารย์ และเขียนจดหมายลาท่านข้าหลวง คือ คุณปกรณ์ อังศุสิงห์ ว่าขอลาออกจากราชการ แม้ท่านจะอนุญาตหรือไม่ก็ตาม ก็ลงมากรุงเทพฯ พักวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน พักกับท่านเจ้าคุณอริยคุณาธาร (มหาเส็ง ปุสฺโส) ต่อมาท่านสึกไปอยู่เขาสวนกวาง แล้วต่อมาก็ไปพักวัดเจ้าคณะธรรมยุต คือช่วงนั้นเป็นพรรษาที่ ๑

ในช่วงที่บวชใหม่ๆ นั้น อาตมาก็ศึกษาพระไตรปิฎก ตั้งใจศึกษาอย่างยิ่ง อ่าน อ่าน แล้วก็ย่อ ย่อ ทําย่อเก็บไว้ๆ เอาไว้กันพระต้ม แล้วถ้าท่านเทศน์ถูกผิดเราจะได้รู้

ที่อุบลราชธานี ที่วัดใหญ่นี่มีเรื่องให้คิดดีอยู่เรื่องหนึ่ง คือมีคนเขาได้ว่านกันงูกัดมา เขาว่าดีนัก พากันดีใจ เย็นวันนั้นมันมากัดคนในวัดเลย นี่ ของดีมากถ้ามี มันก็เกิดมีของไม่ดีมาเกิดพร้อมกัน ที่มีของดีมันก็มาลองดี สู้ไม่มีเสียเลยดีกว่าหมดเรื่อง มีโรงพยาบาลสวยหรูทันสมัย น่าดู มีแต่คนป่วยที่เข้าไปไม่สบายด้วยนะ นี่แหละโลกสมัยใหม่ สวยงามเทคโนโลยี แต่แสงสว่างจิต ศีลธรรมประจําจิต ไม่มี ทุกข์เพราะโง่

• #ภาวนาทิ้งทวน
ต่อมาไปพักที่วัดเจ้าคณะธรรมยุต จังหวัดโคราชแล้ว ไปจําพรรษา พ.ศ.๒๔๘๐ ที่วัดสุปัฏนาราม กับท่านเจ้าคณะธรรมยุต อุบลราชธานี มีเจ้าคุณธรรมปิฎกเป็นเจ้าอาวาส บังเอิญท่านเจ้าคุณออกตรวจการเดินทางไปด้วย พบวัดป่าลุมพกเปิดใหม่ (วัดป่าประชาอุทิศ) เมืองคําเขื่อนแก้ว (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดยโสธร) เป็นเมืองขอมโบราณ อยู่ไกลไปทางเหนือราว ๙๐ กิโลเมตร เป็นวัดป่าสร้างใหม่ มีอาจารย์ครูบานิด พรรษา ๕ เป็นผู้ก่อตั้ง อาตมาก็เลยชอบใจ ตั้งใจพักที่นี่ คือที่วัดนี้มีพระไม่มาก ๓-๔ องค์ การจัดวางผังขอวัดดีมาก แผนผังดี ตัดถนนเป็นตาหมากรุก มีกุฏิอยู่ ตามมุมจะมองไม่เห็นกัน มีต้นไม้ครึ้มร่มเย็นดี เป็นที่สัปปายะก็เลยตอนนั้นมาอยู่วัดนี้ อาตมาไม่ทิ้งภาวนา แต่ดวงกสิณใกล้จะดับแล้ว มันสว่างนิดๆ เท่านั้น

ก็เลยคิดว่าจะสึกแล้ว ก็เลยคิดจะอยู่ที่วัดป่าลุมพุก (วัดป่าประชาอุทิศ) นี้ ภาวนาครั้ง สุดท้ายแล้วสึก
ก็นึกว่า ไหนๆ เราจะสึกแล้ว เราจะสร้างพระเจดีย์ แต่เจดีย์ของเราไม่สร้างด้วยอิฐด้วยปูนอะไร เจดีย์ของเราจะสร้างด้วยการภาวนาถวายพระพุทธเจ้า จึงได้ภาวนาอย่างเต็มที่เลย แบบที่เรียกว่า “#ภาวนาทิ้งทวน”

ก็คิดเอาเองอีก วิธีนี้คือ ไม่เพ่งกสิณมาก แต่มาฝึกสติปัฏฐาน โดยเดินจงกรม ๕ ก้าวแรก เราจะเดินสติในกาย ให้สติรู้อยู่กับขากับเท้า ไม่มีคิดเรื่องอื่น กว่าจะได้ ๕ ก้าวเกือบแย่ ถ้าระหว่างนั้นเกิดแว็บไปคิดอะไรอื่น ก็เอาใหม่ ต้องนับหนึ่งใหม่ ภาวนานี้ส่วนใหญ่คิดเอาเอง ใช้วิธี (method) กัดปากเอาแล้วกํามือ เอาเล็บจิกมือไปพร้อมๆ ให้เจ็บมากๆ ทําแบบนี้ นี่ นี่ (ท่านเมตตาทําท่าให้ดู) ยืดแขนกํามือ กดเล็บจิกลงไปให้เจ็บ เจ็บจนคิดอื่นไม่ได้ รู้อยู่ที่เจ็บนั่นแหละ ก่อนให้จิตอยู่กับเจ็บ รู้อยู่ที่เจ็บ ให้มันเกาะอยู่ที่กาย เอาจนได้ ๕ ก้าว ก็เพิ่มขึ้นวันละ ๑ ก้าว หลักประจํามีว่า สติอยู่กับขา ระหว่างนั้นถ้าแว็บก็นับ ๑ ใหม่ ไม่ว่าจะได้ไปแล้วกี่ก้าว เล่นเอา เหงื่อตก ที่นี้สมมุติว่าวันนี้จะเดิน ๒๐ ก้าว พอเดินไปก้าวที่ ๑๙ แล้ว เอ๊ ทางกรุงเทพฯ เป็นไงน้า อิตาหลวงพิบูล (จอมพล ป. พิบูลสงคราม) แกเป็นยังไงน้า เอ้าต้องเริ่มใหม่

ยิ่งทําได้เป็นเที่ยวก็ยิ่งยากขึ้น ถ้า ๕ เที่ยวก็ยากขึ้นไปอีก ถ้ากําหนดว่าวันนี้จะเดิน ๒๐ เที่ยว พอ ๑๕ เที่ยวก็ เอ้ นายควง (นายควง อภัยวงศ์) เป็นไงบ้างน้า (หลวงปู่ชอบคิดการเมือง) เอ้า เอาใหม่อีก เริ่มต้นใหม่ ที่นี่ วันนั้นคงได้ในราว ๑๕-๓๐ เที่ยว
ก็เกิดบังเอิญเย็นวันนั้นสรงน้ำตอนเย็นตามแบบบ้านนอกไทยๆ ก็ตักน้ำจากโอ่งขึ้นอาบ กําลังอาบอยู่ เกิดแสงสว่างเรื่องๆ เป็นแบบแสงรุ้ง เกิด พรึ่บ รอบกาย ภายนอกสว่าง รอบเหมือนกระด้ง เหมือนแบบที่เขาเขียนรัศมีรอบๆ นั่นแหละ ตอนนั้นเฉยๆ ไม่มีปีติสุขใด ๆ การเคลื่อนไหวกายก็ปกติ ก็สรงน้ำไป แสงสว่างรอบเหมือนกระด้งก็คงมีอยู่อย่างนั้น สรงน้ำเสร็จ เดินกลับกุฏิ แสงสว่างรอบก็มีอยู่อย่างนั้น ก็เลยนั่งอยู่ในกุฏิ วงสว่างยังคงเดิม คิดได้ว่า นี่เป็นสมาธิ คือ สมาธิเจริญปัญญา ปัญญาเกิดจากสมาธิ ก็เลยดูจิตนิ่ง เฉยๆ ไม่ต้องไปคิดอะไร คือตอนนี้ปริยัติก็ให้ผลเหมือนกัน นี่เป็นลักษณะจิต สมาธิ ปัญญา เกิดจากสมาธิภาวนา จิตนิ่ง พร้อมนิมิต ก็นั่งดูนิมิตเฉยๆ #ดูวงสว่างนั้น_ไม่ต้องคิดถามตอบอะไร_ไม่ไปอยากรู้อะไร แล้วก็เกิดมีเสียงคน ๒ คน คนเขาโต้กัน ถามตอบปัญหาธรรมกัน เรื่อง ขันธ์ ๕ มีจริงหรือเปล่า เสียงนั้นดังว่า “ขันธ์ ๕ มีจริงรึเปล่า ถ้ามีจริงก็วิ่งออกมาให้ดูเหมือนหนู ๕ ตัวซิ”

เสียงโต้กันสักพัก ก็รู้ขึ้นว่าจิตนี่เองมันมืด อวิชชา สังขารา จิตมันหลง ก็รู้ปฏิจจสมุปบาท ตอนต้น รู้ประจักษ์แจ้งในใจตนเอง ว่า จิตเท่านั้นเองมืด เหมือนคนที่ถูกเอาผ้าดํามาปิดหัว ปิดตาแน่น ไขว่คว้าอากาศไปมา หมุนไปมา นึกเอา หวังเอา คาดคะเนเอาว่าข้างนอก เป็นอย่างไร คือการทํางานของจิตอวิชชาของสัตว์โลกทั้งหมด ตั้งแต่ยอดพรหมลงไปสู่ก้นนรก ไม่เพียงคน จิตที่ยังไม่สว่าง ไม่ถึงโลกุตตรธรรม มรรคผล ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป เป็นจิตปุถุชน เป็นจิตสังขาร (อารมณ์ โลภหลง ภาพหลง) ตามปฏิจจสมุปบาท อวิชชาปัจจยา สงขารา สายกําเนิด โลภ หลง (line of causality) หรือพระอภิธรรมที่พระสวดตามงานศพนั่นแหละ

สรุป วันนี้รู้ปฏิจจสมุปบาทตอนต้น #ความคิดจะสึกหายไปหมดสิ้น ก็เลยออกจากวัดป่าลุมพุก (ซึ่งอยู่ห่างจากอําเภอเมืองอุบลราชธานี ไปประมาณ ๙๐ กิโลเมตร) ไปหาท่านพ่อลี (ท่านพระอาจารย์ลี ธัมมธโร ศิษย์รุ่นที่ ๒ ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และเป็นผู้ก่อตั้ง วัดอโศการาม) ตอนนั้นราวปี พ.ศ.๒๔๙๑ ยังอยู่ในพรรษา ๑ ช่วงนั้นท่านพระอาจารย์เทสก์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) ยังอยู่ที่วัดเขาน้อย จันทบุรี เช่นกัน ต่อมาท่านเดินทางไปอยู่ปักษ์ใต้ พังงา ภูเก็ต

ก็ไปขออยู่กับท่านพระอาจารย์ลี ที่วัดคลองกุ้ง จันทบุรี ไปอยู่ ๑ พรรษา ก็เกิดบังเอิญมีคนที่เคยภาวนากับท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ (จันทร์ สิริจันโท) วัดบรมนิวาส (สมัย ร.๖ ภาวนามาตั้ง ๔๐ ปี) เป็นมารดาของคุณปกรณ์ อังศุสิงห์ อยู่บางกะแจะ จันทบุรี ใช้ให้คนมานิมนต์ ท่านหลวงพ่อลีไปเทศน์เรื่อง อริยสัจ ๔ ที่บ้าน ผู้นิมนต์กําลังนิมนต์อยู่ ท่านพระอาจารย์ลี ท่านอยู่บนกุฏิไม้ชั้นบนสูง ก็พอดีเราเดินผ่านหน้ากุฏิท่าน ตอนนั้นท่านร้องส่งเสียงดังลงมาสั่งทันทีว่า “บุญฤทธิ์ไปเทศน์เรื่องอริยสัจ ๔ ที” เท่านั้นเอง แล้วท่านก็ไม่ได้แนะได้สอนอะไร

พูดเรื่องการไปแสดงธรรมเทศนานี้ โยมแม่ของคุณปกรณ์ อังศุสิงห์ ซึ่งภาวนามา ๔๐ ปีแล้ว และเป็นลูกศิษย์พระใหญ่ๆ อย่างเป็นศิษย์ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ นี้ เวลานิมนต์พระไปเทศน์ โยมจะตั้งหัวข้อให้เลย พระก็ต้องเทศน์ตามหัวข้อนี้แหละ

ทีนี้วันนั้นก็อย่างที่เล่าว่า พอเดินผ่านกุฏิท่านอาจารย์ ท่านก็ตะโกนสั่งให้เราไปเทศน์แทน ก็รีบไปค้นหนังสือ ก็ไม่เห็นค่อยมีอะไร คืนวันนี้คือปกติที่วัดป่านี่ไหว้พระสวดมนต์แล้วก็มีภาวนา อีกราว ๔๕ นาที พอคืนนั้นเขาเลิกภาวนากันแล้ว อาตมาก็อยู่ภาวนาต่อ คราวนี้ต้องอาศัยของเก่า ก็คิดเอาเอง รวบรวมกําลังเพ่งไปเป็นวงกลม #คืออาศัยของเก่า “#วงกสิณแสงสว่าง” เป็นพื้นฐานปัญญา คือเพ่งจิตสมาธิ #ฝึกให้เกิดวงสว่าง_แล้วรวมพลังจิต_กําลังใจกายเพ่งมุ่ง_ตรงไปจุดเดียว_ที่ตรงใจกลางวงสว่างนั้น_พรึ่บ นิมิตกสิณก็ปรากฏเป็นภาพทันที เป็นภาพขาวดําเหมือนภาพยนตร์แบบทีวี เห็นเป็นภาพคนพายเรือจ้างแบบไทย พายออกไปในทะเลตอนค่ำ คนนั้นพายไปก็มองดูคลื่นในทะเล ก็เกิดสงสัยคลื่นเป็นยังไง ก็เอามือจุ่มลงไป ลุ่มน้ำทะเลดูทันที ก็เกิดความรู้ทันที น้ำไม่ใช่คลื่น คลื่นก็ไม่ใช่น้ำ พิสูจน์โดดลงไปในน้ำ ตัวกลายเป็นธาตุน้ำไปหมด มหาสมุทรตัวแท้คือธาตุน้ำ อยู่เสมอ จุ่มลงก็เปียก ส่วนคลื่นเป็นอาการ (movement dynamic is not H2O Constant (Chemical) temporal is not untemporal, relativity is not absolute.) คือมันจริง แค่โง่ แค่กิเลส แค่สังขาร (ไม่ใช่จริงแท้ พุทธธรรม วิสังขาร) เป็นอวิชชาปัจจยา สังขารา ปฏิจจสมุปบาท เป็น line of causality ที่พระท่านสวดงานศพ ที่พระพุทธองค์ทรงกล่าว ว่า อวิชชาโง่ เป็นเหตุ ทุกข์ หลง เป็นเหตุ รู้แจ้งเมื่อโดดจากเรือลงไปในน้ำ ตัวละลายกลายเป็นธาตุน้ำไปหมด กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธาตุน้ำมหาสมุทร หมดสงสัยธรรมธาตุ สังขารก็ดี วิสังขารก็ดี อาการ ไม่ใช่อาการธรรมดาอยู่อย่างนั้นเอง พระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้ว่า “พระองค์จะทรงปรากฏหรือไม่ก็ตาม อริยสัจ ๔ นิพพานธรรม สังขาร วิสังขารธรรม ก็เป็นอยู่อย่างนั้น”

ตกลงก็เลยได้ไปเทศน์ให้โยมฟัง (พวกพระเทศน์ แบบโวหารตามคัมภีร์เขาไม่เอา) โยมชอบใจมาก เพราะอาตมาเทศน์อยู่นาน พอเทศน์เสร็จโยมก็บอกว่า “เอ้า ใครอยากซักถามเพื่อนก็มาถามชิ” เรียกคนโน้นคนนี้มา ช่วยซักถามต่อ แต่ไม่มีคนถาม ก็พอรอดตัวไปได้ดี

• #พระป่าประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
ปีนั้น พ.ศ.๒๔๙๑ พอออกพรรษา ท่านพระอาจารย์ลี ท่านก็ไปจําพรรษาต่อที่เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย (พ.ศ.๒๔๙๒) แล้วไปอยู่วัดโรงธรรมสามัคคี ที่สันกําแพง ก็ได้มีโอกาสบังเอิญในงานประจําปี ปีนั้นเป็นวันวิสาขบูชา ที่วัดเจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่ มีพระป่ามาประชุมกันมากมายร่วม ๑๐๐ องค์โดยท่านไม่ได้นัดหมายกัน เขาจัดรับพระนั่งที่ใต้ถุนกุฏิเจ้าอาวาส มีโต๊ะนั่งสี่เหลี่ยมตัวหนึ่ง ทําให้หลวงปู่ได้มีโอกาส ได้พบพระป่าผู้ใหญ่หลายรูป

หลวงปู่ได้โอกาสนั่งใกล้พระอาจารย์แหวน (หลวงปู่แหวน สุจิณโณ) วัดป่าห้วยน้ำริน ตอนนั้น ท่านยังไม่ชรามาก ยังแข็งแรง จากหลวงปู่แหวนก็มี หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดป่าแม่ริม จ.เชียงใหม่ ท่านนั่งอยู่ทางขวา และมีท่านอาจารย์อีกองค์หนึ่ง องค์ดําๆ รูปองค์เล็กๆ นั่งตรงข้าม ท่านนั่งสงบ ไม่พูดจา ไม่หัวเราะอะไร นั่งนิ่งเงียบ (แท้จริงคือหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งตอนนั้นหลวงปู่บุญฤทธิ์ยังไม่รู้จักท่านมาก่อน) อาตมาก็นึกว่าในใจ “พระบ้านนอก” ในคืนวันวิสาขบูชานั้นเอง เมื่อพระและชาวบ้านประชุมกันในศาลาใหญ่ วัดเจดีย์หลวง จึงได้รู้ว่าท่านคือ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ศิษย์องค์สําคัญของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต คืนนั้นพระอาจารย์มากมายหลายองค์ถูกนิมนต์ขึ้นเทศน์ ก็มีการนิมนต์หลวงปู่ชอบ นิมนต์สองครั้ง ท่านนั่งนิ่งเฉย อาตมาก็ได้นึกว่า “ท่านไปอยู่ป่าอยู่เขา กับกะเหรี่ยงทําไมนะ” โดยไม่รู้ตัวเลย หลวงปู่ไม่รู้ตัวเลยว่าอีกไม่กี่วันที่จะถึงวันเข้าพรรษา หลวงปู่ก็จะได้ไปอยู่กับองค์หลวงปู่ชอบที่วัดป่าบ้านยางผาแด่น วัดป่าที่องค์หลวงปู่ชอบท่านไปตั้งขึ้น อยู่บนภูเขาสูง กลางดงป่าใหญ่ แสนจะทุรกันดาร ไม่มีทางรถไปถึง มีแต่จะต้องบุกป่าฝ่าหนาม ปีนเขาขึ้นไปเท่านั้น

ก็ตามเคยคือบังเอิญท่านพ่อลี (พระอาจารย์ลี ธัมมธโร) กลับมาจากอินเดียแล้ว สมเด็จวัดบรมนิวาส (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ติสโส อ้วน) ผู้มีพรรษาแก่กว่าพระอาจารย์มั่น (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ได้นิมนต์ให้ท่านพ่อลีอยู่จําพรรษาที่วัดบรมนิวาส เพื่อสอนภาวนาองค์ท่านโดยเฉพาะ เพราะในตอนนั้นสมเด็จชราภาพมากแล้วกว่า ๘๐ พรรษา หลวงปู่ก็ลงไปเยี่ยมนมัสการท่านพ่อลี และพักอยู่ที่วัดบรมนิวาส พักที่กุฏิท่านปลัด (ผู้เคยเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น) อาตมาก็เลยถามท่านว่า “เคยได้ยินชื่อหรือเคยรู้จักท่านอาจารย์ชอบไหม”

ท่านปลัดตอบทันทีว่า “โอ ท่านองค์นี้เป็นศิษย์องค์สําคัญมากของหลวงปู่มั่น #ท่านเป็นผู้มีอภิญญามาก” เพราะคํานี้คําเดียว “#มีอภิญญามาก” ที่บังเอิญทําให้หลวงปู่ตัดสินใจกลับเชียงใหม่ทันที “แต่อาตมานี่ คนชอบดูถูกว่าพระกรุงเทพฯ” ท่านพระอาจารย์ลีถามโยมที่ห้วยน้ำริน จังหวัดเชียงใหม่ ว่า “บุญฤทธิ์ ถ้าขึ้นเขากะเหรี่ยงนี้ใช้เวลากี่วัน” โยมตอบ “สัก ๒ วันครับ” ท่านว่า “โอ้ เราเดินครึ่งวันขาเดียว แต่เอาจริงๆ ก็ ๒ วัน”

จากวัดบรมนิวาส อาตมาก็รีบกลับวัดดวงแข หัวลําโพง กลับไปวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นใกล้เข้าพรรษาแล้ว ก็รีบไปลาท่านเจ้าคุณเจ้าอาวาส เรียนว่าจะไปจําพรรษากับ พระอาจารย์ชอบ ท่านเจ้าอาวาสก็ห้ามว่า “บุญฤทธิ์ ประเดี๋ยวก็หามออกมาหรอก”

อาตมาไม่เชื่อใครหรอก ตอนนั้นรีบลา ออกเดินทาง ก็ไปตอนแรกไปพักอยู่วัดแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

คัดลอกจากหนังสือชีวประวัติ พระบุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ; หน้า ๙๐ – ๙๙ ขออนุญาตพิมพ์เผยแผ่เป็นธรรมทานครับ . . . ส า ธุ
แอดมินท่องถิ่นธรรมจะทยอยพิมพ์ให้อ่านจนถึงวันงานพระราชทานเพลิงฯนะครับ

• • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • •
#ร่วมบุญโรงทานงานหลวงปู่บุญฤทธิ์โดยศิษย์หลวงปู่ชอบ
• ขอเชิญร่วมบุญโรงทานถวายในงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต โรงทานในนามศิษย์หลวงปู่ชอบ ฐานสโม , โรงทานในนามศิษย์หลวงปู่ท่อน ญาณธโร , โรงทานในนามศิษย์หลวงปู่สมศรี อัตตสิริ วัดเวฬุวนาราม โรงทานวัดป่ากกโพธิ์วังกำ และโรงทานวัดป่าท่าสวย (ศิษย์สายเมืองเลย)
#ท่านผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญได้ที่บัญชี
ธนาคารไทยพานิชย์ ชื่อบัญชี พระอำนวย พร้อมเพ็ง เลขที่บัญชี 528-2-45156-4
สอบถามเพิ่มเติมที่ ท่านพระอาจารย์อำนวย เจ้าอาวาสวัดป่าท่าสวย โทร. 088-540-1839

#ร่วมบุญโรงทานในนามศิษย์หลวงปู่ชอบ_ฐานสโม และ #โรงทานวัดป่าสายเมืองเลย จัดทำโดย วัดป่าท่าสวย จ.เลย , วัดป่ากกโพธิ์ จ.เลย และศิษย์พระกัมมัฏฐานสายเมืองเลย นำโดยพระครูสิทธิจริยาภรณ์ ท่านพระอาจารย์อำนวย กันตจาโร ซึ่งจัดทำภัตตาหารถวายพ่อแม่ครูอาจารย์ คณะสงฆ์ ที่มาร่วมงานฯ ระยะเวลา 5 วัน ตลอดถึงหมู่สงฆ์ที่มาช่วยเก็บงานจนแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 ถึงวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 อีกทั้งยังแจกจ่ายกาแฟสด ,เครื่องดื่ม และอาหารแก่ญาติโยมผู้มาร่วมงานฯ อีกด้วย

ขออนุโมทนาบุญกับผู้มีกุศลเจตนาบุญทุกๆ ท่านครับ...สาธุครับผม

#การบอกบุญเฉพาะในส่วนทำโรงทานไม่ใช่ทำบุญในงานพระราชทานเพลิงฯนะครับ
#แชร์บอกบุญต่อกันได้เลยนะครับ_สาธุ

=== ขอบพระคุณข้อมูลจาก : FB เฉลิมชัย จารุพัฒนเดช
4  ธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน / ประวัติของพระอริยสงฆ์ สาวกที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ รวมทั้งปฏิปทาในการปฏิบัติ / Re: ประวัติของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต รวมทั้ง การแสวงหาธรรมและปฏิปทา เมื่อ: ธันวาคม 12, 2018, 11:30:20 AM
คติธรรมคำสอน แห่งพระบูรพาจารย์ สายวัดป่ากรรมฐาน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่มั่นผู้มีลักษณะพิเศษของ "มหาบุรุษ"
เพราะหลวงปู่มั่น ท่านเคยปรารถนาพุทธภูมิ
(เรื่องเล่า หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
(บันทึกโดย หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ)

ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตเป็นผู้มีปฏิปทามักน้อย สันโดษ ไม่ระคนด้วยหมู่ แสวงหาวิเวก ปรารภความเพียร
ตั้งแต่วันบรรพชาอุปสมบท จนกระทั่งวาระสุดท้ายเรียกว่าครบบริบูรณ์ เหมือนกับว่า เมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล ผล คือ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ อันนี้เป็นผลของความมักน้อย สันโดษ ไม่ระคนด้วยหมู่ แสวงหาวิเวก ปรารภความเพียร ท่านพระอาจารย์มั่น ทำได้สม่ำเสมอ ตั้งแต่เบื้องต้นแห่งชีวิต จนกระทั่งบั้นปลายชีวิต

ธุดงควัตรของท่าน คือบิณฑบาตเป็นวัตร ฉันมื้อเดียวเป็นวัตร ฉันในบาตรเป็นวัตร ใช้ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ผู้ที่จะไปถวาย ถ้าเป็นจีวรสักผืนหนึ่ง ผ้าสบง ผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม เรียกว่าผ้าก็แล้วกัน ถ้าจะถวายท่าน เขามักจะไปวางไว้ที่บันไดบ้าง วางใกล้ๆ กุฏิของท่านบ้าง วางตรงทางเดินไปห้องน้ำบ้าง ท่านเห็นก็บังสุกุลเอา บางผืนก็ใช้ บางผืนก็ไม่ได้ใช้ ผู้ไม่รู้อัธยาศัยไปถวายกับมือ ท่านจะไม่ใช้

ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นพระนักปฏิบัติ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่า โคดม ในยุค ๒,๐๐๐ ปี เป็นสาวกที่มีลักษณะสมบูรณ์แบบ ด้วยลักษณะภายนอกและภายใน เพราะเหตุนั้นชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์เกียรติคุณของท่าน จึงขจรขจายถึงทุกวันนี้ แทนที่จะเป็น ๖๐ ปีแล้วก็เลือนหายไป กลับเพิ่มขึ้นๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพราะบุคลิกของท่านนั้น เป็นบุคลิกที่สมบูรณ์แบบ ในความรู้สึกของผู้เล่า ท่านพระอาจารย์มั่น เป็นบุคคลน่าอัศจรรย์ในยุคนี้

ขอให้ท่านสังเกตดูในรูปภาพ คิ้ว คาง หู ตา จมูก มือ และเท้า ตลอดชีวิตของท่านนั้น ท่านเดินทางข้ามเขาไปไม่รู้กี่ลูก จนเท้าพอง ไม่ใช่เท้าแดงหรือเท้าเหลือง

คิ้ว ท่านมีไฝตรงระหว่างคิ้ว ลักษณะคล้ายกับพระอุณาโลมของพระพุทธเจ้า ไฝอันนี้เป็นจุดดำเล็กๆ ไม่ได้นูนขึ้นมา มีขนอ่อน ๓ เส้น ไม่ยาวมาก และโค้งหักเป็นตัวอักษร ก เป็นเส้นละเอียดอ่อนมากถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็น ขณะท่านปลงผมจะปลงขนนี้ออกด้วย แต่จะขึ้นใหม่ในลักษณะเดิมอีก

ใบหูของท่านมีลักษณะหูยาน จมูกโด่ง แววตาของท่านก็เหมือนแววตาไก่ป่า บางคนอาจไม่เคยเห็นไก่ป่า คือ เป็นวงแหวนในตาดำ มือของท่านนิ้วชี้จะยาวกว่า แล้วไล่ลงมาจนถึงนิ้วก้อย นิ้วเท้าก็เหมือนกัน

หลวงปู่หล้าท่านก็เคยเล่าว่า เวลาล้างเท้าหลวงปู่มั่น เห็น ฝ่าเท้าของท่านเป็นลายก้นหอย ๒ อัน และมีรอยอยู่กลางฝ่าเท้า เหมือนกากบาทเวลาท่านเดินไปไหน ท่านเดินก่อน สานุศิษย์จะไม่เหยียบรอยท่าน พอท่านเดินผ่านไปแล้ว ชาวบ้านจะไปมองดู จะเห็นเป็นลายตารางปรากฏอยู่ทั้งสองฝ่าเท้า

รอยนิ้วเท้าก็เป็นก้นหอยเหมือนกัน จะเรียกก้นหอยหรือวงจักรก็ได้ มีอันใหญ่กับอันเล็ก ๒ อัน เป็นลักษณะพิเศษของท่าน (หลวงปู่จันทร์โสม กิตติกาโร วัดป่านาสีดา อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ได้เล่าเสริมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ขณะหลวงปู่จันทร์โสมพักอยู่วัดป่าบ้านหนองผือนั้น ได้ถวายการนวดหลวงปู่มั่น เมื่อท่านหลับแล้ว หลวงปู่ได้พลิกดูฝ่ามือของหลวงปู่มั่น พบว่า มีเส้นกากบาทเต็มฝ่ามือทั้งสองข้าง และมือท่านก็นิ่มมาก)
บุคคลทุกระดับ เมื่อเข้าไปถึงท่านแล้ว ท่านจะเป็นกันเองมาก คุยสนุกสนานเหมือนคนรู้จักกันมานาน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าบุคคลที่มักจะเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ ท่านจะไม่ค่อยเป็นกันเองเท่าไหร่ ถามคำไหนได้คำนั้น ถ้าไม่ถามท่านก็นั่งเฉย

ท่านพระอาจารย์มั่นเคยพูดว่า
"ผู้ที่จะมาศึกษาธรรมะกับเรา จะเป็นญาติโยมก็ดี หรือเป็นพระสงฆ์ก็ดี ขอให้เก็บหอกเก็บดาบไว้ที่บ้านเสียก่อน อย่านำมาที่นี่ อยากมาปฏิบัติ มาฟังเทศน์ฟังธรรม ถ้านำหอกนำดาบมา จะไม่ได้ฟังเทศน์ของพระแก่องค์นี้"

แม้กระทั่งเด็กที่ไม่รู้เดียงสา ป.๒-๓-๔ ท่านก็ทำเป็นเพื่อนได้ ในความรู้สึกของผู้เล่าผู้อยู่ใกล้ชิด เวลาท่านอยู่กับเด็ก กิริยาของท่านก็เข้ากับเด็กได้ดี เพราะฉะนั้นความโดดเด่นของท่าน ใครเข้าไปแล้วกลับออกมาก็อยากเข้าไปอีก ใครได้ฟังเทศน์ฟังธรรมแล้ว กลับออกมาก็อยากฟังอีก

อันนี้คืออานิสงส์ที่ท่านตั้งปณิธานว่า ข้าพระองค์ขอปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเหมือนอย่างพระองค์ หลังจากที่ได้ฟังพระพุทธเจ้าเทศนาจนจบ จึงได้ตั้งปณิธานเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า คือ องค์สมณโคดมนี้
(ขณะนั้นท่านพระอาจารย์มั่นเป็นเสนาบดีแห่งแคว้นกุรุ - ภิเนษกรมณ์)

หลังจากนั้นก็เวียนว่ายตายเกิดจนชาติปัจจุบันมาเป็นท่านพระอาจารย์มั่น
ทีนี้ทำไมท่านจึงละความปรารถนาพุทธภูมิ ท่านพิจารณาแล้ว รู้สึกว่าตัวเรานี้ปรารถนาพุทธภูมิจึงมาสร้างบารมี ผู้ที่ปรารถนาพุทธภูมิ เขาคิดอยู่ในใจเหมือนกับเรานับไม่ถ้วน ผู้ที่ออกปากแล้วเหมือนกับเราก็นับไม่ถ้วน ผู้ที่ได้รับพระพุทธพยากรณ์แล้วก็นับไม่ถ้วน และผู้ที่จะมาตรัสรู้ข้างหน้ามีอีกหลายองค์ เช่น พระศรีอริยเมตไตรย พระเจ้าปเสนทิโกศล กว่าจะถึงวาระของเรา มันจะอีกนานเท่าไหร่ เราขอรวบรัดตัดตอนให้สิ้นกิเลสในภพนี้เสียเลย ท่านพิจารณาเช่นนี้ จึงได้ละความปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า

ให้เสียงภาษาไทยโดย ฟ้าทะลายโจร
ประเภท : พุทธศาสนสุภาษิต, ธรรมคำสอน
หมวดหมู่ : พระสายป่า ธรรมยุติ, กรรมฐาน

พุทโธ ธัมโม สังโฆ
ทานศีลเนกขัมมะปัญญาวิริยะขันติสัจจะอธิษฐ­านเมตตาอุเบกขา

วิดีโอที่ข้าพเจ้าได้ทำขึ้นนี้ จัดทำเพื่อการกุศล เพื่อเผยแพร่ พระธรรมคำสั่งสอน มิได้มีเจตนาจะลบหลู่หรือดูหมิ่นแต่ประการ­ใด ถ้าหากผิดพลาดพลั้งประการใดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
สามารถติดตามและรับข่าวสาร ได้ที่
Facebook page : https://www.facebook.com/DharmaXP
5  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2018, 02:47:04 PM
มีทำบุญกฐินที่สวนสันติธรรม กับที่ มูลนิธิหลวงปู่มั่น ไปนะครับ ในเดือน พย 2561 นี้ เอาบุญมาแบ่งนะครับพี่ต่าย : )
6  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2018, 02:46:31 PM
เป็นธรรมะที่ซาบซ่านจริงๆ ครับพี่ต่าย
อนุโมทนาสาธุครับผม
7  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2018, 03:15:44 PM
วันนี้ ขึ้น15ค่ำเดือน8 ตรงกับวันที่ 27 กรกฏาคม 2561 : วันอาสาฬหบูชา
ร่วมฟังธรรมกันนะครับผม โอวาทสุดท้ายขององค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ก่อนมรณภาพ _/\_ _/\_ _/\_

https://www.youtube.com/watch?v=tvO6S76flQU
8  ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน / คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม / Re: คุยกันสบาย...สบายครับ เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 10:30:07 PM
ไปทำบุญ 9 วัด อยุธยากันครับ
1.วัดใหญ่ชัยมคล
2.วัดเกาะแก้ว
3.วัดพนัญเชิงวรวิหาร
4.วัดพิชัยสงคราม
5.วัดกล้วย
6.วัดธรรมนิยม
7.วัดละมุด
8.วัดสัมมะกัน
9.วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร อุทยานประวัติศาสตร์ วัดพระศรีสรรเพชร


อนุโมทนาบุญด้วยกันครับ สาธุ


 

อนุโมทนาสาธุนะครับพี่ต่าย : )
9  ธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน / ธรรมมะจากพระสงฆ์ สุปฏิปันโน เป็นข้อคิด และแนวทาง เพื่อเป็นแรงใจในการปฏิบัติภาวนา / Re: ธรรมะที่ถ่ายทอดโดยหลวงปู่ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน จ.เลย เมื่อ: เมษายน 10, 2018, 08:32:29 PM


ปัจฉิมวาระของหลวงปู่ท่อน
.
จากบันทึกของพระธนู ฐานวฑฺฒโน คิลานุปฏฺฐาก และสทฺธิวิหาริกฺ รุ่นสุดท้าย
.
ต่อไปนี้ข้าพเจ้าขอบันทึกความทรงจำอันเกิดขึ้นมีขึ้น ในเหตุการณ์อันสูญเสียพ่อแม่ครูบาอาจารย์อันเป็นที่เคารพแห่งวงการพระกรรมฐาน ดังนี้
เช้าวันเสาร์ที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ วันนั้นเป็นวันธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา หลังจากข้าพเจ้าได้ฉันภัตตาหารเสร็จ ก็ได้เดินเข้าไปยังห้องที่หลวงปู่พักรักษาอาการอาพาธ ในโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งเป็นกิจวัตรยามเช้าปกติธรรมดาเหมือนเช่นทุกวัน
พอถึงเวลา ๙ นาฬิกา หมอได้มาอาราธนานิมนต์หลวงปู่ เพื่อไปทำการเอ็กซเรย์สมอง เสร็จแล้วก็ได้นำท่านกลับขึ้นมาพักยังห้องพักดังเดิม ตามด้วยบรรดาพยาบาลได้ขอตรวจคลื่นสมองท่านภายในห้องด้วยเครื่องมือทางการเเพทย์ ในเวลานั้น สังเกตดูสีหน้าของท่านดูซีดเผือดกว่าปกติ ไม่มีน้ำมีนวลให้ปรากฏเห็นเช่นเคย คาดว่าท่านคงเหนื่อยล้า หลังจากที่คณะพยาบาลได้ตรวจคลื่นสมองเสร็จแล้ว ได้แจ้งว่า ขั้นตอนต่อไป จะได้อาราธนาท่านไปทำการฟอกไต และฟอกเลือด โดยอาราธนาท่านลงไปชั่งน้ำหนักที่ ชั้น ๘ เพราะว่าตาชั่งจะมีมาตรฐานกว่าเครื่องที่เคยนำมาชั่งที่เตียง ทีเเรกข้าพเจ้าคิดว่าจะไม่ติดตามลงไป แต่ข้าพเจ้าก็เกิดสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก จึงต้องตามลงไปด้วย
ขณะที่นำท่านลงไปชั่งน้ำหนักที่ชั้น ๘ นั้น ข้าพเจ้าสังเกตเห็นอาการของท่านดูไม่ค่อยดีนักเพราะ ท่านจะนิ่งสงบ จนเป็นที่ผิดสังเกต เมื่อชั่งน้ำหนักเสร็จ ผลน้ำหนักท่านชั่งได้ ๖๒ กิโลกรัม ซึ่งแตกต่างจากวันที่ทางพยาบาลมาดำเนินการชั่งให้ที่เตียงห้องท่านพักซึ่งมีน้ำหนักเพียง ๕๘ กิโลกรัม อย่างไรก็ดี มันคงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะน้ำหนักอาจจะไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยของเครื่องชั่งแต่ละเครื่อง
เมื่อท่านชั่งน้ำหนักที่ชั้น ๘ เสร็จแล้ว ก็ได้นำท่านกลับมายังห้องโดยขึ้นทางลิฟ ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่า ทำไมวันนี้หลวงปู่ถึงได้ซีดและใบหน้าก็นิ่งเฉย ไม่มีการขยับเหมือนดังวันก่อนมา สีสันวรรณะก็เหลืองกว่าทุกวัน ข้าพเจ้ายังได้พูดคุยกับผู้ช่วยพยาบาลถึงข้อสังเกตนั้น เมื่อนำองค์ท่านขึ้นกลับมายังห้องพักที่ชั้น ๑๓ แล้ว คณะพยาบาลกำลังดำเนินการจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อทำการฟอกเลือดและไตของหลวงปู่ในเวลาอันใกล้
ข้าพเจ้าเกิดความกังวลอยู่ จึงได้เดินไปเดินมาระหว่างที่นั่งกับเตียงของหลวงปู่ ในขณะที่ข้าพเจ้าเดินไป โดยปกติแล้วข้าพเจ้าจะเอามือของข้าพเจ้าไปจับไปคลำ บริเวณมือและเท้าของท่านเสมอ แต่การจับท่านครั้งนี้มันช่างแตกต่าจากแต่ก่อนเก่ามากเหลือเกิน เพราะบริเวณมือขององค์ท่าน มีสีเหลืองซีด และเริ่มเขียวคล้ำตามเล็บมือขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าเกิดความตกใจ จึงได้เอามือไปจับหาจุดชีพจรของหลวงปู่ ปรากฎว่าคลำหาอย่างไรก็ไม่พบการเต้นของชีพจรเลย ข้าพเจ้าจึงได้ให้ผู้ช่วยพยาบาล ได้ทำการใช้เครื่องมือวัดชีพจรและความดัน ผลปรากฎว่า ชีพจรและความดันของท่านไม่มีเลย เขาจึงต้องรีบเรียกระดมแพทย์และพยาบาลมาช่วยกันปั้มหัวใจของหลวงปู่เป็นการด่วน ซึ่งเวลาในตอนนั้นก็เป็นเวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า จะค่อนๆ ไป ๑๑ โมงเช้า การช่วยเหลือของคณะแพทย์พยาบาลได้พยายามยึ้อชีพจรและความดันของหลวงปู่กลับมาทำงานเป็นผลสำเร็จ
(ข้าพเจ้าจะขอเล่าบรรยายถึงเหตุการณ์ในขณะที่คณะแพทย์และพยาบาลได้ทำการ CPR ต่อหลวงปู่ ข้าพเจ้าได้เห็นการทำงานของคณะแพทย์พยาบาล ทำให้ข้าพเจ้าตั้งอกตั้งใจ มองอย่างไม่จืด ไม่จางเลย ไม่ว่าจะเป็นหมอเล็กหมอใหญ่ต่างก็มีความร่วมมือสามัคคีช่วยกันอย่างคล่องแคล่ว ยิ่งดูยิ่งเกิดความปีติขึ้นมาในใจ คือดูแล้ว การทำงานในตอนนั้นไม่มีใครจะมาถือตัวถือตนว่าเป็นหมอระดับครูหรือหมอระดับเชี่ยวชาญ ต่างคนต่างก็ให้โอกาสกันได้แสดงความสามมารถอย่างเต็มที่ จนสามารถฟื้นชีพจรของหลวงปู่กลับมาทำงานอีกครั้ง ซึ่งก็ใช้เวลาร่วมชั่วโมงเลยทีเดียว)
จะขอเล่าต่อไปในขณะที่ชีพจรองค์หลวงปู่กลับมาทำงานอีกครั้ง ทางแพทย์ได้นำท่านย้ายลงมาพักอยู่ที่ห้อง ๗๑๐ ภายในห้อง ICU แพทย์ก็ได้ทำการถวายยาเพื่อช่วยกระตุ้นความดัน และกระตุ้นระบบต่างๆ ให้สามารถทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อสรรพสิ่งตั้งอยู่บนกองของอนิจจัง กองทุกขัง และกองอนัตตา เมื่อมีเกิด ก็มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาของคู่กัน สมดังพุทธพจน์ของสมเด็จพระบรมศาสดา เป็นเช่นนี้มา แม้แต่ตัวของข้าพเจ้าเองก็ไม่สามารถคาดคะเนเดาได้
ท่านทั้งหลายขอจงรู้ไว้ว่า เมื่อถึงเวลา ธาตุขันธ์ก็จะแตกสลาย ถึงจะเอาของดีของวิเศษที่ไหนเพื่อมารักษา ก็ไม่สามารถจะเก่งก้าวข้ามกฏของไตรลักษณ์นั้นไปได้ อาการของหลวงปู่ก็เช่นกัน ท่านได้อ่อนลงไปตามลำดับ อุปมาเปรียบเหมือนกับไฟตะเกียงที่มีน้ำมันเลี้ยงไส้เพื่อให้ไฟลุกเกิดแสงสว่าง ในเมื่อน้ำมันที่เลี้ยงไส้ตะเกียงได้ค่อยๆ หมดลงย่อมทำให้แสงของตะเกียงดับลงไปในที่สุด
ในขณะนั้นเป็นเวลา ๑๖ นาฬิกา ๔๕ นาที เส้นกราฟที่วัดชีพจรความดันและหัวใจ ได้ค่อยๆ ลดลงมาถึงที่ ๐ เป็นอันว่าหลวงปู่พระราชญาณวิสุทธิโสภณ หรือหลวงปู่ท่อน ญาณธโร ได้ละสังขารลงแล้วอย่างสงบและงดงาม ยังความโศกเศร้าอาลัยแก่พระเณรอุปัฏฐาก ที่ดูแลท่าน และบรรดาเหล่าลูกศิษย์ที่มาเฝ้ารออยู่ที่หน้าห้อง ICU บรรยากาศในวันนั้นช่างมีบรรยากาศมืดครึ้ม และอากาศก็หนาวเย็นลงมาอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากวันก่อนๆ ที่ผ่านมา เปรียบเป็นสัญาณแจ้งไว้ว่าจะมีการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มายังบรรดาเหล่าชาวพุทธที่เคารพเเละศรัทธาในองค์ท่าน
.
***หากเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าได้บันทึกความทรงจำที่ได้บรรยายไปแล้วนี้ ขาดตกบกพร่องไปประการใดประการหนึ่ง ข้าพเจ้าก็ขออภัยกับท่านทั้งหลายไว้ด้วย ที่ข้าพเจ้าได้เขียนบรรยายมานี้ก็ไม่ได้มีเจตนาว่าจะอวดตนอวดกิเลสของข้าพเจ้าแต่ประการใดดอก แต่ข้าพเจ้ามีความทรงจำซึ่งอยู่ภายใต้กฎของกองอนิจจัง ข้าพเจ้าจึงนำมาบันทึกไว้ บางทีท่านทั้งหลายที่มีความสนใจอยากจะทราบถึงเหตุการณ์ในวันที่สูญเสีย หลวงปู่ท่อน ญาณธโร ก็จะได้ศึกษาเพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจ ได้ดังตามที่ข้าพเจ้าจะพอจดจำได้นี้

ฐานวฑฺฒโนภิกฺขุ

ภาพหลวงปู่อร่าม ชินวังโส ดูองค์หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
ขอบพระคุณภาพจาก คุณพัชรินทร์ จั่นทอง
เพจ:ต้นโพธิ์
10  พระไตรปิฏก : พระอภิธรรม พระสูตร พระคัมภีร์ / แนะนำ หนังสือธรรมะ / พระไตรปิฎก สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้ โดย  พระพรหมคุณาภรณ์ (ป .อ. ปยุตฺโต) เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2018, 02:42:51 PM
พระไตรปิฎก สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้ โดย  พระพรหมคุณาภรณ์ (ป .อ. ปยุตฺโต)
ทางทีมงาน Download มาจากลิ้งของเว็บของวัดญาณเวศกวัน และร่วมเผยแพร่อีกทางผ่านเว็บ kammatan
ตามลิ้งด้านล่าง เพื่อให้พระพุทธศานิกชนได้ดาวโหลดไปอ่านกันอีกทางหนึ่งครับผม

http://www.kammatan.com/docs/the_pali_canon_what_a_buddhist_must_know_thai-eng.pdf
11  ภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4 / แนะนำ สถานที่ปฏิบัติภาวนาธรรม ที่สัปปายะ ในประเทศไทย / แนะนำ 48 แหล่งสถานที่ปฏิบัติธรรมใน ประเทศไทย ที่กระจายตามจังหวัดต่างๆ เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 02:13:40 PM
แนะนำ 48 แหล่งสถานที่ปฏิบัติธรรมใน ประเทศไทย ที่กระจายตามจังหวัดต่างๆ

๑. วัดธรรมมงคล
๑๓๒ ถ.สุขุมวิท ซอย ๑๐๑ ตรอกปุณณวิถี ๒๐
แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ๑๐๒๖๐
โทร. ๐๒-๓๑๑-๑๓๘๗, ๐๒-๓๓๒-๔๑๔๕, ๐๒-๗๔๑-๗๘๒๒

วิปัสสนาจารย์ พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
แนวการปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”

สถานที่ปฏิบัติมีหลายแห่ง คือ
(๑) ศาลาปฏิบัติธรรม เป็นห้องมุ้งลวด
(๒) ถ้ำวิปัสสนา (จำลอง)
(๓) ศูนย์สมาธิวิริยานุภาพ มี ๘๐ ห้องพัก ทุกห้องมีเครื่องปรับอากาศ
(๔) ห้องสำหรับทำสมาธิ
(๕) สถานปฏิบัติธรรม จ.เชียงราย
(๖) สำนักสงฆ์น้ำตกแม่กลาง

๒. วัดอัมพวัน
๕๓ หมู่ที่ ๔ ถ.เอเชีย กม. ๑๓๐ บ้านอัมพวัน
ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ๑๖๑๖๐
โทร. (๐๓๖) ๕๙๙-๓๘๑, (๐๓๖) ๕๙๙-๑๗๕
วิปัสสนาจารย์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)
แนวการปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ บริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”

๓. ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
๕๘/๘ ถ.เพชรเกษม ๕๔ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ๑๐๑๖๐
โทร. ๐๒-๔๑๓-๑๗๐๖, ๐๒-๘๐๕-๐๗๙๐-๔
วิปัสสนาจารย์ คุณแม่สิริ กรินชัย
แนวการปฏิบัติ แนวสติปัฏฐาน ๔ เจริญสติอย่างต่อเนื่อง
ตามแนวพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
สถานที่เป็นตึกทันใหม่ทันสมัยหลายหลัง โดยทั่วไปการอบรมใช้เวลา ๘ วัน ๗ คืน

๔. สวนโมกขพลาราม
๖๘ หมู่ ๑ ต.เลเม็ด อ ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ๘๔๑๑๐
โทร. ๐๗๗-๔๓๑-๕๙๖-๗, ๐๗๗-๔๓๑-๖๖๑-๒
วิปัสสนาจารย์ ท่านพุทธทาสภิกขุ
แนวการปฏิบัติ อานาปานสติภาวนา

๕. วัดป่าสุนันทวนาราม
๑๑๐ หมู่ที่ ๘ บ้านท่าเตียน ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ๗๑๑๕๐
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
แนวการปฏิบัติ อานาปานสติภาวนา
เปิดอบรม “อานาปานสติภาวนา” แก่ผู้สนใจ ครั้งละ ๙ วัน
เปิดรับครั้งละ ๑๐๐-๑๕๐ คน เป็นการปฏิบัติที่เคร่งครัด กินอาหารวันละ ๑ มื้อ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิมายา โคตมี คุณดารณี บุญช่วย
โทร. ๐๒-๓๒๑-๖๓๒๐, ๐๒-๖๗๖-๓๔๕๓, ๐๒-๖๗๖-๔๓๒๓

๖. วัดภูหล่น
๙ บ้านภูหล่น ต.สงยาง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ๓๔๒๕๐
ปฐมวิปัสสนาจารย์ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
(วัดภูหล่น เป็นสถานที่หลวงปู่มั่นออกธุดงค์ครั้งแรกกับหลวงปู่เสาร์)
วัดนี้ค่อนข้างจะห่างจากตัวเมือง บรรยากาศดีมาก เย็นสบาย และเงียบสงบ
มีสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนเขาไม่สูงนัก สามารถกางกลดอยู่ได้
มีโบสถ์บนเขาและมีกุฏิโดยรอบ บ้างก็ซ่อนอยู่ตามซอกเขา
ที่นี่เหมาะกับผู้เคยปฏิบัติธรรมมาแล้ว ต้องการมาปฏิบัติขั้นอุกฤษฎ์

๗. วัดถ้ำขาม
บ้านคำข่า หมู่ที่ ๔ ต.ไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ๔๗๑๓๐
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
วัดมีเนื้อที่ ๘๔๐ ไร่ พื้นที่จรดเขตอุทยานป่าแนวเทือกเขาภูพาน วัดอยู่บนเขาสูง
แต่ก็มีบันไดขึ้นลงสะดวก มีลิงป่า และไก่ป่า
ที่พัก มีที่พักเป็นกุฏิ (กุฏิละ ๑ คน) หรือพักรวมบนศาลาก็ได้
เหมาะสำหรับผู้ต้องการมาปฏิบัติขั้นอุกฤษฎ์

๘. วัดมเหยงคณ์
ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ๑๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๓๕-๒๔๒-๘๙๒, ๐๓๕-๒๔๔-๓๓๕
วิปัสสนาจารย์ พระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรํสี)
แนวปฏิบัติ เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนดรู้ รูป-นาม

๙. สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต
หมู่ ๑ สี่แยกหินกอง ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี ๑๘๒๓๐
โทร. (๐๓๖) ๓๗๙-๔๒๘, (๐๓๖) ๓๐๕-๒๓๙
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต
แนวปฏิบัติ เน้นให้ผู้ฝึกมีสติรู้ในอิริยาบท
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันสำคัญทางศาสนา
จะมีการจัดอบรมฝึกวิปัสสนากรรมฐาน บวชชีพราหมณ์ เนกขัมมะ

๑๐. วัดสนามใน
๒๗ หมู่ ๔ ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ๑๑๑๓๐
โทร. ๐๒-๔๒๙-๒๑๑๙, ๐๒-๘๘๓-๗๒๕๑
แนวปฏิบัติ เน้นการเจริญสติรู้การเคลื่อนไหวของกาย ตามหลักสติปัฏฐาน ๔
วิธีที่เป็นที่นิยมคือวิธีสร้างจังหวะ เป็นวิธีสร้างสติแบบนั่งทำสมาธิแต่ไม่ต้องหลับตา

๑๑. วัดป่านานาชาติ
หมู่ที่ ๗ บ้านบุ่งหวาย ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ๓๔๓๑๐
(สาขา ๑๑๙ ของวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี)
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ

เป็นวัดป่าที่มีต้นไม้ใหญ่มาก มียุงและแมลงต่างๆ มาก
คนที่แพ้ยุงก็ควรหายากันยุงไปด้วย อากาศเย็นสบาย ทานอาหารวันละ ๑ มื้อ
การไป ให้เขียนจดหมายไปขออนุญาตจากเจ้าอาวาส แล้วจึงเดินทางไปอยู่

๑๒. วัดปทุมวนาราม
ถ.พระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐
โทร. ๐๒-๒๕๑-๒๓๑๕, ๐๒-๒๕๒-๕๔๖๕
วิปัสสนาจารย์ พระราชพิพัฒนาทร (หลวงพ่อถาวร จิตฺตถาวโร)
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”

นั่งปฏิบัติในศาลาพระราชศรัทธา มีอาสนะและผ้าคลุมตักให้หยิบใช้ได้
บริเวณโดยรอบมีการปลูกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ร่มรื่นสวยงาม
กำหนดการปฏิบัติธรรมที่ศาลาฯ ประจำวันจันทร์-ศุกร์ วันละ ๓ เวลา
เช้า ๗.๐๐-๘.๐๐ น. กลางวัน ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. เย็น ๑๗.๐๐-๒๐.๐๐ น.

๑๓. วัดปากน้ำภาษีเจริญ
๘ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ๑๐๑๖๐
โทร. ๐๒-๔๖๗-๒๑๖๖
วิปัสสนาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด จนฺทสโร)
แนวปฏิบัติ ตามแนวธรรมกาย ใช้คำบริกรรม “สัมมาอรหัง”
สถานที่ปฏิบัติ (๑) หอเจริญวิปัสสนาฯ ชั้น ๒ เป็นห้องแอร์ปูพรม
(๒) หอสังเวชนีย์มงคลเทพนิมิต (๓) ตึกบวรเทพมุนี

๑๔. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์
๓ ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
วิปัสสนาจารย์ พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ)
แนวปฏิบัติ ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ใช้คำบริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
สถานที่ปฏิบัติ คณะ ๕ สำนักงานกลาง กองการวิปัสสนาธุระ
เปิดทุกวัน สอนเดินจงกรมและนั่งสมาธิ
เช้า ๐๗.๐๐-๑๐.๐๐ น. กลางวัน ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. เย็น ๑๘.๐๐-๑๙.๐๐ น.

๑๕. วัดอินทรวิหาร
อาคารปฏิบัติธรรม “เฉลิมพระเกียรติ” วัดอินทรวิหาร
แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทร. ๐๒-๖๒๘-๕๕๕๐-๒
วิปัสสนาจารย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
แนวการปฏิบัติ แนวหลักสูตรของคุณแม่สิริ กรินชัย ๘ วัน ๗ คืน หรือ ๔ วัน ๓ คืน
เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมขยายผล จากผู้ปฏิบัติธรรมกับคุณแม่สิริ กรินชัย
เป็นอาคารทันสมัย ๕ ชั้น จุได้ประมาณ ๕๐๐ คน

๑๖. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล
ถ.พุทธมณฑลสาย ๔ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทร. ๐๒-๔๔๑-๙๐๐๙, ๐๒-๔๔๑-๙๐๑๒
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ กำหนดรู้อารมณ์ บริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
สถานที่ปฏิบัติ ชั้น ๒ ของหอประชุม มีเครื่องปรับอากาศ ห้องนอน
มีเครื่องนอน เช่น หมอน มุ้ง ผ้าห่มให้พร้อมหรือนำไปเองก็ได้ ทานอาหาร ๒ มื้อ

๑๗. ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์ที่ ๒ จังหวัดปทุมธานี
๑๙ หมู่ที่ ๑๖ ต.คลองสาม อ.คลองสาม จ.ปทุมธานี ๑๒๑๒๐
โทร. ๐๒-๙๘๖-๖๔๐๓-๕ โทรสาร ๐๒-๙๘๖-๖๔๐๓-๔ ต่อ ๑๑๑
เป็นสาขาของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย เพชรเกษม ๕๔
วิปัสสนาจารย์ คุณแม่สิริ กรินชัย
แนวการปฏิบัติ แนวสติปัฏฐาน ๔ เจริญสติอย่างต่อเนื่อง
ตามแนวพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
สถานที่ร่มรื่น สงบเย็น สัปปายะดีมาก โดยทั่วไปการอบรมใช้เวลา ๘ วัน ๗ คืน

๑๘. วัดอโศการาม
๑๓๖ หมู่ที่ ๒ กม. ๓๑ ถ.สุขุมวิท (สายเก่า) ซ.สุขาภิบาล ๕๘
ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ๑๐๒๘๐
โทร. ๐๒-๓๘๙-๒๒๙๙, ๐๒-๗๐๓-๘๔๐๕
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อลี ธมฺมธโร
บริเวณกว้างขวาง มีสระน้ำใหญ่ในบริเวณวัด
กุฏิพระ แม่ชี และที่พักแยกเป็นสัดส่วนเรียงรายรอบวัดเป็นร้อยๆ หลัง
ส่วนมากอยู่ติดริมทะเลซึ่งเป็นป่าชายเลน

๑๙. วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร
บ้านห้วยใหญ่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ๒๐๑๕๐
โทร. (๐๓๘) ๒๓๗-๕๐๖, ๒๓๗-๖๔๒, ๒๓๗-๙๑๒
วิปัสสนาจารย์ พระจุลนายก (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)
สถานที่ปฏิบัติ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น มีอาคาร ญส. ๗๒ ชาย และ ญส. ๗๒ หญิง
ชั้นละ ๑๐ ห้อง มีห้องน้ำในตัว เรือนปฏิบัติธรรมมี ๑๗ หลัง

๒๐. สำนักวิปัสสนากรรมฐานวิเวกอาศรม
ซ.ประชานุกูล ๗ ถ.ชลบุรี-บ้านบึง ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ๒๐๐๐๐
โทร. (๐๓๘) ๒๘๓-๗๖๖, (๐๓๘) ๒๘๓-๓๔๐
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์ภัททันตะ อาสภมหาเถระ
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ ใช้คำบริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
มีเรือนพักปฏิบัติธรรมทั้งหญิงชายแยกเป็นสัดส่วนอยู่จำนวนมาก
การอยู่ปฏิบัติให้พักคนเดียว เน้นการเก็บอารมณ์ ไม่พูดคุยกัน อย่างเคร่งครัด
การรับประทานอาหารจะมีปิ่นโตส่งถึงห้อง ๒ มื้อ
ทุกวันจะมีการสอบอารมณ์กรรมฐานโดยพระอาจารย์
ค่าน้ำไฟ อาหาร วันละ ๕๐ บาท หรือเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ห้ามอยู่เกิน ๙๐ วัน

๒๑. วัดภัททันตะอาสภาราม
สำนักวิปัสสนาสมมิตร-ปราณี
๑๑๘/๑ หมู่ที่ ๑ บ้านหนองปรือ ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ๒๐๒๒๐
โทร. ๐๓๘-๒๙๒-๓๖๑, ๐๘๑-๗๑๓-๐๗๖๔, ๐๘๑-๙๒๑-๑๑๐๑
เป็นสถานที่ซึ่งมีผู้บริจาคเพื่อขยับขยายมาจากสำนักวิปัสสนากรรมฐานวิเวกอาศรม
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ ใช้คำบริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
สถานที่ล้อมรอบด้วยทุ่งและธรรมชาติ มีกุฏิสงฆ์สร้างในแบบธรรมชาติมุงจาก
อาคารปฏิบัติธรรมขนาดกลางและอุโบสถ ยังรับผู้ปฏิบัติธรรมได้ไม่มากนัก

๒๒. วัดเขาสุกิม
๑๒ ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ๒๒๑๒๐
โทร. ๐๘-๙๙๓๑-๕๕๔๔, ๐๘-๑๔๕๖-๘๓๘๔
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ใช้คำบริกรรม “พุทโธ”
วัดตั้งอยู่สูงขึ้นไปบนเชิงเขา กว้างขวางกว่า ๓,๒๘๐ ไร่
มีทางบันได และรถรางขึ้นไปบนวัด บริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย
มีศาลาที่พักที่สะดวกสบาย เป็นห้องมุ้งลวด มีเตียง ที่นอนหมอนให้ หรือพักที่กุฏิว่างต่างๆ

๒๓. วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
๖๐ หมู่ที่ ๑ บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี ๖๑๐๐๐
โทร. (๐๕๖) ๕๑๑-๓๖๖, (๐๕๖) ๕๑๑-๓๙๑
วิปัสสนาจารย์ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
แนวปฏิบัติ มโนมยิทธิ บริกรรม “นะ มะ พะ ธะ” และสอนอนุสติ บริกรรม “พุทโธ”

๒๔. วัดถ้ำผาปล่อง
ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๗๐
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
สำนักสงฆ์แห่งนี้อยู่บนดอย ทางขึ้นลงเทปูนเป็นบันไดเดินได้สะดวกแต่ค่อนข้างสูง
หลวงปู่เคยเล่าไว้ว่าที่ถ้ำผาปล่อง และถ้ำเชียงดาวนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ให้สำรวมระวัง รักษาความสงบ ไม่ร้องรำทำเพลง เล่นตลกคะนอง
เพราะเคยมีพระอรหันต์ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้ากกุสันโธ
พระอรหันต์สมัยพระพุทธเจ้าโกนาคม พระอรหันต์สมัยพระกัสสโป
และพระอรหันต์สมัยพระพุทธโคดม มาบำเพ็ญเพียรและละสังขารอยู่หลายองค์
การนั่งภาวนาที่นี่จะทำเหมือนสมัยที่หลวงปู่ยังอยู่ คือ
ท่านจะให้ทุกคนที่ไปภาวนานั่งสมาธิเพชรฟังเทศน์ ด้วยเหตุผลว่า
”การนั่งสมาธิเพชรนั้นเป็นการฝึกฝนคนเราให้เกิดความตั้งใจมั่น”

๒๕. วัดป่าสาลวัน
ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ๓๐๐๐๐
โทร. (๐๔๔) ๒๕๔-๔๐๒, ๐๘-๑๙๖๗-๑๔๓๕
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
แนวปฏิบัติ แนวหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น ภาวนา “พุทโธ”
วันที่ ๑-๕ ของทุกเดือน จะมีการอบรมการปฏิบัติแก่อุบาสกอุบาสิกา
ที่ใต้ศาลา และบนวิหารชั้น ๒ โดยจะมีพระให้การอบรม

๒๖. วัดแดนสงบอาสภาราม
๙๙ ซอย ๑๙ ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ๓๐๐๐๐
โทร. (๐๔๔) ๒๑๔-๑๓๔, (๐๔๔) ๒๑๔-๘๖๙-๗๐
วิปัสสนาจารย์ พระครูภาวนาวิสิฐ
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ อานาปานสติภาวนา

๒๗. วัดป่าวะภูแก้ว
หมู่ที่ ๑๑ บ้านวะภูแก้ว ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ๓๐๑๗๐
โทร. (๐๔๔) ๒๔๙-๐๔๕
เป็นวัดสาขาของวัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
แนวปฏิบัติ แนวหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น ภาวนา “พุทโธ”
วัดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ มีต้นไม้ใหญ่น้อยมาก สถานที่เงียบสงบ สวยงาม
มีอาคารอบรมขนาดใหญ่ สำหรับผู้มาทำสมาธิเป็นหมู่คณะ

๒๘. วัดหนองป่าพง
๔๖ หมู่ ๑๐ บ้านพงสว่าง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ อุบลราชธานี ๓๔๑๙๐
โทร. (๐๔๕) ๓๒๒-๗๒๙
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อชา สุภัทโท
แนวปฏิบัติ เน้นให้มีสติสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิแบบอานาปานสติ

๒๙. ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน
๖ หมู่ที่ ๒๕ บ้านเนินทาง ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ๔๐๐๐๐
โทร. (๐๔๓) ๒๓๗-๗๘๖, (๐๔๓) ๑๒๗-๗๙๐
เป็นสถานปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสาขาของวัดอัมพวัน
วิปัสสนาจารย์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ เช่นเดียวกับวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี

๓๐. วัดป่าวิเวกธรรมวิทยาราม (วัดป่าเหล่างา)
ซ.ศรีจันทร์ ๑๓ ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ๔๐๐๐๐
โทร. (๐๔๓) ๒๒๒-๐๔๒
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม และหลวงปู่บุญเพ็ง กปฺปโก
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”

๓๑. วัดถ้ำผาบิ้ง
บ้านนาแก ต.ผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย ๔๒๑๓๐
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่หลุย จันทสาโร
เมื่อไปถึงจะพบศาลาสร้างด้วยไม้ที่โปร่งสะอาดน่านั่งสมาธิ มีกุฏิหลายหลัง
มีถ้ำอยู่ไม่สูงจากเชิงเขา มีบันได้ขึ้นสะดวก เป็นที่สงบวิเวกมาก
เหมาะแก่การปฏิบัติอย่างอุกฤษฎ์ พระในสายพระอาจารย์มั่นมักมากจำพรรษา
และปฏิบัติธรรมที่นี่ เพราะเป็นที่สัปปายะ บรรยากาศเงียบสงบ ห่างไกลจากตัวเมือง

๓๒. วัดถ้ำกองเพล
ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ๓๙๐๐๐
โทร. (๐๔๒) ๓๑๒-๓๗๗
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่ขาว อนาลโย
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
เป็นวัดป่ากว้างขวาง พร้อมศาลาปฏิบัติธรรมสร้างภายในถ้ำ
ทางไปถ้ำสะดวกอยู่ริมถนน รถเข้าถึงปากถ้ำได้ ไม่ต้องปีน
บางกุฏิก็ซ่อนอยู่ตามเหลือบผาต่างๆ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
เมื่อไปถึงให้ติดต่อศาลาประชาสัมพันธ์เพื่อขออนุญาตก่อน ปฏิบัติธรรมอย่างเข้ม

๓๓. วัดป่าบ้านตาด
บ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ๔๑๐๐๐
วิปัสสนาจารย์ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
ในวัดมีกุฏิที่พักหลายกุฏิ มักจะมีลูกศิษย์มาอยู่ปฏิบัติกันมาก
แต่ผู้มาปฏิบัติที่นี่ต้องกินน้อย นอนน้อย ปฏิบัติมาก
กลางคืนมักจะเดินจงกรม นั่งสมาธิ จนดึก หรือโต้รุ่งก็มี
ไม่ใช้ไฟฟ้าในตอนกลางคืน ผู้ปฏิบัติจึงควรจำไฟฉายหรือเทียนติดตัวไปด้วย
เพื่อใช้ส่องทางเดิน ทางจงกรม ซึ่งมักจะเป็นทางดิน
และอาจมีสัตว์ เช่น งู อยู่บ้าง ต้องเจริญเมตตาไม่เบียดเบียนต่อกัน

๓๔. วัดหินหมากเป้ง
หมู่ที่ ๔ บ้านไทยเจริญ ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ๔๓๑๓๐
โทร. (๐๔๒) ๔๒๑-๔๐๙
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
ในวัดมีกุฏิเรือนรับรองอยู่มาก บริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วยป่าโปร่ง ป่าไผ่
ทะเลสาบใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ร่มรื่น สงบเย็น เหมาะแก่การอยู่ปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง

๓๕. วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก)
บ้านนาคำแคน ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย ๔๓๒๑๐
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
วัดตั้งอยู่บนภูทอก ทางขึ้นค่อนข้างชัน
สร้างด้วยความอัศจรรย์และด้วยจิตที่เด็ดเดี่ยวของพระเณร
ท่านพระอาจารย์จวนได้ทำทางขึ้นเป็นขั้นบันไดและทางเดินด้วยไม้รอบภูจนถึงยอด
บริเวณหน้าผา ท่านใช้ไม้ ๒ ลำมัดให้แน่นยื่นออกไป ๔ เมตร
เอาเชือกบังสุกุลผูกปลายไม้ที่ยื่นออกไป ตรึงใส่เสาที่ปักไว้ แล้วไปนั่งที่ปลายไม้นั้น
เพื่อตอกหินเจาะหลุมที่หน้าผา ปรากฏว่า ถ้าให้ฆราวาสไปนั่งปลายไม้ครั้งใด
ก็ไม่สามารถควบคุมสติสมาธิได้ เพราะมองไปข้างบ่างก็เกิดความหวั่นไหว
จนไม่สามารถตอกหินได้สำเร็จ ผู้สร้างจึงเป็นพระและเณร สิ่งปลูกสร้างนี้มี ๗ ชั้น
มีกุฏิที่พักเชิงเขาที่ชั้น ๒ หรือจะพักกุฏิว่างรอบเขาก็ได้ (ต้องขออนุญาตก่อน)
เหมาะกับผู้ปฏิบัติที่ฝึกมาดีพอสมควร มีความเข้มแข็งพึ่งตนเองได้
เนื่องจากเปลี่ยวและสูงอยู่บนภูเขา แต่บรรยากาศเย็นสบาย เงียบสงบ

๓๖. วัดดอยธรรมเจดีย์
หมู่ที่ ๓ บ้านนาสีนวล ต.ตองโขบ อ.ศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ๔๗๒๘๐
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
ปกติจะปฏิบัติที่ศาลา ส่วนที่พักมีกุฏิและอาคารซึ่งสะอาดทันสมัย

๓๗. วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม (วัดถ้ำพวง)
ถนนรพช. หมู่ที่ ๑ ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ๔๗๑๙๐
โทร. (๐๔๒) ๗๒๒-๐๐๒
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์วัน อุตฺตโม
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภาวนา “พุทโธ”
ที่นี่มีหลายถ้ำ มีถ้ำหนึ่งชื่อถ้ำพวง ซึ่งพระอาจารย์มั่นเคยเล่าให้ฟังว่า
เป็นถ้ำที่ศักดิ์สิทธิ์มาก เคยมีพระอรหันต์ชื่อ พระนรสีห์ มานิพพานที่นี่

๓๘. วัดป่าสุทธาวาส
๑๓๙๖ หมู่ที่ ๑๐ บ้านคำสะอาด ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร ๔๗๐๐๐
โทร. (๐๔๒) ๗๓๓-๐๔๑, (๐๔๒) ๗๑๑-๕๗๓
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
มีอาคารเป็นตึกปูน ๓ ชั้นหลังใหญ่ จุคนได้หลายร้อยคน เย็นสบาย

๓๙. วัดคำประมง
๒๐ หมู่ที่ ๔ บ้านคำประมง ต.สว่าง อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร ๔๗๑๓๐
โทร. ๐๘-๑๖๐๑-๖๙๖๐, ๐๘-๑๓๒๒-๗๑๐๗
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
เนื่องจากเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาอยู่น้อยในฤดูนอกพรรษา จึงเงียบสงบ
มีเจ้าหน้าที่ตัดหญ้า ปลูกดอกไม้สวยงามอย่างดี
มีพระพุทธรูปปางต่างๆ และสิ่งก่อสร้างสวยงาม มีสระน้ำทะเลสาบใหญ่
ฝูงปลามากมาย มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมและให้อาหารปลาอยู่เสมอ

๔๐. สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี)
เขากิ่ว ต.ไร้ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ๗๖๐๐๐
โทร. (๐๓๒) ๔๒๘-๕๒๒
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อกนฺตสิริ (กนฺตสิริ ภิกฺขุ)
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ และอานาปานสติ
เขากิ่วเป็นภูเขาเตี้ยๆ มีต้นไม้หนาแน่นมาก อยู่ใกล้เมือง เดินทางสะดวก
บนเขามีลิงอยู่บ้าง แต่ไม่ทำร้ายคน บนสำนักฯ มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ศาลา ถ้ำชี ซึ่งใช้เป็นอุโบสถ กุฏิที่พัก ห้องน้ำ-ส้วม พอสะดวกสบายแก่การปฏิบัติ
ที่นี่เน้นการปฏิบัติเคร่งครัด กินน้อย พูดน้อย นอนน้อย ปฏิบัติมาก

๔๑. เสถียรธรรมสถาน
๒๔/๕ ซ.วัชรพล (รามอินทรา ๕๕) แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ๑๐๒๓๐
โทร. ๐๒-๕๑๐-๖๖๙๗, ๐๒-๕๑๐-๔๗๕๖
วิปัสสนาจารย์ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ และอานาปานสติภาวนา
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ โอเอซิสธรรมกลางกรุง เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ร่มรื่น
สงบเงียบ สงบเย็น ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงเทพมหานคร สาธุชนทุกท่านสามารถ
เข้าไปปฏิบัติธรรมได้ ถือได้ว่าเป็นธรรมสถานแห่งการฝึกฝนเรียนรู้ที่เหมาะ
อย่างยิ่งสำหรับแม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรมที่เป็นผู้หญิง

๔๒. บ้านซอยสายลม
๙ ถ.พหลโยธิน ซอย ๘ ซอยสายลม (ระหว่างตึกชินวัตร ๑ และตึกพหลโยธินเพส)
แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐
วิปัสสนาจารย์ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
แนวปฏิบัติ มโนมยิทธิ บริกรรม “นะ มะ พะ ธะ” และสอนอนุสติ บริกรรม “พุทโธ”

๔๓. วัดพิชยญาติการาม
๖๘๕ ถ.ประชาธิปก แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม. ๑๐๖๐๐
โทร. ๐๒-๘๖๑-๔๓๑๙, ๐๒-๔๓๘-๔๔๔๒
วิปัสสนาจารย์ พระธรรมโมลี (สมศักดิ์ อุปสโม) และแม่ชีทศพร ชัยประคอง
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ อานาปานสติภาวนา
มีการปฏิบัติธรรม อบรมกรรมฐาน และดูกฎแห่งกรรม ทุกวันเสาร์-อาทิตย์

๔๔. วัดผาณิตาราม
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดผาณิตาราม อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ๒๔๐๐๐
โทร. (๐๓๘) ๕๐๒-๐๐๐, (๐๓๘) ๕๐๒-๐๘๗-๘
วิปัสสนาจารย์ คุณแม่สิริ กรินชัย
แนวการปฏิบัติ แนวสติปัฏฐาน ๔ เจริญสติอย่างต่อเนื่อง
ตามแนวพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
มีการจัดอบรมวิปัสสนากรรมฐานสำหรับเยาวชน และบุคคลทั่วไป
สถานที่ร่มรื่น สงบเย็น สัปปายะดีมาก ที่พักสะอาด สะดวก ปลอดภัยดีมาก
และที่ปฏิบัติมีเครื่องปรับอากาศ โดยทั่วไปการอบรมใช้เวลา ๘ วัน ๗ คืน

๔๕. วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)
๖๒/๑ หมู่ที่ ๕ บ้านเขาวง ต.เขาวง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ๑๘๑๒๐
โทร. (๐๓๖) ๒๓๖-๕๐๐-๕, ๐๘-๖๑๓๓-๖๘๘๙, ๐๘-๔๓๑๐-๙๔๔๒
วิปัสสนาจารย์ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
แนวปฏิบัติ มโนมยิทธิ บริกรรม “นะ มะ พะ ธะ” และสอนอนุสติ บริกรรม “พุทโธ”
รับผู้เข้าพักปฏิบัติธรรมตลอดทั้งปี ตามระเบียบและจารีตของสำนัก

๔๖. วัดสังฆทาน
๑๐๐/๑ หมู่ที่ ๓ บ้านบางไผ่น้อย ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐
โทร. ๐๒-๔๔๗-๐๗๙๙, ๐๒-๔๔๗-๐๘๐๐
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก และหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ อานาปานสติภาวนา
มีการจัดบวชเนกขัมมปฏิบัติทุกวัน ทั้งบวชคนเดียวและบวชหมู่

๔๗. ศูนย์วิปัสสนาตามแนวทางอาจารย์โกเอ็นก้า
ประเทศไทยมีศูนย์วิปัสสนาตามแนวทางของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า รวมทั้งหมด ๕ ศูนย์
อยู่ในความดูแลของสำนักงานมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐาน ในพระสังฆราชูปถัมภ์

(๑) ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา
กม. ๑๖๖+๙๐๐ ทางหลวงหมายเลข ๓๓ (สุวรรณศร)
๒๐๐ บ้านเนินผาสุก ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ๒๕๐๐๐
โทร. ๐-๓๗๔๐-๓๕๑๖

(๒) ศูนย์วิปัสสนาธรรมอาภา
กม. ๔๙+๔๐๐ ทางหลวงหมายเลข ๑๒ (พิษณุโลก-หล่มสัก)
๑๓๘ แยกเข้าบ้านห้วยพลู ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ๖๕๒๒๐
โทร. ๐๕๕-๒๖๘-๐๔๙, ๐๘-๑๖๐๕-๕๕๗๖

(๓) ศูนย์วิปัสสนาธรรมสุวรรณา
๑๑๒ หมู่ที่ ๑ ต.บ้านกง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ๔๐๒๔๐
โทร. ๐๘-๖๗๑๓-๕๖๑๗

(๔) ศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา
๒๐/๖ หมู่ที่ ๒ บ้านวังขยาย ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ๗๑๒๔๐
โทร. ๐-๓๔๕๓-๑๒๐๙, ๐๘-๑๕๐๖-๐๓๘๙

(๕) ศูนย์วิปัสสนาธรรมธานี
๔๒/๖๖๐ หมู่บ้านเค.ซี. การ์เด้นโฮม ถ.นิมิตใหม่
แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ๑๐๕๑๐
โทร. ๐๒-๙๙๓-๒๗๑๑, ๐๒-๙๙๓-๒๗๐๐

วิปัสสนาจารย์ ท่านอาจารย์สัตยา นารายัน โกเอ็นก้า (S.N. Goenka)
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ และอานาปานสติภาวนา
มีการจัดการอบรมวิปัสสนา (หลักสูตรสติปัฏฐาน) หลักสูตร ๑๐ วัน
สำหรับพระภิกษุ สามเณร และฆาราวาสทั่วไป รวมทั้งเด็กและเยาวชน
เริ่มต้นในเย็นวันแรก และสิ้นสุดในตอนเช้าของวันสุดท้าย ตลอดทั้งปี

๔๘. มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
๕๔๙/๙๔ ซ.ยิ่งอำนวย (จรัญสนิทวงศ์ ๓๗) ถ.จรัญสนิทวงศ์
แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
โทร. ๐๒-๔๑๒-๒๗๕๒
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
มีการจัดกิจกรรมทุกเดือน ทำบุญตักบาตร ฟังธรรม นั่งสมาธิภาวนา เดินจงกรม
และปฏิบัติจิตภาวนา นำพาโดยครูบาอาจารย์พระวิปัสสนาจารย์สายหลวงปู่มั่น
ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๑๑.๓๐ น. ซึ่งในแต่ละครั้งนั้นจะมีพระภิกษุมาหลายองค์

ขอบพระคุณจาก FB: Thee Bhikkhu และ http://www.kammatan.com
12  ภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4 / แนะนำ สถานที่ปฏิบัติภาวนาธรรม ที่สัปปายะ ในประเทศไทย / ครบรอบ100 ปีชาตกาล พระโพธิญาณเถร(หลวงปู่ชา สุภัทโท)งานอาจริยบูชาหลวงปู่ชา มค2561 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 08:49:39 AM
ครบรอบ 100 ปี ชาตกาล พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) งานอาจริยบูชาหลวงปู่ชา สุภัทโท 12-17  มกราคม 2561
100Year of Ajahn-Cha at NongPraPong Temple Ubonratchatani

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ => https://ubon.town/2017/12/07/nongprapong-100y…ajahncha-jan2018/

งานปฏิบัติธรรมประจำปี 2561 หรืองานอาจริยบูชาหลวงปู่ชา สุภัทโท
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กำหนดการปีนี้ คือ วันที่ 12 -17 มกราคม 2561

**** เนื่องจากน้ำแล้ง เพราะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก อาจไม่สะดวกจึง ลดจำนวนวันลง ****
เป็นการปฏิบัติธรรมถือศีลแปด แต่ละปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมหลายพันถึงหลายหมื่นคน
เป็นวัดแบบป่าเนื้อที่หลายร้อยไร่จึงเพียงพอต่อการรองรับคนจำนวนมาก
!!!ท่านสามารถเดินทางไปเข้าร่วมงานได้เลย จะมากี่วันก็ได้ โดยปฏิบัติตามดังนี้ คือ !!!
กรุณาเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นมาเอง คือกลดหรือเต็นท์
(พระภิกษุสามเณรควรต้องเป็นกลดเท่านั้น เป็นไปได้ให้ใช้จีวรสีแก่นหรือสีบวรเพื่อความกลมกลืน
กับพระสายหนองป่าพงที่ย้อมจีวรด้วยแก่นขนุน ) ไฟฉาย หมอน ผ้าห่ม ผ้าปูนั่ง
เครื่องใช้ส่วนตัวเช่นแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ขวดน้ำประจำตัว ภาชนะใส่อาหาร ช้อน ฯลฯ
เตรียมชุดขาวมาเปลี่ยนด้วยและควรเตรียมมาพอกับจำนวนวันที่อยู่ เพื่อไม่ต้องยุ่งยากในการหาซักผ้า
ตากผ้าและผู้เป็นโรคประจำตัวควรติดยามาด้วย งดนำเครื่องประดับและของมีค่าติดตัว
ในระหว่างเข้าร่วมปฏิบัติธรรมงดสูบบุหรี่ แต่ละปีจะมีพระอาจารย์จากวัดต่างๆเมตตามาแสดงธรรมเทศนานับร้อยรูป
ในวันที่ ๑๖ มกราคม อันเป็นวันมรณภาพของหลวงพ่อชา จะถือเนสัชชิก
จะมีพระอาจารย์จากวัดต่างๆเวียนกันมาแสดงธรรมให้ฟังตลอดคืนนับสิบๆรูป

ระเบียบปฏิบัติของผู้ที่จะร่วมงานปฏิบัติธรรมประจำปี ณ วัดหนองป่าพง
• ห้ามซื้อขายภายในบริเวณเขตวัด
• ห้ามเรี่ยไรเงินภายในบริเวณเขตวัด หากประสงค์จะบริจาค ขอเชิญที่โรงครัวกลาง
• หน่วยงานที่จะจัดทำโรงทานให้ลงทะเบียนที่จุดประสานงานหน้าพิพิธภัณฑ์
• หน่วยงานที่จะจัดทำโรงทานควรจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์มาเอง
• โรงทานหยุดปรุงอาหารตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น และบริการแจกทานจนเสร็จห้ามเกิน ๑๙.๐๐ น
• โรงทานทุกโรงทานติดแผ่นป้ายชื่อโรงทานรวมทั้งวัดสาขาขนาดไม่เกิน ๑ x ๒ เมตร
• โรงทานเมื่อแจกทานเสร็จแล้วควรรักษาความสะอาดภายในโรงทานให้เรียบร้อยและเก็บขยะออกไป
ภายนอกวัดด้วย
• ผู้เข้าปฏิบัติธรรมให้ลงทะเบียนที่กองอำนวยการหลังพิพิธภัณฑ์
• แม่ชีที่มาปฏิบัติธรรมให้ไปลงทะเบียนที่สำนักชีเท่านั้น
• อุบาสก (ผู้ชาย) สวมกางเกงขายาวสีขาวและเสื้อสีขาว อุบาสิกา (ผู้หญิง) สวมเสื้อสีขาวและผ้าถุงสีขาว
• ผู้มาปฏิบัติธรรมรับประทานอาหารเช้าหลังเวลา ๐๖.๓๐ น และควรงดรับอาหารหลังเวลา ๑๒.๐๐ น
• งดใช้โฟมใส่อาหารแจกทานควรใช้ใบตองหรือวัสดุที่ย่อยสลายได้
_____________
กำหนดการงานปฏิบัติธรรมประจำปี
ระหว่าง ๑๒ – ๑๗ มกราคม ๒๕๖๑ (กำหนดการเฉพาะปีนี้) ณ วัดหนองป่าพง ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
**** เนื่องจากน้ำแล้ง เพราะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก อาจไม่สะดวกจึง ลดจำนวนวันลง ****

+++ วันที่ ๑๔ มกราคม +++
เวลา ๐๙.๐๐ น ลงทะเบียน
จัดที่พักตามจุดที่คณะกรรมการจัดให้ทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้ใฝ่ต่อการปฏิบัติธรรม
เวลา ๑๔.๐๐ น ดูแลปัดกวาดบริเวณที่พักให้สะอาดเรียบร้อย สรงนํ้า อาบนํ้า
เวลา ๑๖.๐๐ น ฉันนํ้าปานะ เดินจงกรม
เวลา ๑๙.๐๐ น สัญญาณระฆัง รวมนั่งสมาธิ ทำวัตรเย็น
เวลา ๒๑.๐๐ น สมาทานศีล๘ ฟังพระธรรมเทศนา
เวลา ๒๒.๐๐ น พักผ่อน



+++ วันที่ ๑๕ มกราคม +++
เวลา ๐๓.๐๐ น สัญญาณระฆัง ทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ
เวลา ๐๕.๐๐ น ภิกษุ สามเณร จัดโรงฉัน
เวลา ๐๕.๓๐ น ภิกษุ สามเณร ออกรับบิณฑบาต
เวลา ๐๖.๐๐ น อุบาสก อุบาสิกาเดินจงกรม
เวลา๐๘.๐๐ น รวมกันที่ธรรมศาลา ฟังพระธรรมเทศนา กล่าวถวายสังฆทาน พระภิกษุ สามเณรรับและฉันภัตตาหาร
เวลา ๑๐.๐๐ น ล้างบาตร รวมกันฉันที่โรงฉันฟังโอวาท กราบพระ เลิกพร้อมกัน กลับที่พัก เดินจงกรม
เวลา ๑๒.๐๐ น พักผ่อน
เวลา ๑๓.๐๐ น สัญญาณระฆัง พระภิกษุ สามเณรนั่งสมาธิ รวมกันที่อุโบสถ อุบาสก /อุบาสิกา รวมนั่งสมาธิที่ธรรมศาลา
เวลา ๑๔.๐๐ น ฟังพระธรรมเทศนา (ตามมติที่ประชุมแยกอบรมพระเณร กับอุบาสก อุบาสิกา ต่างหากจากกัน)
เวลา ๑๕.๐๐ น ฉันนํ้าปานะที่โรงฉัน ทำกิจส่วนตัว
เวลา ๑๖.๐๐ น รวมกันเดินจงกรม
เวลา ๑๙.๐๐ น ทำวัตรเย็น
เวลา ๒๐.๐๐ น นั่งสมาธิภาวนา
เวลา๒๑ .๐๐ น ฟังพระธรรมเทศนา
เวลา ๒๒.๐๐ น พักผ่อน

 

+++ วันที่ ๑๖ มกราคม +++
เวลา ๐๓.๐๐ น สัญญาณระฆัง ทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ
เวลา ๐๕.๐๐ น ภิกษุ สามเณร จัดโรงฉัน
เวลา ๐๕.๓๐ น ภิกษุ สามเณร ออกรับบิณฑบาต
เวลา ๐๖.๐๐ น อุบาสก อุบาสิกาเดินจงกรม
เวลา๐๘.๐๐ น รวมกันที่ธรรมศาลา ฟังพระธรรมเทศนา กล่าวถวายสังฆทาน พระภิกษุ สามเณรรับและฉันภัตตาหาร
เวลา ๑๐.๐๐ น ล้างบาตร รวมกันฉันที่โรงฉันฟังโอวาท กราบพระเลิกพร้อมกัน กลับที่พัก เดินจงกรม
เวลา ๑๒.๐๐ น พักผ่อน
เวลา ๑๓.๐๐ น สัญญาณระฆัง พระภิกษุ สามเณรนั่งสมาธิ รวมกันที่อุโบสถ อุบาสก /อุบาสิกา รวมนั่งสมาธิที่ธรรมศาลา
เวลา ๑๔.๐๐ น ฟังพระธรรมเทศนา
(ตามมติที่ประชุมแยกอบรมพระเณร กับอุบาสก อุบาสิกา ต่างหาก)
เวลา ๑๕.๐๐ น จัดแถวพระภิกษุ สามเณรและอุบาสก อุบาสิกาพร้อมด้วยดอกไม้ ธูปเทียนจากธรรมศาลาสู่ลานเจดีย์พระโพธิญาณเณรทำประทักษิณรอบเจดีย์ ๓ รอบ เสร็จ ฉันนํ้าปานะที่โรงฉัน
เวลา ๑๗.๐๐ น พักผ่อนตามอัธยาศัย
เวลา ๑๙.๐๐ น สัญญาณระฆัง ทำวัตรเย็น
เวลา ๒๐.๐๐ น นั่งสมาธิภาวนาร่วมกัน
เวลา๒๑ .๐๐ น ฟังพระธรรมเทศนาตลอดคืน(ให้ถือเนสัชชิกในวันนี้)

+++ วันที่ ๑๗ มกราคม +++
เวลา ๐๕.๓๐ น ภิกษุ สามเณร ออกรับบิณฑบาต
เวลา๐๘.๐๐ น ทำพิธีเครื่องสักการะแด่พระมหาเถระ กล่าวถวายสังฆทาน พระภิกษุ สามเณรรับและฉันภัตตาหาร
เวลา๐๙.๐๐ น ล้างบาตร เก็บบริขาร ฟังโอวาทที่โรงฉัน กราบพระเลิกพร้อมกันแยกย้ายกลับอาวาสตามปกติ



เรียบเรียงโดยทีมงาน https://ubon.town ร่วมสืบสานงานอาจริยบูชาองค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่ชา สุภัทโท
13  ธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน / ธรรมมะจากพระสงฆ์ สุปฏิปันโน เป็นข้อคิด และแนวทาง เพื่อเป็นแรงใจในการปฏิบัติภาวนา / Re: ธรรมะที่ถ่ายทอดโดย หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2017, 08:22:27 AM


"พึ่งร่างกาย กายก็แตก พึ่งน้ำในกาย น้ำก็สลาย พึ่งไฟในกาย ไฟก็กระจาย
กายทั้งร่างมีแต่เรื่องแตกกระจาย แล้วจะพึ่งอะไร? พึ่งบ้าน บ้านก็จะพัง พึ่งสมบัติเงินทอง ก็ล้วนแต่สิ่งจะพังทลาย
ยังเพลินเมามัว มั่วสุมอยู่หรือ? มนุษย์เราตัวฉลาดแท้ๆ ไม่สมควรกับความเป็นดังที่กล่าวมา
ความดีมีอยู่ แสวงหาซิมนุษย์ทั้งหลาย ท่านหาความดีได้ ทำไมเราหาไม่ได้? เวลาไพล่ไปหาความเลวทรามต่ำช้า ทำไมหาได้?
สิ่งเหล่านั้นมันวิเศษวิโสอะไร? ถ้ามันพาคนให้วิเศษ มนุษย์พากันวิเศษเลิศโลกไปนานแล้ว
ไม่จมปลักดังที่เห็นกันอยู่นี้เลย จึงไม่ควรเพลิดเพลิน ไม่ควรมัวเมา ไม่เข้าเรื่องอยู่เปล่าๆ อะไรดี มีสาระ รีบแสวงหา"
หลวงปู่ขาว อนาลโย
14  ธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน / ธรรมมะจากพระสงฆ์ สุปฏิปันโน เป็นข้อคิด และแนวทาง เพื่อเป็นแรงใจในการปฏิบัติภาวนา / Re: ธรรมะที่ถ่ายทอดโดย หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง จ.เลย เมื่อ: กันยายน 21, 2017, 11:49:52 AM
"พิจารณาการตาย ให้สะกิดใจว่าเราจะต้องตายง่าย อายุไม่ยืนนาน บอกตนเองมาเรื่อยๆ
เร่งความเพียรมากๆก่อนตาย เพื่อให้ชำนิชำนาญเพื่อเข้าจิตสู้การตาย ข้อนี้สำคัญมากกว่าอย่างอื่น"
หลวงปู่หลุย จันทสาโร
15  ธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน / ธรรมมะจากพระสงฆ์ สุปฏิปันโน เป็นข้อคิด และแนวทาง เพื่อเป็นแรงใจในการปฏิบัติภาวนา / Re: ธรรมะที่ถ่ายทอดโดย หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง จ.เลย เมื่อ: กันยายน 21, 2017, 11:48:37 AM
ธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นของที่ไม่เนิ่นช้านะ เร็วที่สุด เร็วที่สุดทีเดียว
เป็นของที่ไม่เนิ่นช้าทีเดียว อย่าให้จิตเป็นอนาถานะ มีที่พึ่งนะ พุทโธ พุทโธ พุทโธ เป็นของใหญ่นะ
หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
หน้า: [1] 2 3 ... 241