KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับความสำคัญของพระพุทธศาสนา และทุกอย่าง เกี่ยวกับ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าวันสำคัญต่างๆทางพระพุทธศาสนาวันสุดท้ายในประเพณีสารทเดือน ๑๐ สำคัญอย่างไร
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วันสุดท้ายในประเพณีสารทเดือน ๑๐ สำคัญอย่างไร  (อ่าน 3041 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3602


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2013, 05:53:31 PM »

วันนี้วันพระแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ เป็นวัน "ส่งเปรต" คือวันสุดท้ายในประเพณีสารทเดือน ๑๐ ที่เราจะทำบุญ “ปุพพเปตพลี” เป็นการทำบุญแล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ญาติบรรพบุรุษของเรา ผู้ล่วงลับวายชนม์แล้วตกระกำลำบากไปเสวยผลกรรมชั่ว ไปเป็น “เปรต” ในคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของไทยเรามาแต่โบราณ เมื่อถึงปลายเดือน ๑๐ คือตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ พวกเปรตซึ่งกำลังผอมโซหิวโหยมากดังคำพังเพยว่า "อดอยากเหมือนเปรตเดือนสิบ” พญายมจะปล่อยให้กลับมาพบญาติพี่น้องและลูกหลานของตนในเมืองมนุษย์ เพื่อมาขอเสื้อผ้าอาหาร ขอส่วนบุญกุศลต่างๆ ที่ญาติจะอุทิศทำบุญให้ และจะต้องรีบกลับไปเมืองนรกเมื่อถึงวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ดังนั้นถ้าลูกหลานไม่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ปู่ย่าตายายก็จะอดอยากหิวโหยอัตคัดขัดสนสิ่งของเครื่องใช้ ได้รับความทุกข์ยาก และก่นด่าสาปแช่งลูกหลานที่ไม่รู้จักกตัญญูรู้คุณของบรรพบุรุษ ให้ได้รับความเดือดร้อนชีวิตไม่เจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย ดังนั้นในอดีตลูกหลานจึงต้องยึดมั่นถือเป็นภาระหน้าที่สำคัญยิ่ง เป็นกิจกรรมที่คนไทยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในการทำบุญอุทิศส่วนกุศลมากน้อยจะขาดเสียมิได้ การทำปุพพเปตพลี ย่อมบำรุงความรัก ความนับถือ ในบรรพบุรุษของตน ให้เจริญกุศล ส่วนกตัญญูกตเวทิตาเป็นทางมาแห่งความรุ่งเรืองแห่งสกุลวงศ์ พระศาสดาจึงได้ทรงอนุมัติ ด้วยประการฉะนี้

ทางภาคใต้วันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ชาวพื้นเมืองเรียก "วันฉลองหมรับ” หรือเป็น "วันสารท” อันเป็นวันสุดท้ายของการทำบุญครบสมบูรณ์ตามประเพณี วันนี้จึงมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ และทำพิธีบังสุกุลกระดูกเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษญาติมิตรผู้ล่วงลับไปถือเป็นวันสุดท้ายของงานบุญใหญ่ และถือเป็น "วันส่งเปรต” อีกด้วย คือ ใครมีอาหารมีสิ่งใดที่จะทำบุญก็มาทำให้หมดในวันนี้จึงถือเป็นสำคัญอีกวันหนึ่งเป็นการส่งบรรพบุรุษและญาติพี่น้องให้กลับไปเมืองนรก ที่ต้องกลับลงนรก คือเพราะเศษกรรมนั้น ยังไม่หมดสิ้น ยังต้องได้รับผลกรรมสืบไปอยู่ จึงจะเปลี่ยนภพภูมิลงได้ ในสมัยพุทธกาล ญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ต้องทนทุกขเวทนาไปเป็นเปรต แล้วรอส่วนบุญกุศลอยู่นานถึง ๔ พุทธันดร เพราะเนื่องจากพระเจ้าพิมพิสาร ไปเสวยบุญเกิดเป็นเทวดาอยู่นาน เมื่อลงมาเกิดเป็นกษัตริย์ในกรุงราชคฤห์สมัยสมเด็จพระศรีศากยมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้มาประสบกับญาติของตนในอดีตชาติอันหาเงื่อนต้นไม่พบ หากไม่ได้มาพบพระศาสดาเรานี้ เพื่อที่จะได้รับส่วนกุศลจากพระเจ้าพิมพิสาร เปรตผู้เป็นญาติทั้งหลายจึงแสดงเสียงเสียงโอดครวญน่าสะพรึงกลัวก่อกวนพระเจ้าพิมพิสารอยู่ ครั้นเมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้รับทราบความเป็นมาเป็นไปของเปรตญาติแล้วจึงทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แล้ว เปรตเหล่านั้นจึงได้รับผลบุญเปลี่ยนอัตภาพจากเปรตไปเป็นเทวดา นี้เป็นการแสดงให้ทราบถึงว่า สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมจริงๆ กรรมย่อมจำแนกสัตว์ ให้ดี ชั่ว เลว หยาบ ทำดีย่อมได้รับผลดี ทำชั่วย่อมได้รับผลชั่ว ไม่มีใคร ผู้ใดหนีพ้นจากบ่วงกรรมไปได้เลย พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่ากรรมชั่ว อย่าทำเสียเลยดีกว่า เพราะกรรมชั่วเมื่อตามมาให้ผลแล้ว ผลกรรมนั้นย่อมเผ็ดแสบเร่าร้อนเสียยิ่งนัก"

การอุทิศส่วนกุศลในพระพุทธศาสนา ไม่ต้องใช้นํ้าการที่พระเจ้าพิมพิสาร เป็นองค์แรกที่อุทิศส่วนกุศลโดยใช้นํ้า ก็เพราะท่านเพิ่งพบพระพุทธเจ้า เนื่องจากศาสนาพราหมณ์เขาถือว่า ถ้าจะให้อะไรกับใคร ต้องให้คนนั้นแบมือแล้วเอานํ้าราดลงไป ท่านยังชินอยู่กับประเพณีของพราหมณ์ แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ห้าม เพราะเห็นว่าใจท่านตั้งตรงเวลาอุทิศส่วนกุศล

คำอธิษฐานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข
อิทัง เม คะรุปัชฌายาจะริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คะรุปัชฌายาจะริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข



ขอบพระคุณข้อมูลจาก : FB ท่องถิ่นธรรม พระกรรมฐาน

บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: