KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับรวมรูปภาพต่างๆเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา พาเที่ยววัด ใน Kammatan.com Galleryบทความดีๆ เกี่ยวกับธรรมะธรรมะเกี่ยวกับความรัก สุขในรัก โดยพระอาจารย์มาลา สติสัมปันโน
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะเกี่ยวกับความรัก สุขในรัก โดยพระอาจารย์มาลา สติสัมปันโน  (อ่าน 10511 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3602


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 10, 2012, 05:17:33 PM »

เรื่อง : พันธวิศย์ เทพจันทร์

หลังจากมติชนออนไลน์เคยนำเสนอบทสัมภาษณ์เชิงบรรยายธรรมเนื่องในวันแห่งความรักของพระมิตซูโอะ คเวสโก พระภิกษุชาวญี่ปุ่น เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม วัดกลางป่าใช้สำหรับปฎิบัติธรรมใน   ฟังธรรมก่อนวันวาเลนไทน์กับ “พระมิตซูโอะ” : วันแห่งความรัก(ต้อง)มีพื้นที่สำหรับคนโสดรักสันโดษ!!!   ไปแล้ว


และเนื่องใน "วันมาฆาบูชา" จึงขอหยิบนำเอาธรรมมะ จาก พระอาจารย์มาลา สติสัมปันโน พระนักบรรยายธรรมชื่อดัง  ผู้โดดเด่นเด่นด้วยภาษาราบเรียบ สำนวน  "วัยรุ่นเข้าใจง่ายผู้ใหญ่เข้าใจดี"  จากวัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม จ. เชียงใหม่  ที่ท่านได้สอนวิธีหา "คู่แท้"  ของชีวิต  สำหรับคนที่รอคอยใครสักคนมายาวนานทั้งชีวิต   พร้อมกับไขคำตอบว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “พร้อมที่จะมีแฟนแล้ว”

ถ้าอย่างนั้น   มาร่วมหาคำตอบกับสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" และทำอย่างไร ให้ เป็น  "สุขในรัก"  กับพระอาจารย์มาลา กันดีกว่า...

- ธรรมชาติของความรักในทางพระพุทธศาสนาเป็นอย่างไร

พระอาจารย์มาลา : ใจของคนเรานั้นมีเกิดแล้วดับ มีความเกิดชอบ เกิดไม่ชอบ เกิดมีใจแล้วอีกหน่อยเราก็จะเห็นความดับของการมีใจให้ใครสักคนไปเอง การเข้าถึงนิพพานคือความรักที่แท้จริงตามหลักศาสนาพุทธ ไม่ต้องไปขอหรือพึ่งพาความรักจากสิ่งอื่น ต้องหาความสุขโดยไม่พึ่งพิงคนอื่นให้ได้ ลดการนำจิตใจไปผูกไว้กับคนอื่น ตั้งมาตรฐานว่าเราจะหาความสุขที่แท้จริง แต่มนุษย์ปุถุชนชอบแสวงหาความสุขจากความทุกข์ เอารูป รส กลิ่น เสียงมายึดถือว่าเป็นความสุข แต่เป็นความสุขที่ต้องมาพร้อมกับความทุกข์ แต่เมื่อใดก็ตามถ้าตั้งมั่นที่จะไม่แสวงหาความสุขจากรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสแล้ว เราก็จะรู้ว่าความสุขอยู่ที่ใจ อยู่ที่การคิดมองโลกในแง่ดี

 

-  รู้ได้อย่างไรว่า เราพร้อมที่จะมีคู่รักแล้ว พร้อมที่จะคบกับแฟนโดยที่ปราศจากความทุกข์ ?



พระอาจารย์มาลา : ถ้าเราเรียนรู้ข้อเสียของตัวเองได้เรามีความรักได้ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้พยายามสังเกตข้อเสียของคนรักเราเยอะ ๆ ถ้าเรารับข้อเสียของเขาได้หมดแสดงว่า เราสามารถคบคน ๆ นี้ได้ แต่ถ้าเรารับข้อเสียของคน ๆ นั้นไม่ได้แม้แต่ข้อเดียวแล้วไปมองแต่ข้อดีเพื่อกลบข้อเสียนั้นอย่าทำเด็ดขาด พระอาจารย์หลายท่านบอกกันมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ให้มีความอดทนต่ำตอนที่คบกันเป็นแฟนแต่ให้มีความอดทนสูงใช้ขันติตอนที่แต่งงานกันแล้วเท่านั้น ตอนคบกันเป็นแฟนไม่ต้องไปทนข้อเสียของกันและกัน ถ้าตอนนี้เราคบกันเพราะความอดทน ๆ บอกกับตัวเองแบบนี้เรื่อย ๆ ตอนเราแต่งงานมันจะยิ่งกว่าอดทน ๆ เสียอีก ต่อไปนี้ อดทนต่ำไว้ก่อนตอนเป็นแฟน แล้วค่อยไปอดทนสูงตอนแต่งงานกัน

 

-วัยรุ่นส่วนใหญ่ยกปัญหาความรักเป็นที่สุด  จึงเกิดวาทกรรมที่ใดมีรักที่นั้นมีทุกข์  แล้วทำอย่างไรให้อยู่กับคู่รักของอย่างมีความสุข



พระอาจารย์มาลา :  คนเข้าใจผิดว่า ความรักคือสิ่งที่เราต้องการจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา และมองความรักว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่และเป็นสิ่งที่ขาดหาย ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่าบนโลกใบนี้มีแต่คนที่ขาดหรือโหยหาความรักทั้งนั้น คู่รักแต่ละคู่ที่คบกันได้นั้นเพราะแต่ละคนสามารถทดแทนส่วนที่ขาดหาย ทดแทนกันได้พอดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ความต้องการความรัก ความอบอุ่นจากคนรักของเรามันจะไม่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราคือ เราจะต้องทำความรักของเราให้สมบูรณ์ขึ้นมาก่อนด้วยตัวเอง พึ่งพาตัวเองได้ก่อน ถ้าเราอาศัยคนอื่นเหมือนอาศัยเครื่องช่วยอ๊อกซิเจนหายใจถึงจะมีชีวิตอยู่ได้ เราก็ต้องอาศัยเครื่องช่วยอ๊อกซิเจนตลอดเวลา


เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ให้เราย้อนมาดูก่อนว่าจะหาความสุขโดยการไม่พึ่งคนอื่นได้อย่างไรบ้าง หาความสุขจากที่เรามีอยู่ ณ ขณะนี้ก่อน สร้างความรักจากจุดนี้ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเต็มร้อย เรานั่งอยู่ก็มีความรักได้โดยที่ไม่ต้องไปหาจากคนอื่น ไม่จำเป็นต้องหาจากการมีแฟน อย่าตีค่าความรักว่า คือตัวบุคคล การมีแฟนทำให้มีความสุขซึ่งเป็นภาวะที่เรารู้สึกสบาย ไม่อยากละจากภาวะนี้ไป แต่ทุกครั้งที่เรามีความรักกับคนอื่นเราจะรู้สึกบีบคั้น แน่น  อึดอัด นั่นก็เพราะเราโกหกตัวเองว่าการที่เราได้ความรักจากคนอื่นนั้นจะทำให้เรามีความสุขแต่แท้จริงเราก็มีความทุกข์มาด้วยตลอดเวลา


ความรักที่สวยงามคือรักที่หมดลงก่อนที่รักจะจบลง  ไม่ได้หมายความว่าเราบอกเลิกทั้ง ๆ  ที่ยังรักกันอยู่นะ แต่หมายถึงเราปล่อยมือที่จับเขาเอาไว้ เราวางใจกับความรักที่มีต่อเขาได้ก่อน ไม่เอาตัวเองไปผูกมัดหรือฉุดรั้งเขาไว้ให้รักเราเพียงคนเดียว เหมือนกับเราเป็นมือซ้ายเขาเป็นมือขวา เราจับมือกันด้วยน้ำหนักที่พอดีจึงรู้สึกสบายเมื่อได้จับมือกัน เพียงแต่ถ้าวันใดเราต้องการจากเขามากขึ้น อยากให้เขาเปลี่ยนแปลงตามแบบสิ่งที่เราเป็นมากขึ้น เราก็จะบีบมือเขาหนักขึ้นแน่นขึ้น เราทั้งคู่ก็จะรู้สึกเจ็บ แล้วจะทำอย่างไรดี ต่อไปนี้คนมีความรักก็ต้องจับมือแล้วก็ปล่อยบ้าง หรือถ้าให้ดีคือปล่อยมือก่อนที่จะเลิกกันสิ ไม่ต้องหวังอะไรจากเขา ไม่ต้องให้เขาเปลี่ยนแปลง เท่านี้ความสัมพันธ์ของคู่รักก็จะยืนยาว ไม่มีทุกข์เพราะเราไม่คาดหวัง ไม่บีบคั้นกันจนมากเกินไป


แฟนก็เหมือนพัดลม ถ้าเราให้มันแช่อยู่ที่เราตลอดเวลาเราก็หนาว แต่ถ้าให้มันหมุนหันไปทางอื่นอย่างเดียวเราก็ร้อน สุดท้ายเราก็ต้องให้มันส่ายไปตลอดเวลา พัดเราบ้างพัดไปทางอื่นบ้าง หรือทางที่ดีคือเราต้องอยู่โดยไม่มีพัดลมให้ได้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีพัดลมเราก็ต้องไม่รู้สึกหนาวร้อนกับสภาวะที่เป็นอยู่ ต้องเจอความรักจากตัวเองก่อน เมื่อเจอความรักที่เบิกบานในใจของตัวเองแล้ว ทำตัวให้มีศีลธรรม ประพฤติชอบ ไม่เบียดเบียนใคร เราก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวสวยหล่อเป็นจุดเด่นให้คนสนใจเลย เพราะหลาย ๆ คนก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นแต่งตัวสวยหล่อเพียงเปลือกนอก คน ๆ หนึ่งที่เขาอยากมีความรักเขาก็จะหาคนที่มีตัวเลือกน้อยลงและแปลกกว่าใคร นั่นก็คือเรา คนที่ไม่ได้แต่งตัวให้ดูเด่น สวยหล่อเหมือนคนทั่ว ๆ ไป

 

-  มีความสุขด้วยตัวเองได้อย่างไร ?



พระอาจารย์มาลา :  เราต้องมี 4 P  1.ต้องมี Product คือผลิตภัณฑ์ เราต้องดูกาย วาจา ใจของเราอยู่เสมอ สำรวมกายวาจาใจ 2.ต้องมี Price ต้องให้ค่ากับตัวเองด้วย เวลาเรารักใครชอบลดค่าของตัวเองเพื่อคนอื่นซึ่งไม่ถูกต้องเลย เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่า ให้ดูสูง เป็นที่หมายปอง ไม่ใช่ไปคอยตามตื้อเขา โทรตามเขา ค่าของเราก็หมดลง ความรักมันไม่ใช่การแชร์กันแบบ 50/50 แต่มันอาจจะเป็น เมื่อเราต้องการเขา 70 ตัวเขาเองก็จะเหลือ 30 เมื่อเราต้องการจากเขา 100 เขาก็จะตกขอบแล้วเลิกกับเรา แต่ถ้าเราถอยบ้างต้องการจากเขาสัก 40 เหลือให้เขา 60 ตัวตนเขาก็จะยังอยู่ หรือตัวตนของเราเหลือ 30 ของเขาเหลือ 70 บ้าง สลับกันไปให้เกิดความยืดหยุ่นในความสัมพันธ์ ถ้าเราเดินบ้างถอยบ้างเขาจะเดินเข้าหา พยายามอย่าไปเดินรุก ๆ  อย่าให้เขาต้องเป็นแบบนี้ ต้องเป็นแบบนั้น เราต้องให้ค่าตัวเองก่อนว่า จิตใจของเรานั้นดีหรือยัง

3.Place เราต้องพาตัวเองไปในที่ ๆ ควรไป ไม่ไปในที่อโคจร เพราะไม่อย่างนั้นคนที่จะรักเราก็จะเห็นว่าเราไม่ดีจริงในเรื่องของกายวาจาใจ ขาดความสำรวม ใครจะอยากมีคนรักเป็นผีพนันหรือนักเลงเต้นรำตามผับหรือร้านเหล้า 4.คือต้องมี Promotion แต่เป็นความหมายที่วัยรุ่นอาจจะไม่เคยได้ยิน นั่นคือ เราต้องมีเวลาในการแสดงความเป็นตัวตนของเราด้วย ปกติเวลาเราจีบใครเราจะมีตัวตนของเราจริง ๆ กับตัวเสแสร้งหรือภาพในอุดมคติ โดยทั่วไปเราจะเอาภาพเสแสร้งหรือภาพในอุดมคติของแต่ละฝ่ายไปโชว์กันตลอดเวลาในช่วงจีบกัน แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เราต้องแสดงตัวตนออกมาทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ถ้าเขารับเราตรงจุดนี้ได้เขาก็จะรับเราได้ตั้งแต่วันแรก ถ้าเขาพอใจในตัวตนของเรา เขาก็จะยิ้มแบบนั้นตลอดไปในเวลาที่คบกัน


 เพราะฉะนั้นเราจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงกันและกันเลยหากเราเอาตัวตนจริง ๆ มาแสดงออกซึ่งกันและกัน ยอมรับข้อเสียของแต่ละคนได้ ความสัมพันธ์ก็จะยืนยาว แต่ที่ไม่ยืนยาวส่วนใหญ่เพราะเราไปหลงในภาพอุดมคติที่เราสร้างขึ้นเรานึกเอาว่าคนที่เราคบอยู่จะเหมือนกับภาพในอุดมคติของเรา พอเขาไม่เป็นดั่งภาพที่เราวาดไว้เราก็จะขอให้เขาเปลี่ยนไปตามภาพที่เป็นของเรา ท้ายที่สุดต้องมีสักคนที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนที่แท้จริงได้อีกต่อไป

 

สุดท้ายแถมให้ People  เวลามีใครมาเตือนเรา เราต้องเลิกคิดว่าคนที่เตือนเราเป็นใคร แต่ต้องดูว่าเขาเตือนเราเรื่องอะไร เพื่อที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้มากขึ้น ต้องยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น สุดท้ายเราก็จะเกิดความรักในตัวเองขึ้นมาเพียงแต่เราจะรักษาไว้หรือฝากให้คนอื่นดูแล

 

- เราเผชิญกับรักที่มีแต่ความทุกข์เพราะอะไร ?



พระอาจารย์มาลา :  เพราะเรามีแต่ความรักที่ไม่ยืดหยุ่น ไม่ประนีประนอม มีแต่ความรักที่อยากจะเอาแต่ชนะใจกัน ที่คนเขาบอกกันว่า รักแท้ ๆ นั้นไม่จริง มันไม่จริงเพราะเราให้ของที่เรารักแต่เขาไม่ให้เราตอบ เราก็ทุกข์ เวลาเราให้ของเขาแล้วเขาไม่ชอบของที่เราให้ เราก็ทุกข์ เวลาเราพูดดีกับเขาแล้วเขาไม่พูดดีกับเรา เราก็ทุกข์ เพราะจริง ๆ เราไม่ได้รักเขาแต่เรารักตัวเอง เราอยากทำดีกับคนที่เรารักเพื่อให้เขารักเรา เพราะฉะนั้นเราจะได้เข้าใจว่า ความรักจริง ๆ มันเป็นเรื่องของตัวเองล้วน ๆ ความรักไม่ใช่เรื่องสงครามการเอาชนะ  ความรักไม่มีจุดหมายมีแต่ปัจจุบัน มีแต่รัก รัก แล้วก็รัก แล้วความรักก็เริ่มจากตัวเราก่อนด้วย สร้างความรักด้วยตัวเอง เหมือนกับเราเป็นต้นไม้ที่มีความรักเป็นยอดไม้สูงคอยปกคลุมให้ร่มเงา ใคร ๆ ก็อยากมาอยู่ใต้ต้นไม้เรา เวลาฝนตกเราก็ไม่ต้องไปเรียกใครมาหลบฝน เดี๋ยวเขาก็เดินเข้ามาอยู่ใต้ร่มเงาของเราเอง


-  รักตัวเองให้เป็นอย่างไร ?


พระอาจารย์มาลา : ปกติเราไม่เคยมองสิ่งที่เรามีอยู่จริง  เราอยากได้ความสุขจากภายนอกก่อน เราอยากได้เพราะว่ามันจะให้ความสุขกับเรา จริง ๆ ความสุขหรือความรักจากตัวเราเองมีอยู่ แต่เราต้องฝึกสังเกตจากสิ่งเล็ก ๆ ก่อน ต้องมองที่ตัวเองว่า เรากินได้  เรากินอิ่ม เรานอนอุ่น แบบนี้เราเคยสังเกตตัวเองไหม แต่เราไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้สึกของการมีอยู่ของเรา เมื่อเราไม่มีความสุขตรงจุดนี้เราก็มักแสวงหาความสุขจากภายนอกคือ กิ่น รูป รส เสียง สัมผัสเป็นสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะดีกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไรเราก็จะกลับมาอยู่กับตัวเองไม่วันใดก็วันหนึ่ง ใครจะอยู่กับเราตลอด ใครจะมารักเราได้ตลอดไป เพราะฉะนั้นขนาดเรายังปล่อยปะละเลยใจตัวเองเลย แล้วใครที่ไหนจะมาดูแลใจของคนที่เจ้าของเองก็ยังไม่อยากดูแล เมื่อเราดูแลใจตัวเองให้มันสมบูรณ์ ให้มันเต็ม เราก็ไม่ต้องประกาศหาใครเพราะถ้าใจเราสมบูรณ์ ใคร ๆ ก็อยากจะได้หัวใจเต็ม ๆ ดวงนี้


ถ้าเราสังเกตชีวิตของเรา ณ ปัจจุบัน ทีละเล็กทีละน้อยเราก็จะรู้สึกว่า ที่เรามีตัวตนดำรงอยู่มันก็โชคดีแค่ไหนแล้ว มีชีวิตที่ครบอวัยวะ 32 มีครอบครัวที่สมบูรณ์ ยังมีลมหายใจ แต่เรามองข้ามความสุขจากสิ่งเหล่านี้ไปก็เพราะเราคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือขนตา เราจึงมองออกไปแต่ข้างนอกอย่างเดียว ทอดสายตาออกไปไกลจนลืมสิ่งที่คอยปกป้องดวงตาของเรา เรามองข้ามหมดเลย แล้วพอวันหนึ่งขนตาหายเราก็ฟูมฟายว่า ฝุ่นเข้าตา

 

คนที่จะมีความรักนั้นต้องรู้จักความรักก่อนว่า ความรักที่ได้จากคนอื่นเป็นสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้าเราตอบตัวเองได้ก่อนเราจะชั่งใจได้ว่า ถ้าเราไปแสวงหาความรักจากภายนอกเราจะไม่เสียใจเพราะเรารู้จักความรักแล้ว แต่หลายคนชอบบอกตัวเองว่า ผมรู้จักความรักแล้ว ดิฉันเข้าใจมันดีพอ เอาเข้าจริงเราทั้งหลายยังไม่มีใครรู้จักความรักได้ดีพอเลย พ่อรักเรา แม่รักเรา เราก็ไม่รู้จัก มองเป็นเรื่องรำคาญ หงุดหงิดเวลาโดนบ่น  เราชอบคิดว่าความรักคือการได้มาแล้วค่อยมีความรัก

 

-หลายคนคิดว่า ความรักในแง่ของความสัมพันธ์ต้องได้มาจึงจะให้ไปก่อน


พระอาจารย์มาลา : ถ้าใช้หลักศาสนาเราต้องเข้าใจก่อนว่า เราจะต้องไม่เห็นแก่ตัวก่อน ถ้าการกระทำของใครทำให้เราเกิดรู้สึกไม่พอใจ อย่าให้ความรู้สึกนั้นมาสัมผัสใจเรา เมื่อเราพร้อมรักษาใจตัวเองได้แบบนี้ เราจะมีความรักได้ที่สมบูรณ์แบบแน่นอน

 

-  ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่า   พร้อมมีความรักแล้ว


พระอาจารย์มาลา : ถ้าเรารับข้อเสีย หรือการกระทำของคนที่บ้านหรือครอบครัวเราที่ทำให้เราไม่พึงใจ ถ้าสามารถรับจุดต่าง ๆ เหล่านี้ได้หมดนั่นแหละถึงพร้อมที่จะมีแฟนได้ เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่า ทั้งหมดนั้นอาจะเป็นข้อเสียของแฟนเราเพียงคนเดียว ถ้ารับข้อเสียของพ่อ แม่ น้อง เพื่อน นิสัยแฟนเก่าได้ เข้าใจได้ว่าการกระทำของแต่ละคนนั้นมีเหตุผลอะไร วางใจได้ ปล่อยวางเพิกเฉยได้เมื่อไรก็ค่อยมีแฟนหรือมีคู่รักอีกครั้ง เมื่อมีแฟนเราจะเข้าใจการกระทำของเขา เข้าใจธรรมชาติของเขาหมดเลยว่าทำไมเขาถึงปฎิบัติกับเราแบบนี้ เห็นความเป็นธรรมดาในตัวตนของมนุษย์ โอเคเราอาจจะรู้สึกหงุดหงิด เบื่อในการกระทำของเขา แต่ถ้าเราเริ่มเข้าใจจากภายนอกก่อนว่า อ้อ เขาเป็นแบบนี้แหละ  เวลาเขาโมโหพูดครั้งเดียวแรงหน่อยเดี๋ยวก็จบ โมโหแล้วพูดเลย ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของเขา เราก็จะรับความเป็นธรรมดาของเขาได้ แล้วเราก็จะอุทานว่า  อ้อดูสิ นิสัยเขาก็เหมือนนิสัยเราเลย

 

อีกอย่างก็คือ เราต้องพร้อมที่จะเสียใจ พร้อมที่จะพลัดพราก ลาจากกันเพราะไม่มีความรักแบบความสัมพันธ์กับคนอื่นหรอกที่จะอยู่นานเท่ากับความรักที่มีต่อตัวเอง ถ้าพร้อมที่จะพลัดพราก พร้อมที่จะเสียใจ เราก็พร้อมที่จะมีคู่รัก ถ้าคิดจะรักต้องลืมคำว่าเสียใจ

 

-  แสดงว่า เรามักมองความรักเป็นสิ่งพิเศษจนลืมดูธรรมชาติและความธรรมดาของมัน

พระอาจารย์มาลา : ปกติเราชอบปรับเปลี่ยนข้างนอกให้ดูพิเศษเพราะมองว่าความ รักเป็นสิ่งพิเศษแต่เราวิ่งปรับเปลี่ยนตลอดชีวิตไม่ได้เพราะความพิเศษมัน ต้องทำตลอดเวลา แต่ถ้าเราเข้าใจสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว เข้าใจธรรมชาติของมันเราก็จะไม่ต้องปรับเปลี่ยนความพิเศษ เราก็จะดำรงอยู่ด้วยตัวตนที่แท้จริงธรรมดา ไม่ต้องบีบคั้นความรู้สึกของเราเอง แต่มนุษย์ไม่เข้าใจตรงจุดนี้ พยายามปรับเปลี่ยนแฟนเราให้ตรงกับอุดมคติที่เราต้องการ ซึ่งมันมีแต่โลกอุดมคติเท่านั้นที่จะมีคนแบบนี้อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดจะปรับเปลี่ยนใครสักคนเราก็จะปรับเปลี่ยนเขาไปตลอด ชีวิต ลองหยุดแล้วมองเขา มองธรรมชาติแล้วปรับตัวเองให้เข้ากับคน ยอมรับความจริง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นจากแฟนของเรา แต่เราจะต้องมีวิธีคิดว่าทำอย่างไรที่เราจะอยู่กับเขาให้มีความสุข อย่าเอาเขาเป็นจุดตั้งของความสุขแต่เอาตัวเองเป็นจุดตั้ง อย่าหาความสุขจากใครเพราะมันจะไม่มีวันได้มามากพอจนเราพอใจ ลองหาความสุขจากตัวเองให้เต็มแล้วก็แบ่งปันคนอื่น นี้สิรักที่แท้จริงแล้วชีวิตนี้เราจะไม่มีวันเลิกกับใครได้เลย ไม่มีวันทุกข์และเสียใจเพราะความรัก


-  คนที่เราคบอยู่นั้น คือ คนที่ใช่รึเปล่า ?

พระอาจารย์มาลา : ไม่ยาก ให้ดู 4 อย่าง คือ 1.ความเชื่อ ทั้งคู่เชื่อเรื่องความรักเหมือนกันหรือไม่  ถ้าเราเชื่อว่ารักคือการครอบครอง คือการเป็นเจ้าของ แต่คู่ของเราเชื่อว่ารักคือการให้และเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ผูกมัด อันนี้ต้องเลิกเลย ไปด้วยกันไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าทั้งคู่เชื่อเรื่องความรัก เข้าใจตรงกันก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ในระดับแรก 2.คือการรักษาศีลถ้าเราเป็นคนรักษาศีลเคร่งครัด ประพฤติชอบตามศีลธรรม แต่คู่รักเราชอบไปเที่ยบผับบาร์ เป็นนักเลงสุรา แบบนี้ก็อยู่ด้วยกันได้ไม่นาน แต่ถ้าชอบรักษาศีล 5 ด้วยกันทั้งคู่เป็นนิจ ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์มากขึ้น 3.ให้ดูเรื่อง จาคะ คือการให้ทาน ถ้าเราเป็นคนไม่ชอบให้ทานเลย ไม่ชอบการตักบาตร แต่แฟนเราชอบให้เงินคนขอทาน ชอบตักบาตร แบบนี้ต้องดูว่าเรารับแฟนเราที่ชอบให้ทานคนจนได้ไหม ถ้าไม่ได้แต่ไม่ถึงกับขัดขืนหรือไปโต้แย้งก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ถ้าเราบอกเขาว่า อย่าให้ทานเลยเสียดายเงิน เสียดายของ อันนี้ก็ยากที่จะผูกความสัมพันธ์กันต่อ

 สุดท้ายดูที่ปัญญา ไม่ได้หมายถึงระดับการศึกษา แต่ให้ดูว่าเวลาคุยกันใช้เหตุผลคุยกันมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้สำคัญต่อการที่ความสัมพันธ์จะยืนยาวหรือไม่ ถ้ามีระดับปัญญาต่างกันก็ยากที่จะอยู่ด้วยกันนาน ฝ่ายหนึ่งชอบใช้อารมณ์ ทำร้ายร่างกาย อีกฝ่ายชอบทะเลาะอย่างเป็นอารยะแบบนี้ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่ถ้าคู่ไหนทะเลาะกันด้วยปัญญา ควบคุมอารมณ์ได้ดีก็จะรักกันยืนนาน เพราะเข้าใจเวลาทะเลาะกัน ใช้ปัญญาควบคุมอารมณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรงจากความขัดแย้ง เช่น อีกฝ่ายยอมถอยก่อน ไม่มองเป็นเรื่องแพ้ชนะ

คู่ไหนมีครบทั้งหมด แต่งงานครองรักกันได้ยืนนาน...



ขอบพระคุณข้อมูลจาก : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1331091270&grpid=01&catid=02

และขอบพระคุณธรรมะดีๆ จากหลวงพี่มาลา ด้วยนะครับผม
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
magicmo
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
***

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 1
กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 17, 2012, 02:26:35 PM »

ขอบคุณกับบทความดีๆนะคับ
บันทึกการเข้า

เครื่องกรองน้ำชั้นเยี่ยม crane สะอาด ปลอดภัย เหล็กปลอกราคาถูกลวดผูกเหล็ก คุณภาพดี cctv
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: