KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับรวมรูปภาพต่างๆเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา พาเที่ยววัด ใน Kammatan.com Galleryบทความดีๆ เกี่ยวกับธรรมะเมื่อฉันแก่ตัวลง (บทความดีๆที่อยากให้อ่าน) ถึงผู้มีพระคุณของเรา
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อฉันแก่ตัวลง (บทความดีๆที่อยากให้อ่าน) ถึงผู้มีพระคุณของเรา  (อ่าน 7963 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3602


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 21, 2009, 01:34:39 PM »

อยากจะมอบเรื่องนี้ ให้กับ..
ผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ชิด..ผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้าน

 

เป็นเรื่องเล่าของ..ลูกผู้ชายคนหนึ่ง
ที่ตระเวน ทั้งเรียน.. ทั้งทำงาน
ไปร้อยเอ็ด..เจ็ดย่านน้ำ
*
*

แม้ผมจะเติบกล้า..เก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ
ความรู้..เพิ่มมากขึ้น
โลกใบนี้..เริ่มเล็กลง
แต่พ่อแม่..ที่อยู่บ้านเดิม (ในเมืองจีน)
ก็เริ่มแก่ตัวลงด้วย

ผมทำงานอยู่ต่างประเทศ
ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่
ได้แต่ติดต่อกัน..ทางจดหมาย
โชคดี..ต่อมามีไอพีการ์ด .. เลยได้คุยสดกันบ้าง

ทุกครั้ง..แม่ก็จะคอยเตือน..ให้ระวังสุขภาพของตัวเอง
ตั้งใจทำงาน ..ไม่ต้องเป็นห่วงแม่
ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ
เพราะจะสิ้นเปลืองเงินทอง
ยิ่งพูด.. ก็ยิ่งซ้ำๆ ซากๆ
ผมรู้ดีว่า..แม่เริ่มคิดถึงผมมาก

 

จนกระทั่งปีนี้ ..แม่อายุ 75
ผมจึงตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่
โดยตั้งใจว่า..จะอยู่สัก 1 เดือน
จะไม่ทำอะไร..เป็นพิเศษ
แต่ขออยู่เป็นเพื่อนแม่..เพียงอย่างเดียว

พอบอกข่าวนี้..ให้แม่ทราบ
แม้จะมีเวลาอีกตั้ง 2 เดือนเศษ
แม่ก็เริ่มเตรียมตัว
ในการต้อนรับ..การกลับมาเยี่ยมบ้านของผม

 

แม่ดึงเอาสมุดบันทึก..มาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม
แม่เตรียมรายการอาหาร..ที่ผมชอบ
ดึงเอาผ้าห่ม..ที่ผมเคยชอบห่ม...มาปะชุนใหม่
สำหรับ..คนอายุ 75
เรื่องแบบนี้..ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

 

ตอนอยู่บนเครื่องบิน ..ตั้งใจไว้ว่า..
พอกลับถึงบ้าน ..จะขอกอดแม่..ให้ชื่นใจสักครั้ง
แต่พอมาเห็นแม่ ..แม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ผอมแห้ง.. หน้าตาเหี่ยวย่น
ช่างไม่เหมือน..แม่คนก่อนหน้านี้เลย

แม่ใช้เวลาทั้งชั่วโมง..เตรียมอาหารที่ผมเคยชอบ
โดยที่หารู้ไม่ว่า..
เดี๋ยวนี้..ผมไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นแล้ว
และเพราะแม่ตาไม่ค่อยดี ..รสชาติอาหารจึงแย่มากๆ
บางจาน ก็เค็มจัด..  บางจาน ก็จืดสนิท

ผ้าห่ม..ที่แม่อุตส่าห์เตรียมให้
ทั้งหนา..ทั้งหยาบ.. ไม่สบายกายเลย
แม่หารู้ไม่ว่า..
เดี๋ยวนี้..ผมนอนห้องแอร์..และใช้ผ้าห่มขนแกะแล้ว
แต่ผมก็ไม่บ่นอะไร
เพราะผมตั้งใจ..จะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่จริงๆ
*
*

2-3 วันแรก
แม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะ..จนไม่มีเวลาพักผ่อน
พอเริ่มได้พัก.. แม่ก็เริ่มพูดมาก
สอนโน่น.. สอนนี่.. พูดแต่ปรัชญาเก่าๆ
ซึ่งปรัชญาเหล่านั้น.. 10 กว่าปีก่อน ..ก็เคยพูดแล้ว
พอผมบอกให้ฟังว่า..
ปรัชญาเหล่านั้น..ไม่ทันสมัยแล้ว

แม่ก็เริ่มนิ่งเงียบ..และเศร้าซึม

เหตุการณ์..เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
ผมพบว่า..สุขภาพแม่แย่ลง ..โดยเฉพาะสายตา
อาหารบางจาน..มีแมลงวันด้วย
บางที..อาหารหกบนเตา.. แม่ก็เก็บใส่จานตามเดิม
ครั้นผมพยายามชวนแม่..ไปกินข้าวนอกบ้าน
แม่ก็บอกอาหารข้างนอก..ไม่สะอาด
ของแปลกปลอมเยอะ

 

เมื่อผมบอกแม่ว่า..
จะหาคนรับใช้..มาช่วยแม่สักคน
แม่ก็โวยวายว่า.. แม่เองยังสามารถทำงาน..เลี้ยงดูเด็กให้ผู้อื่นได้เลย
ผมเลยพูดไม่ออก

พอผมจะออกไปช้อปปิ้งกับเพื่อนๆ
แม่ก็จะตามไปด้วย
ทำเอาวันนั้นทั้งวัน.. พวกเราไม่ได้ไปช้อปปิ้งเลย
 

พอพวกเรา...เริ่มคุยกันในเรื่องทันสมัย
แม่ก็จะหาว่า..พวกเราเพี้ยน
ผมก็เริ่มบอกแม่..อย่างไม่ค่อยเกรงใจว่า..

 "แม่ นี่มันสมัยใหม่แล้ว.. แม่ต้องหัดมองโลกในแง่ใหม่ๆ บ้าง"

ช่วงครึ่งเดือนหลัง..ที่อยู่กับแม่
ผมเริ่มขัดแม่..มากขึ้นเรื่อยๆ
และรู้สึกรำคาญ..เพิ่มมากขึ้น
แต่เราไม่เคยทะเลาะกันนะ
พอผมขัดแม่ ..แม่ก็หยุดกึกลง
ไม่พูดไม่จา.. ในตามีแววเหม่อลอย
โลกซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ ..ชักหนักขึ้นเรื่อยๆ

 

ได้เวลาที่..ผมจะต้องเดินทางกลับ
แม่ดึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งออกมา
ในนั้น..เป็นข่าวหนังสือพิมพ์..ที่แม่ตัดเก็บไว้
ในช่วงที่..ผมไปอยู่เมืองนอก

แม่เริ่มสนใจข่าวต่างประเทศ ..เมื่อผมเดินทางไปนอก
ทุกครั้ง..ที่มีข่าวตึงเครียด..ในประเทศนั้นๆ
แม่จะตัดข่าวเก็บไว้
ตั้งใจจะมอบให้ผม..ตอนที่ผมกลับมา

แม่พูดอยู่เสมอว่า..
อยู่นอกบ้านนอกเมือง..ต้องระวังตัวให้มากๆ

ครั้งหนึ่ง..
มีเรื่องคนญี่ปุ่น..ต่อต้านและข่มเหงคนจีน
มีการปะทะกันด้วย
แม่เป็นห่วงมาก
ถามเพื่อนบ้านว่า..จะส่งข่าวไปเตือนผมที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร
ตอนนั้น..ผมสอนอยู่ที่ญี่ปุ่น

แม่ดึงเอาปึกกระดาษข่าวนั้นออกมา ..อย่างยากลำบาก
วางใส่ในมือผม..เหมือนของวิเศษชิ้นหนึ่ง
มันหนักมาก
ผมเริ่มรู้สึกลำบากใจ.. เพราะผมไม่อยากนำกลับไป
มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว
ผมรู้ว่า..แม่เก็บมันด้วยความยากลำบาก
แม่สายตาไม่ค่อยดี ..ต้องใช้แว่นขยาย
อ่านได้วันละ 2 หน้า ..ก็เก่งแล้ว
นี่ยังตัดเก็บได้ขนาดนี้

 

ทันใดนั้น ..
มีข่าวแผ่นหนึ่ง.. ปลิวหลุดลงมา
แม่รีบเอื้อมไปหยิบ
แต่แทนที่..แม่จะเก็บเข้ากองเดิม
แม่กลับพับเก็บไว้...ในกระเป๋าของตัวเอง
ผมรู้สึกเอะใจ.. เลยถามว่า..
"แม่ นั่นกระดาษอะไร ..ขอผมดูหน่อยนะ"
แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง.. จึงล้วงออกมาวางบนข่าวปึกนั้น
แล้วหุนหันเข้าครัว..ไปทำกับข้าวทันที

ผมหยิบแผ่นข่าวนั้น..ขึ้นมาดู
มันเป็นบทความบทหนึ่ง.. ชื่อว่า  "เมื่อฉันแก่ตัวลง"
ตัดจากหนังสือพิมพ์..เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2004
เป็นช่วงที่..ผมเริ่มเถียงกับแม่..ถี่มากขึ้นทุกที

บทความนั้น..
คัดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่งของเม็กซิโก.. ฉบับเดือนพฤศจิกายน
ผมอ่านบทความนั้น..รวดเดียวจบทันที

 

"เมื่อฉันแก่ตัวลง.. ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น
ขอโปรดเข้าใจฉัน
มีความอดทนต่อฉัน..เพิ่มขึ้นอีกสักนิด
ตอนฉันทำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง
ตอนฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า
ขอให้คิดถึง..ตอนแรกๆ
ที่ฉันใช้มือสอนเธอทำทุกอย่าง

 

ตอนฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆ ..ที่เธอรู้สึกเบื่อ
ขอให้อดทนสักนิด.. อย่าเพิ่งขัดฉัน
ตอนเธอยังเล็กๆ
ฉันยังเคยเล่านิทานซ้ำๆ ซากๆ ..จนเธอหลับเลย

 

ตอนฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้
อย่าตำหนิฉันเลยนะ
ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆ
ฉันต้องทั้งออด ทั้งปลอบ ..เพื่อให้เธอยอมอาบน้ำได้ไหม

 

ตอนฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆ.. อย่าหัวเราะเยาะฉัน
จำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม  "ทำไม ทำไม"
ทุกครั้งที่เธอถามได้ไหม

 

ตอนฉันเหนื่อยล้า.. จนเดินต่อไม่ไหว
ขอจงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอ.. ออกมาช่วยพยุงฉัน
เหมือนตอนที่ฉันพยุงเธอให้หัดเดิน.. ในตอนที่เธอยังเล็กๆ

 

หากฉันเผอิญลืมหัวข้อ..ที่กำลังสนทนากันอยู่
ให้เวลาฉันคิดสักนิด
ที่จริงสำหรับฉันแล้ว ..กำลังพูดเรื่องอะไร ..ไม่สำคัญหรอก
ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน.. ฉันก็พอใจแล้ว

 

ตอนเธอเห็นฉันแก่ตัวลง.. ไม่ต้องเสียใจ
ขอให้เข้าใจฉัน.. สนับสนุนฉัน
ให้เหมือนตอนที่..ฉันสนับสนุนเธอ
ตอนเธอเพิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ

 

ตอนนั้น ..ฉันนำพาเธอ..เข้าสู่เส้นทางชีวิต
ตอนนี้..ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉัน ..เดินไปให้สุดเส้นทาง
ให้ความรัก..และอดทนต่อฉัน
ฉันจะยิ้ม..ด้วยความขอบใจ
 ในรอยยิ้มของฉัน
มีแต่ความรัก..อันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉัน
ที่มีให้กับเธอ"

 

ผมอ่านบทความนั้น..รวดเดียวจบ
 เกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

 

ตอนนั้น ..แม่เดินออกมา
ผมแกล้งทำเป็น..ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนแรก..แม่คงอยากให้ผมได้อ่านบทความนี้
หลังจากผมกลับไปแล้ว
จึงคะยั้นคะยอ..ให้ผมนำข่าวปึกนั้นกลับไป

ตอนผมจัดกระเป๋าเดินทาง
ผมต้องสละ..ไม่เอาสูทกลับไป 1 ตัว
จึงยัดเก็บปึกข่าวเหล่านั้น..เข้าไปได้
รู้สึกแม่จะดีใจมาก
เหมือนกับว่า.. หนังสือพิมพ์เหล่านั้น
เป็นยันต์โชคลาภ ..สำหรับผม

และเหมือนกับว่า..
การที่ผมยอมรับ..หนังสือพิมพ์เหล่านั้น
ผมได้กลับมาเป็นเด็กดีของแม่..อีกครั้งหนึ่ง

แม่ตามมาส่งผม..จนถึงรถแท็กซี่เลยทีเดียว

 

หนังสือพิมพ์..ที่ผมนำกลับมาเหล่านั้น
ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไรเลย
แต่บทความ "เมื่อฉันแก่ตัวลง" บทนั้น
ผมได้ตัดเก็บไว้ในกรอบ
เอาไว้ข้างตัวผมตลอดไป
*
*


ตอนนี้.. ผมขออุทิศบทความนี้
ให้กับลูกพเนจรทั้งหลาย
ตอนปีใหม่.. โทรไปหาท่านบ้าง
บอกท่านว่า ..
คุณอยากกินอาหาร..ที่ท่านทำเสมอ



ขอบคุณ forward mail ดีๆจากน้องมุก น่ะครับ
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3602


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2009, 01:45:05 PM »

พ่อ กับ  แม่หรือผู้มีพระคุณของเรา พวกเราเกิดและเติบโตได้ ก็เพราะพวกท่านคอยเลี้ยง คอยสั่งสอนเรามาน่ะครับ

ถ้ามีโอกาสตอบแทนท่าน ไม่ว่าจะเล็กหรือน้อยหรือมากก็ตาม พยายามทำให้เต็มที่ และดีที่สุด กันน่ะครับ

เพราะเรานั้นไม่รู้ว่า วันใด ท่านหรือเรา จะสิ้นลมหายก่อนกัน ...

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 21, 2009, 01:54:48 PM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: