KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับรวมรูปภาพต่างๆเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา พาเที่ยววัด ใน Kammatan.com Galleryแนะนำวัดเก่า พาเที่ยววัด และตำนาน ประวัติของวัดวัดร่องขุ่น ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
หน้า: [1] 2
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วัดร่องขุ่น ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย  (อ่าน 37162 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 30, 2010, 10:35:35 AM »

ประวัติของวัด



    เมื่อประมาณพ.ศ.๒๔๓๐ ตรงกับสมัยรัชกาลที่๖มีชาวบ้านเข้ามาจับจองที่ดินทำไร่นาบริเวณบ้านร่องขุ่น
ในปัจจุบันเพียงไม่กี่หลังคาเรือนโดยอาศัยลำน้ำสายเล็กๆ ที่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่ลาวซึ่งมีลักษณะสีขุ่นเลี้ยงชัพ
ชาวบ้านจึงเรียกว่า''บ้านฮ่องขุ่น' หรือบ้านร่องขุ่น ในภาษากลางมาโดยตลอด



          หลังขุนอุดมกิจ เกษมราษฎร์    นำครอบครัวเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเพื่อขึ้น กว่า๕๐ หลังคาเรือน
ท่านจึงคิดสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นในหมู่บ้าน วัดร่องขุ่นถือกำเนิดครั้งแรก  ณ   ริมฝั่งแม่น้ำลาวทิศตะวันตกใกล้กับน้ำ
แม่มอญคณะศรัทธาสร้างศาลาและกุฎิเป็นเรือนไม้และได้อาราธนานิมนตพระทองสุข บาวิน จากวัดสันทรายน้อยเป็นเจ้าอาวาท

          
         มาถึงสมัยคุณพ่อหมี   แก้วเลื่อมใส ได้ย้ายวัดมาตั้งอยู่บริเวณหัวนาของ ท่านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนด้านทิศตะวันตกติดกับ
ลำน้ำร่องขุ่น ต่อมา กำนันทาดีวรัตน์ เห็นว่าวัดวาเริ่มคับแคบ เพราะ หมู่บ้านใหญ่ขึ้น  จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนที่ดินในปัจจุบัน
โดยนางบัวแก้วภรรยาของกำนันยกที่ดินให้สร้างวัดจำนวน๔ ไร่เศษ เมื่อสร้างเสร็จได้นิมนต์พระดวงรจ อาภากโร
จากวัดมุงเมืองมาเป็นเจ้าอาวาสและต่อมาพระดวงรจ  อาภากโร   ได้ย้ายไปจำพรรษาวัดอื่น
ชาวบ้านได้ขออาราธนานิมนต์พระไสว ชาคโร มาเป็นเจ้าอาวาทเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๙ ถึงปัจจุบัน



            พระไสว ชาคโร ได้สร้างพระอุโบสถในปี พ.ศ๒๕๐๗และได้อาราธนา พระหินโบราณจากหมู่บ้านหนองสระ อ.แม่ใจ
มาเป็นพระประธานในอุโบสถ ปี๒๕๒๐ ได้รับวิสุงคสีมา ปี ๒๕๒๙ ได้บูรณซ่อมแซมกำแพงวัด ปี ๒๕๓๓ สร้างหอฉัน
และ ซุ้มประตูวัด ปี๒๕๓๗พระไสว ชาคโรได้รับแต่ง ตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระครูชาคริยานุยุต

            ปี๒๕๓๔ คณะศรัทธาเห็นว่าวัดสร้างมา ๓๘ ปี   อยู่ในสภาพทรุดโทรมเป็นที่อยู่ของค้างคาวฝูงใหญ่
ใช้ทำสังฆกรรมไม่ได้จึงคิดสร้างอุโบสถหลังใหม่วันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๘
ได้ทำพิธีรื้อถอนอุโบสถ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๘ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้าง



              วันที่  ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ ได้ลงมือก่อสร้างอุโบสถหลังปัจจุบันแต่เสร็จเพียงแค่ โครงสร้างเท่านั้น  ปัจจัยของวัดเริ่มขาดแคลนเพราะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก

            ในปี ๒๕๔๐ อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรผู้มีชื่อเสียงระดับชาติเป็นเลือดเนื้อของคนบ้านร่องขุ่นโดยกำเนิด
ปวารณาตน เข้ามาสานต่อถวายเป็นเป็นพุทธบูชา หวังให้เป็น"งานศิลป์เพื่อแผ่นดิน"ด้วยปัจจัยของท่านเอง
โดยพระครูชาคริยานุยุตและชาวบ้านไม่ต้องลำบากหาเงินมาสร้างวัด



             อาจารย์ เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์   ได้เข้ามาทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมตามปรารถนาของท่าน จนทำให้วัดร่องขุ่นสวยงามประทับใจผู้คนที่มาเยี่ยมชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากวัดร่องขุ่นที่ไม่มีใครรู้จักกลายเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดและประเทศชาติ

           โครงการก่อสร้างวัดเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะประกอบไปด้วยหมู่สถาปัตยกรรม ๙ หลังมี อุโบสถ หอพระธาตุ หอพระ
หอบรรยายธรรม  หอวิปัสสนากุฏิพระซุ้มทางเข้าเขตพุทธราวาส หอศิลป์ ห้องสุขา

            อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ได้ซื้อที่ดินทางทิศใต้ ๑ไร่ ๒๐๐ตารางวาคุณวันชัย วิชญชาคร จาก กทม.
ได้บริจาคที่ดินอีก ๕ไร่ ๓๐๐ตารางวารวมเป็น ๑๐ ไร่ ๑๐๐  ตารางวา



             อาจารย์ เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์ได้ตั้งจิตอธิษฐานขอถวายตนรับใช้พุทธศาสนาเพื่อสร้างวัดร่องขุ่น
ตั้งแต่ท่านอายุ ๔๒ ปี (พ.ศ.๒๕๔๐) เป็นต้นไปจวบจนกว่าจะสิ้นลมณวัดแห่งนี้  
ท่านสิ้นแล้วซึ่งความปรารถนาใดๆในวัตถุทางโลกท่านมุ่งอุทิศถวายตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และมวลมนุษยชาติอันเป็นที่รักของท่านด้วยความศรัทธาเชื่อหมั้น


ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก : http://www.samakkhi.ac.th/web251/samakkhi/bonusatom/m2101521/pabjidtagumbangsoun.htm

ขอบพระคุณรูปจาก kammatan.com และ [email protected]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2014, 10:04:51 PM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 30, 2010, 10:35:46 AM »

ความหมายของอุโบสถ

 

 

             อาจารย์ เฉลิมชัย    โฆษิตพิพัฒน์     สร้างโบสถ์ในเขตพุทธวาสเปรียบ

เหมือนบ้านของพระพุทธเจ้าสีขาว แทน พระบริสุทธิ์คุณของพระเจ้ากระจกขาว  

หมายถึงพระปัญญาธิคุณของ พระพุทธเจ้าที่แปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และ

จักรวาลสะพานหมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิก่อนขึ้นสะพานครึ่ง

วงกลมเล็กหมายถึง   โลกมนุษย์    วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามาร หรือ

พระราหู  หมายถึง    กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์  ผู้ใดจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ในพุทธภูมิต้อง ตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองทิ้งลงไปในปกพญามาร

เพื่อเป็นการชำระจิต เราให้ผ่องใสถึงจะเดินผ่านขึ้นไป     บนเส้นของสะพานจะ

ประกอบไปด้วยอสูรอมกัน ๑๖  ข้างละ ๘ ตัว หมายถึง  อุปกิเลส๑๖ จากนั้นก็จะ

ถึง




             กึ่งกลางสะพาน หมายถึง เขาพระสุเมรุ เป็นที่อยู่ของเทวดา ด้านล่าง เป็น

สระน้ำหมายถึงสีทันดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ ๖ ชั้น    แทนด้วยดอกบัวทิพย์

๑๖ ดอกรอบอุโบสถ  ดอกที่ใหญ่สุด ๔ ดอก



             ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์ หมายถึง ซุ้มพระอริยเจ้า ๔ พระองค์ประกอบ

ด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระนาคามี และ   พระอรหันต์เป็นสงฆ์สาวที่

เราควรกราบไหว้บูชาก่อนขึ้นบันไดครึ่งวงกลม หมายถึงโลกกุตตรปัญญาบันได

ทางขึ้น ๓ ขั้น แทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านแล้วจึงไปสู่แผ่นดินของรูปพรหม

๔ แทนด้วยดอกบัวทิพย์ ๔ ดอก   และบานประตู ๔ บาน บานสุดท้ายเป็นกระจก

สามเหลี่ยมแทนความว่าง  (ความหลุดพ้น)     แล้วจึงจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่

พุทธภูมิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2010, 11:29:30 AM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 30, 2010, 10:36:16 AM »

แรงบันดาลใจในการสร้างวัดร่องขุ่น

 

 
             มีคนถามอาจารย์ เฉลิมชัย เยอะมากถึงแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้ทุ่ม

ตัวทุ่มใจอุทิศตนสร้างวัดไปจนตายมีอยู่ ๓ สิ่ง   สิ่งที่ อาจารย์เฉลิมชัยเคารพรัก

ศรัทธายิ่งกว่าชีวืตอันกระจอกงอกง่อยของผมเองและคนไทยทุกคนควรระลึก

ถึงทุกลมหายใจเข้าออก คือ

            ชาติ - อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เกิดบนแผ่นดินไทย ในหมู่บ้าน

เล็กๆ ชื่อว่า บ้านร่องขุ่น ในจังหวัดเชียงราย  เกิดมาไม่มีไฟฟ้า    เกิดออกมา

เลือดรกตกลงบนแผ่นดินนี้ จึงรักบ้านเมืองและประเทศ  ตอนเด็กๆปรารถนา

อยากเป็นทหารรับใช้ชาติ แต่เรียนไม่เก่ง วาดรูปเก่งจึงหวังว่าวันหน้าจะสร้าง

งานศิลปะให้ยิ่งใหญ่ฝากไว้ให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน ณ ที่เกิด

             ศาสนา-อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์เคยเลวมาก่อนคือปฏิบัตแต่

ความชั่ว พอเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วความเลวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยแต่พออาจารย์

เฉลิมชัย    มาพบกับธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นเหมือนหวายหนามอันแหลม

ฟาดมาที่ใจ    เมื่อจิตพยศ      ธรรมะเหมือนน้ำเย็นดับความเร่าร้อนลึกๆในจิต

และเป็นน้ำอุ่นๆให้อุ่นจิตเมื่อมีอาการหวาดผวาลังเลในสัจธรรมก็ใช้ธรรมะ

ฆ่ากิเลสในจิตใจกว่า ๒๐ จึงได้ค้นพบความสุข สงบ   สว่างในจิต  เกิดสุขกับ

ตนเอง  ครอบครัว บริวารและเพื่อนร่วมโลกทุกคนอาจารย์เฉลิมชัยจึงได้ประ

กาศตนอุทิศชีวิตนี้ให้แก่   พระพุทธศาสนาขอเป็นผู้ค้ำจุนพระศาสนาสืบสาน

งานพุทธศิลป์ของแผ่นดินให้เป็นที่ประจักษ์ยอมรับของคนทั่วโลกให้ได้



              พระมหากษัตริย์ - เมื่ออาจารย์เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์ เรียนอยู่ที่คณะ

จิตรกรรมฯ  มหาวิทยาลัยศิลปากร   อาจารย์เฉลิมชัย เคยได้ยินครูบาอาจารย์

พูดถึงพระเจ้าอยู่หัวว่า พระองค์เคยรับสั่ง    "งานศิลปะประจะรัชกาลของเรา

ทำไมไม่เห็นมี  ทุกราชกาลเขามีงานศิลปะที่แสดงเอกลักษณ์กันทุกรัชกาลวัด

วาอารามที่สร้างกันใหม่ ก็ยังยึดอิทธิพลศิลปะเก่าๆอยู่" พออาจารย์เฉลิมชัยโต

พอที่จะเข้าใจพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน จึงตั้งใจเรียนภาควิชาศิลป

ไทย เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะทำถวายและในที่สุดก็ได้ทำตามที่ฝัน

                อาจารย์เฉลิมชัยได้เข้าเฝ้าฯถวายงานใกล้ชิดพระองค์ท่านทำให้เกิด

ความรักพระองค์ท่านมากเหลือเกิน  ได้พบเห็นพระอัจฉริยภาพทางศิลปะและ

พระเมตตาของพระองค์ท่าน ทำให้เกิดความตื้นตัน  สำนักในพระมหากรุณา

ธิคุณที่ท่านมีต่องานศิลปะของชาติ



           "ผมจึงตั้งความปรารถนาที่จะถวายชีวิต ใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตนเอง

    สร้าง งานพุทธศิลป์    เพื่อให้เป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่านให้ได้

และจะถวายชีวิตไปจนตายคาวัด"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2010, 11:07:04 AM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 30, 2010, 10:37:18 AM »

ประวัติของอาจารย์ เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์

 
 

เกิด

เมื่อ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๘ ณ บ้านร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย
 เป็น บุตรของนายไพศาล  โฆษิตพิพัฒน์และนางพรศรี อยู่สุข


 
การศึกษา

ชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนบัวสลี บ้านร่องขุ่น จ.เชียงราย

ชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนดรุณศึกษา อ.เมือง จ.เชียงราย

ระดับ ปวช. จากโรงเรียนเพาะช่าง กทม.

ศิลปบัณฑิตศิลปไทย (รุ่นแรก) จากคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร

หลังจากสำเร็จการศึกษาได้ยึดอาชีพจิตรกรอิสระมาโดยตลอด

ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ เป็นต้นมา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2010, 11:09:10 AM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
yutcmri
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2010, 04:22:45 AM »

เป็นวัดที่สวยงามมากคับ อาจาร์ยท่านตั้งใจทำอย่างมากเลย
บันทึกการเข้า
adsadapong
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 2
กระทู้: 14



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2010, 08:48:09 PM »

สวยงาม...งามแต้..งามเืมือง ยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 965


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 12:19:26 AM »

เล่าสู่กันฟังสนุกๆครับ...

..........วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ........


ผมไปครั้งหลังสุด...เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐
สวยงามหยดย้อยล่ะครับ ผมมีอีกด้านหนึ่งของชีวิต นอกจากเรื่องชอบกีฬาและฟังเพลงเฮฟวี่เมทัลแถมตระเวณดูคอนเสิร์ตเป็นชีวิตจิตใจแล้ว
ผมชอบวาดภาพและดูภาพวาดของศิลปินทั่วโลก...
สมัยก่อนผมชอบวาดภาพประกวดด้วย แต่ที่ผมชอบคือวาดภาพในแนวจินตนาการ ลงสีบางและพริ้วไหว
วาดได้รางวัลก็เยอะบางทีเงินมันก็๑๐๐๐ เองนะครับเมื่อ๒๕ปีที่แล้ว แต่ผมภูมิใจมากกว่านั้นคือรูปผมอยู่ในนิทรรศการ ๕ วัน และผมก็จะไปครั้งสุดท้ายเย็นๆ
แล้วผมก็แกะรูปผมกลับบ้าน เพราะผมเคยมีประสบการณ์ หลังเลิกงานเค้าเก็บภาพลงถังขยะหมด
ผมเสียดายและให้ผมวาดอีกผมก็วาดไม่ได้อย่างนั้นอีกแล้ว เอากลับบ้านไว้ดูเองดีกว่า

เมื่อมิถุนายน ๒๕๕๒ มีโอกาสไปปารีส ผมพาบริวาร๑๒คนไปเข้า
พิพิธภัณฑ์ ลูฟ เข้าไปชมภาพวาดโมนาลิซ่า ของ ลีโอนาโด ดาวินชี่ คนที่จินตนาการคนมีปีกและคิดภาพร่างเครื่องบินคนแรกนั่นแหละครับ
ภาพอื่นๆอีกเป็นพันๆภาพก็โดนใจผมทั้งนั้นครับ รูปปั้นก็สวยครับ จำรูปปั้น "วีนัส"ได้มั๊ยครับ
เป็นเทพที่สวยงามมากจนเทพหนุ่มแย่งยื้อกันจนแขนขาดทั้งสองข้าง อนิจจาความสวยนี่ก็เป็นภัยจริงๆถ้าอยู่ท่ามกลางผู้ที่ขาดปัญญา

อยู่ในนั้นเป็นคนสุดท้ายล่ะครับผมจนเจ้าหน้าที่เขาเชิญออกจากห้องพิพิธภัณฑ์ หมดเวลาแล้วครับท่าน แต่ผมได้ถ่ายรูปภาพสุดท้าย แบบที่ในห้องมีแต่งานศิลปะ ไม่มีคนแม้แต่คนเดียวเป็นภาพที่ผมชอบมากเพราะส่วนใหญ่มีแต่ผู้คนพลุกพล่าน

ถึงไหนแล้วครับนี่อ้อ...วัดร่องขุ่น
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 965


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 12:29:32 AM »

.........วัดร่องขุ่น ที่เชียงราย ........

ผมชอบแนวการวาดภาพของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มากครับ มักจะเป็นเกี่ยวกับพุทธศาสนา และลายเส้นตลอดจนการลงสี
เป็นไปในแนวทางที่ผมชอบ เมื่อ ๑๕-๑๖ ปีที่แล้วเจอภาพที่ท่านวาด ผม โอ้โฮ ไอ้หมอนี่มันวาดได้สวยถูกใจในแนวทางผมเลย มันต้องอย่างนี้แหละ
เพราะส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดที่วาดภาพในแนวพุทธศาสนาจะดูแข็งกระด้างและลงสีหนักจนมองดูแล้วรู้สึกอึดอัด

นี่แหละหมอนี่แหละที่ผมต้องการ สงสัยคงจะดังต่อไปในภายภาคหน้า ผมคิดในใจ...?

มันเป็นจริงไปแล้วแหละครับหลังจากนั้นปี สองปี ท่านดังระเบิดระเบ้อ ขึ้นทำเนียบศิลปินแนวหน้าของเมืองไทยไปแล้ว

วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๐ วัดท่านคนเป็นหมื่นครับทั้งคนไทยและคนต่างชาติ อลังการงานสร้าง สืบสานศิลปกรรมในแนวทางพุทธศาสนา ให้คนได้ทึ่งและอึ้งในศิลปะของท่าน
และพลอยโน้มน้าวคนให้ใฝ่ในธรรมได้อย่างแยบคายมาก

ผมและครอบครัวชมวัดและซื้อภาพวาด เสื้อ หนังสือ และของที่ระลึก ว่าจะกลับแล้ว
ดั๊นลืมของวางไว้ ที่นั่งพักข้างโบสถ์ รีบวิ่งไปดูอีกทีหายไปแล้ว...เลยทำใจ...
ส่วนเด็กๆปวดฉี่กัน เลยไปเข้าห้องน้ำทองคำของท่าน ระหว่างรอว่าจะเลยเข้าไปดูนิธิทัศน์ท่านข้างในต่อ
ถามพวกพนักงานที่ช่วยงานวัดอยู่ ว่า อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มาวัดหรือเปล่าครับวันนี้
เค้าบอกว่ามาครับ อาจจะอยู่แถวๆนี้เพราะอาจารย์แกปลอมตัวมาไม่อยากให้คนจำได้

จังหวะนั้นมีโฟนเอ้าท์ (ไม่ใช่โฟนอินนะครับ)ประกาศท่านผู้ใดลืมของไว้ข้างโบสถ์มารับของคืนได้ที่ประชาสัมพันธ์นะคะ
เอ๋...นั่นมันของผมหรือเปล่านะ ผมจึงเดินเข้าไปในประชาสัมพันธ์ ติดกับห้องน้ำทองคำนั่นแหละครับ
ปรากฎว่าเป็นของผมจริงๆครับ ดีใจมากครับนึกว่าจะต้องซื้อใหม่เสียแล้ว เลยขอบคุณกันเป็นการใหญ่
พอสมควรแล้วจึงออกจากห้องประชาสัมพันธ์ ระหว่างเปิดประตูออกมา สวนกับชายคนนึงแก่ๆใส่ชุดม้อฮ่อมเดินเข้าไปพอดี
ระหว่างรอเด็กๆฉี่ ก็ได้ฟังเสียงคนบรรยายรายละเอียดของวัด ว่าทำไมทางขึ้นโบสถ์ต้องผ่านขุมนรก มีเปรตมากมาย
บันไดมีกี่ขั้นหมายถึงอะไร ยอดฉัตรนั้นมีเก้าชั้นมีความหมายอย่างไร และอีก ฯ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบชวนน่าฟัง
ผมคิดว่าคนที่จะรู้เรื่องได้ดีขนาดนี้ สงสัยจะต้องเป็น อ.เฉลิมชัย เท่านั้นแหละ แต่คิดว่าเสียงอาจารย์น่าจะโผงผางกว่านี้
คิดอีกทีก็แล้วคนที่เข้าไปห้อง สวนกับเราเมื่อกี้นั่นน่าจะเป็น อ.เฉลิมชัย เป็นแน่แท้
เลยบอกลูกๆว่าอ.เฉลิมชัย อยู่ในห้องข้างใน คราวนี้เด็กๆลูกๆผมซึ่งเค้าวาดภาพและเล่นกีฬาได้เก่งอยู่แล้ว(อาจจะเก่งกว่าผมอีก)
เค้ารู้จักอ.เฉลิมชัย และชื่นชมอยู่แล้ว (หญิง ๑๐ ชาย ๖ ขวบ)เป็นลิงเลยครับ ปีนป่ายกระโดดกันอยู่ข้างๆห้องประชาสัมพันธ์เพื่อมองดูอาจารย์กัน
มองยากหน่อยครับเพราะเป็นกระจกสะท้อนแสงและอาจารย์ปลอมตัวเป็นคนจนแก่ๆ

 
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 965


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 12:37:18 AM »

ระหว่างที่อ.ท่านบรรยาย ไม่ทราบว่าจะจบเมื่อไหร่...?
ผมเข้าไปดู วีดีโอที่ท่านบรรยายข้างในก่อน เลยปล่อยให้เด็กๆเป็นลิงปีนป่ายต่อไป โดยให้คุณภรรยาช่วยดูแลไว้ให้

สักครู่ใหญ่ๆภรรยาผมโทรมาตามบอกว่าเข้ามาอยู่ในห้องประชาสัมพันธ์แล้วกับเด็กๆ
เป็นอาจารย์เฉลิมชัยจริงๆ บอกให้ผมรีบมา ผมจึงรีบไป อาจารย์เป็นคนเปิดประตูให้เข้าไปและล็อกประตูทันที
อ.บอกคนเยอะจะวุ่นวายไม่ได้ทำอะไร ต้องมานั่งแจกลายเซ็นต์ทั้งวัน ในห้องนั้นเลยมีครอบครัวผมกับอีก ๑ ครอบครัว
ครอบครัวนี้มีคุณพ่อและลูกชาย วัยรุ่นแล้ว เห็นเค้าชอบภาพวาด อ.และซื้อสมุดภาพเล่มละ ๒๐๐๐ กว่าบาท
ว่าจะให้อ.เซ็นต์ให้ลูกท่านจะไปเรียนต่ออังกฤษ อ.ก็เซ็นต์ให้ สำหรับผมก็บอก อ.ผมซื้อภาพ อ.มาไม่แพงมากหรอกครับเซ็นต์ให้ผมหน่อย
อ.ท่านก็เมตตาเซ็นต์ให้ ด้านล่างของภาพ พร้อมเขียนคำอวยพรให้ครอบครัวผมด้วย
ต่อมาภาพนี้ผมนำไปใส่กรอบไว้และนำไปติดไว้ในห้องเอนเตอร์เทรนของผม
หลังจากนั้นได้คุยกับท่านอาจารย์แบบตัวต่อตัวอีกซักประมาณ ๑๐-๑๕ นาที

เรื่องที่คุยกันก็สบายๆนะครับ ผมเล่าให้ฟังซักเล็กน้อยก็ได้ครับ...

ผมถามอ.ว่าภาพในผนังโบสถ์เมื่อไหร่จะเสร็จสมบูรณ์ครับและมีคนช่วยอ.วาดหรือวาดอยู่คนเดียวครับ

ท่านว่าวาดไปเรื่อยๆแต่มีศิษย์ช่วยไม่ต้องห่วง เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เรื่อยๆไม่รีบร้อนตามอารมณ์
(ผมนึกเอาว่าเมื่อผมเกษียณไม่มีอะไรทำผมจะมาขอเป็นศิษย์ช่วย อ.วาดต่อ)


ศิลปะ อ.แหวกแนวไม่เหมือนใครที่ผ่านๆมาในศิลปะในแนวศาสนา บางพวกก็ว่าท่านเวอร์แหวกแนวเกินเหตุ

ท่านบอกไม่สนหรอกที่เป็นเอกลักษณ์อย่างนี้จะทำให้เป็นศิลปกรรมประจำรัชกาลที่เก้า ใครไปเจอศิลปกรรมในแนวนี้ พระพุทธรูป,วัด,ลายไทยแบบใหม่ เค้าจะนึกถึง.. อ๋อ...สมัย ร.๙ นั่นเองแบบนี้

แล้ววัดเมื่อไหร่จะเสร็จสมบูรณ์ครับเห็นยังมีก่อสร้างต่อไปอีกหลายแห่งรอบๆนี้

ก็รุ่นเราคงไม่ได้เห็นหรอกนะท่านว่าและมองมาทางพวกเด็กๆ พวกนี้อาจทันดูแต่คงแก่มากแล้วนะถ้าถึงตอนนั้น
...อีก ๙๓ ปีหวังไว้คงเสร็จ....


ยังมีอีกหลายเรื่องครับ พอแค่นี้ก่อนดีกว่า

เอาพอมีเรื่องเล่าสู่กันฟังครับ...
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
17reviews
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 11:23:04 PM »

สวยมากๆ สวยแบบไม่น่าเชื่อว่าคนเราสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาได้
บันทึกการเข้า

AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 965


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 12:06:48 AM »

เมื่อกี้ ช่องไทยทีวี รายการ พื้นที่ชีวิต ได้ไปสัมภาษณ์ ท่านอาจารย์ เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์

ท่านเปิดตัวด้วยคำพูดว่า " ผมเป็นคนมีธรรม ที่ผมเป็นคนมีธรรมนี้ ผมสั่งสมมาแต่อดีต...อดีตชาติ ไม่ใช่มาปุบปับ มีมาได้เลย มันต้องสั่งสมมา"

แล้วท่านก็ว่าเรื่องธรรมให้ฟัง ว่าท่านเกี่ยวเนื่องกับธรรมและศาสนาอย่างไร จนมาเป็นท่านได้ถึงทุกวันนี้

แล้วก็เหน็บๆพวกๆที่ยังหลงไปกับกิเลส ชื่อเสียง เงิน ทอง และ หลงเมามัวอยู่กับวัตถุอยู่ตามสไตล์ท่าน

สุดท้ายแล้วท่านทิ้งท้ายไว้คือ ให้ใช้สติในการแก้ไขปัญหาทุกชนิด เพราะเมื่อมีสติแล้วก็จะมีปัญญา แต่อย่ามาบอกว่าคุณมีสติแล้ว

ของอย่างนี้ไม่ได้มีได้มาง่ายๆต้องฝึก ต้องมีสมาธิ ตั้งสั่งสมมา....หลายชาติ

แล้วท่านก็ปรารถนาจะไปอยู่ที่เป็นนิรันดร์ ตามญาติพี่น้องของท่านที่ไปก่อนแล้ว............
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3603


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 03:01:49 PM »

เมื่อกี้ ช่องไทยทีวี รายการ พื้นที่ชีวิต ได้ไปสัมภาษณ์ ท่านอาจารย์ เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์

ท่านเปิดตัวด้วยคำพูดว่า " ผมเป็นคนมีธรรม ที่ผมเป็นคนมีธรรมนี้ ผมสั่งสมมาแต่อดีต...อดีตชาติ ไม่ใช่มาปุบปับ มีมาได้เลย มันต้องสั่งสมมา"

แล้วท่านก็ว่าเรื่องธรรมให้ฟัง ว่าท่านเกี่ยวเนื่องกับธรรมและศาสนาอย่างไร จนมาเป็นท่านได้ถึงทุกวันนี้

แล้วก็เหน็บๆพวกๆที่ยังหลงไปกับกิเลส ชื่อเสียง เงิน ทอง และ หลงเมามัวอยู่กับวัตถุอยู่ตามสไตล์ท่าน

สุดท้ายแล้วท่านทิ้งท้ายไว้คือ ให้ใช้สติในการแก้ไขปัญหาทุกชนิด เพราะเมื่อมีสติแล้วก็จะมีปัญญา แต่อย่ามาบอกว่าคุณมีสติแล้ว

ของอย่างนี้ไม่ได้มีได้มาง่ายๆต้องฝึก ต้องมีสมาธิ ตั้งสั่งสมมา....หลายชาติ

แล้วท่านก็ปรารถนาจะไปอยู่ที่เป็นนิรันดร์ ตามญาติพี่น้องของท่านที่ไปก่อนแล้ว............

ผมได้มีโอกาสเจอกับท่านอาจารย์ เฉลิมชัย นะครับแต่ไม่ได้พูดคุยกัน

รู้สึกเหมือนท่าน เมตตากับชาวบ้านมากๆ สร้างงาน สร้างวัด ให้ผู้คนได้เข้ามาชม

ช่วยสืบพระพุทธศาสนาในฐานะ อุบาสก

น่านับถือยิ่ง ครับผม
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
ssss99
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 7


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 21, 2011, 09:21:50 AM »

สวยที่สุดเลยจ้า
บันทึกการเข้า
khonmanrak
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 21, 2011, 12:51:11 PM »

สวยงามมากๆ ครับ


 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า

ununlovejung0055
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 11:53:53 AM »

สวยมาก อยากไป
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
พิมพ์
กระโดดไป: