KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับภาวนา เจริญสติ และ ปัญญา กับแนวปฏิบัติภาวนาตามหลัก สติปัฏฐาน 4แนะนำ สถานที่ปฏิบัติภาวนาธรรม ที่สัปปายะ ในประเทศไทย บวชที่บ้านเกิด และไปจำวัดที่ วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บวชที่บ้านเกิด และไปจำวัดที่ วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี  (อ่าน 49507 ครั้ง)
msn2012
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2012, 01:20:16 PM »

สาธุ วัดสวยมากจร้า  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

kuukae
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 9


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 10:10:53 PM »

ดูแล้วสงบครับ
บันทึกการเข้า

magicmo
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
***

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 1
กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2012, 03:06:20 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ขอบคุณมากๆเลยครับ
บันทึกการเข้า

เครื่องกรองน้ำชั้นเยี่ยม crane สะอาด ปลอดภัย เหล็กปลอกราคาถูกลวดผูกเหล็ก คุณภาพดี cctv
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2014, 12:50:08 PM »


"การอยู่ – วัดป่า" จากหนังสือ “ชีวิตพระป่า” โดย ศ.นพ.อวย เกตุสิงห์

...วัดป่าเป็นคนละอย่างกับวัดบ้าน สำหรับผู้ที่เคยไปเป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่กระทบจิตใจ
เมื่อย่างเข้าเขตวัดป่าคือความร่มรื่น ซึ่งเกิดขึ้นจากต้นไม้น้อยใหญ่ที่เป็นส่วนป่าในวัด
มีวัดป่าน้อยแห่งที่ไม่มีป่าในวัด วัดเช่นนี้มองจากสายตาของนักธุดงค์กัมมัฏฐานคงไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

สิ่งกระทบใจประการที่สองคือความสะอาดและมีระเบียบ ถนนและทางเดินเตียนโล่ง
ไม่มีกิ่งไม้ใบไม้ร่วงหล่นเกลื่อนกลาด ดังที่น่าจะเป็นเพราะมีต้นไม้อยู่โดยรอบ
แม้กระทั่งส้วมซึ่งวัดที่ยากจนยังใช้แบบของชาวบ้าน ก็ยังรักษาความสะอาดได้ดี
ในวัดที่ฐานะดี มีส้วมราดน้ำแบบทันสมัย ส้วมของบ้านในกรุงบางบ้านอาจจะสะอาดน้อยกว่าส้วมของวัดป่าเสียด้วยซ้ำ

ความรู้สึกประการที่สามที่บังเกิดแก่ผู้ไปเยี่ยมคือความเงียบ บางเวลาเงียบจนกระทั่งใบไม้ตกก็ได้ยินเสียงดัง “ปึ้ก”
เสียงพูดคุยกันดัง ๆ เหมือนตามบ้านไม่มีโอกาสจะได้ยินเลย เวลาที่พระป่าจะพูดคุยกันก็มีเวลาเตรียมฉันจังหัน
เวลานัดดื่มน้ำในตอนบ่าย และเวลาพร้อมกันปัดกวาดถนนหนทางและลานวัด ถ้าเห็นพระสองหรือสามองค์สนทนากันอยู่
 ก็ฟังแต่ไกลไม่รู้เรื่องว่าท่านพูดอะไรกัน เพราะท่านพูดค่อยมาก
พระตะโกนเรียกกันหรือคุยกันสนุกสนานเฮฮา เป็นเรื่องที่ไม่ได้พบเลย

เมื่อประมาณเจ็ดแปดปีมาแล้วมีสตรีชาวต่างประเทศผู้หนึ่งเกิดสนใจอยากดูชีวิตของพระบ้าง
ได้ขออนุญาตเป็นทางการเข้าไปพักอยู่ในวัดแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากในความเคร่งวินัย
สตรีผู้นั้นไปอยู่ได้เจ็ดวันก็กลับและไปรายงานต่อพระเถระผู้ใหญ่และเจ้านายบางองค์ว่าวัดที่ไปดูมานั้นใช้ไม่ได้เลย.
สมภารปกครองไม่ดี ลูกวัดแตกความสามัคคีกันหมด แม้แต่เวลาฉันจังหันก็ไม่มีใครพูดจาอะไรกัน ดังนั้นความดีก็กลายเป็นไม่ดีไป.

ยกเว้นลักษณะเป็นป่า มีต้นไม้ร่มครึ้มซึ่งคล้าย ๆ กันทุกวัด วัดป่าแต่ละวัดก็มีภูมิประเทศและบริเวณแวดล้อมแปลก ๆ กันไป
บางแห่งมีป่าล้อมรอบ มีที่ว่างเฉพาะบริเวณกุฏิ บางแห่งมีพื้นที่คล้ายสวน เป็นที่ราบ มีแต่ต้นไม้ขนาดกลางขึ้นอยู่ทั่วไป
บางวัดอยู่ที่เชิงเขา บางวัดอยู่บนไหล่เขา บางวัดขึ้นไปถึงยอดเขา แต่ละวัดก็มีข้อเสียข้อดีประจำ เช่น วัดอยู่ในที่ราบ
ไปมาสะดวก แต่อากาศมักร้อนอบอ้าวและทึบ วัดอยู่บนเขา จะไปไหนแต่ละทีต้องเหนื่อยหอบ
แต่มักจะอากาศดี ปลอดโปร่งเย็นสบาย ชวนให้ปฏิบัติได้มาก

การที่พระภิกษุรูปใดจะเลือกอยู่วัดไหน เหตุผลสำคัญที่สุด คือ

1.พระอาจารย์ของวัดนั้นจะต้องมีธรรมะสูง และมีอุปนิสัยถูกกัน เชื่อว่าจะถ่ายทอดความรู้และแนะนำแก้ไขข้อปัญหาในการปฏิบัติได้
2.รองลงไปได้แก่ทำเลและลักษณะอื่น ๆ ของวัดตลอดจนลมฟ้าอากาศ
3.และอันดับที่สามได้แก่ลักษณะของสหธรรมิก ( พระร่วมศึกษาด้วยกัน ) ซึ่งจะต้องไปด้วยกันได้ แม้วัดจะเป็นที่อยู่ที่ไม่ค่อยสบายนัก
 แต่ถ้าอาจารย์ดีและสอนเก่ง ผู้หวังก้าวหน้าก็ยังพอทนได้ ถึงแม้วัดจะสวยงาม อากาศดี มีความสะดวกสบาย
แต่ถ้าอาจารย์ไม่ถูกนิสัยกัน สอนกันไม่ได้ ก็ไม่มีใครยอมอยู่ ทั้งนี้เพราะพระป่านั้นบวชเพื่อความหลุดพ้น
ไม่ใช่เพื่ออยู่ไปวัน ๆ หนึ่ง จึงไม่ใคร่ยอมเสียเวลาถ้าเห็นว่าอยู่ไปก็ไม่ได้ผล

_/\_ _/\_ _/\_
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2014, 12:56:16 PM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2015, 11:47:02 AM »

“...มนุษย์เราเอ๋ย เกิดมาทำไม นิพพานมีสุข
อยู่ใยมิไป ตัณหาหน่วงหนัก หน่วงชักหน่วงไว้
ฉันไปมิได้ ตัณหาผูกพัน ห่วงนั้นพันผูก
ห่วงลูกห่วงหลาน ห่วงทรัพย์ศฤงคาร จงสละเสียเถิด
จะได้ไปนิพพาน ข้ามพ้นสามภพ
ยามหนุ่มสาวน้อย หน้าตาแช่มช้อย งามแล้วทุกประการ
แก่เฒ่าหนังยาน แต่ล้วนเครื่องเหม็น เอ็นใหญ่เก้าร้อย
เอ็นน้อยเก้าพัน มันมาทำเข็ญ ให้ร้อนให้เย็น
เมื่อยขบทั้งตัว ขนคิ้วก็ขาว นัยน์ตาก็มัว
เส้นผมบนหัว ดำแล้วกลับหงอก หน้าตาเว้าวอก
ดูน่าบัดสี จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย
เหมือนดอกไม้โรย ไม่มีเกสร จะเข้าที่นอน
พึงสอนภาวนา พระอนิจจัง พระอนัตตา
เราท่านเกิดมา รังแต่จะตาย ผู้ดีเข็ญใจ
ก็ตายเหมือนกัน เงินทองทั้งนั้น มิติดตัวไป
ตายไปเป็นผี ลูกเมียผัวรัก เขาชักหน้าหนี
เขาเหม็นซากผี เปื่อยเน่าพุพอง หมู่ญาติพี่น้อง
เขาหามเอาไป เขาวางลงไว้ เขานั่งร้องไห้
แล้วกลับคืนมา อยู่แต่ผู้เดียว ป่าไม้ชายเขียว
เหลียวไม่เห็นใคร เห็นแต่ฝูงแร้ง เห็นแต่ฝูงกา
เห็นแต่ฝูงหมา ยื้อแย่งกันกิน ดูน่าสมเพช
กระดูกกูเอ๋ย เรี่ยร่ายแผ่นดิน แร้งกาหมากิน
เอาเป็นอาหาร เที่ยงคืนสงัด ตื่นขึ้นมินาน
ไม่เห็นลูกหลาน พี่น้องเผ่าพันธุ์ เห็นแต่นกเค้า
จับเจ่าเรียงกัน เห็นแต่นกแสก ร้องแรกแหกขวัญ
เห็นแต่ฝูงผี ร้องไห้หากัน มนุษย์เราเอ๋ย
อย่าหลงนักเลย ไม่มีแก่นสาร อุตส่าห์ทำบุญ
ค้ำจุนเอาไว้ จะได้ไปสวรรค์ จะได้ทันพระพุทธเจ้าจะได้เข้าพระนิพพาน
อะหัง วันทามิ สัพพะโส
อะหัง วันทามิ นิพพานะปัจจะโยโหตุ ...”
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
กระโดดไป: