KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธรรมะ ที่พุทธศาสนิกชนควรทราบ เพื่อเข้าใจในสัมมาทิฏฐิรบกวนถามอีกแล้วครับ
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนถามอีกแล้วครับ  (อ่าน 6541 ครั้ง)
mankho2001
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 1
**

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 64


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2011, 10:33:09 PM »

1.ในการทำสมาธิหรือกรรมฐานก็แล้วแต่เรามีความตั้งใจที่จะทำอย่างเต็มที่แต่เราไม่รู้ว่าจิตเราเป็นสมาธิหรือกรรมฐานหรือเปล่าขั้นไหนก็ไม่รู้พอเสร็จแล้วเราแผ่เมตตาหรือกรวดน้ำได้ไหม
2.ที่ผมเคยตั้งกระทู้ถามไปว่ามีอาการต่างๆเวลาทำสมาธิ แล้วบางท่านบอกว่าเป็นอาการของปิติจากการทำสมาธิแค่นี้พอที่จะแผ่เมตตาหรือกรวดน้ำได้ไหมครับ บอกตรงๆว่าไม่มั่นใจในกำลังจิตของตัวเอง
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 964


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 02:48:03 AM »

ตอบแบบง่ายๆไหมครับ...

๑.และ๒. ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ...ได้เลยครับ อยู่ที่ความตั้งใจครับ...

แต่ถ้าจะละเมียดลึกซึ้ง...ภูมิจิตภูมิธรรม ต่างกัน มันก็ได้ไม่เท่ากัน...ไม่เหมือนกันหรอกครับ....แต่แผ่เมตตาออกไปเลยครับ...

ถามคุณ mankho2001 ก่อนว่าทำสมาธิ "สมถะ" กับ "วิปัสสนา" แตกต่างกันเช่นไร...?

เดี๋ยวค่อยคุยกันอีกครับ...หรือชอบคุยกับคุณลุง ผมจะได้หลบไป...


บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
mankho2001
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 1
**

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 64


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 07:34:01 PM »

จริงๆผมก็ยังไม่เข้าใจหรอกครับว่า สมาธิ กับ กรรมฐาน ต่างกันอย่างไร ตอนนี้ก็ได้แต่ว่าทำสมาธิไปเรื่อยๆ พอใจเริ่มสงบก็จะเอาไปพิจารณากฏไตรลักษณ์บ้าง อริยสัจบ้าง โทษของการติดว่านี่ตัวกูของกูบ้าง น่ะครับ ตอนนี้ได้แค่นี้ เราอย่าไปพูดถึงท่านอื่นเลยครับปล่อยท่านไปเสีย
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 964


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 11:06:36 PM »

ทำสมาธิพอจิตตั้งมั่นแล้วพิจารณา สภาวะต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น นิมิตต่างๆ โอภาส แสงสว่างแบบต่างๆ
พิจารณาลงไปในไตรลักษณ์ เรียก วิปัสสนาภาวนา ครับ

และสำหรับการเข้าสมาธิแล้วอยู่ในอารมณ์อันเดียวนิ่งๆ เช่นอยู่กับความว่าง อยู่กับนิมิตร หรือแสงสว่างอะไรก็ได้ แต่เกาะเป็นอารมณ์เดียว
เรียก สมถะภาวนา ครับ

เมื่อกี้ชมรายการช่องไทยพีบีเอส พวกชาวพม่านำเวลาที่เหลือหลังจากทำงาน ส่วนใหญ่ ไปกับการเจริญภาวนาครับ เห็นแล้วน่าชื่นชมมาก

ไม่เหมือนพวกชาวกรุง วิ่งวุ่นตามวัตถุและเทคโนโลยี จนลืมธรรมะกันหมดแล้ว พวกเด็กๆรุ่นใหม่ ถามเดือนนี้วันมาฆบูชาวันไหนไม่รู้จัก

แต่ถ้าถามวันวาเลนไทน์วันไหน สำคัญอย่างไร เออ...ตอบคล่องปร๋อเลยแฮะ

โลกมันเปลี่ยนไป คนก็เปลี่ยนไป

บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 02:52:17 PM »

ท่านอย่าลืม  เรื่อง 3 เรื่อง ที่รวมเรียกว่าเป็นสมาธิ

ประกอบด้วย สัมมาวายาโม สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ

เมื่อ
1. วายาโม คือความเพียร ชอบ 4 อย่าง คือ หยุดทำความชั่ว ไม่ทำความชั่วใหม่ ทำความดี และรักษาความดีนั้นไว้

2.ส่วน สติ คือ การรู้ลงไปง่าย ๆ ธรรมดา ๆ ในเรื่อง ทั้ง 4 คือ กาย เวทนา จิต และอารมณ์ มันเปลี่ยนไป (ถ้าใช้ความคิดรู้ ยังเป็นสติเด็กๆ และถ้ารู้ด้วย ญาน หรือ จิต  ครือ สัมมามติ  ได้ พระโสดาบัน  )

3. สมาธิ คือการ เพ่ง อารมณ์ ให้ เป็นหนึ่ง เป็นวิธีการเพิ่มกำลังให้ จิต  เพื่อ มาดูไตรลักษณ์( ของ สี่เรื่อง กาย เวทนา จิต ธรรมทุกข์ ทนได้ยาก จึงเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน  ต่อในข้อ 2 แหละ)


สาธุ ...

 ทั้ง 3 เรื่อง ต้องไปด้วยกัน เพราะเวลาดูไตรลักษณ์  จิต จะค่อยๆ อ่อนกำลังไป ต้องสลับกับทำมาธิ  คร๊าบ บ บ บ


ติดมาธิ ไป พรหม  ผ่านวิปัสนา(ดูไตรลักษณ์)  จบ กามภูมิ( 31 )


 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: