KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับกระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
 91 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2016, 09:33:28 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ธรรมะที่ถ่ายทอดโดย พ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป วัดโพธิสมภรณ์






 92 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2016, 09:20:04 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze

 93 
 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2016, 10:07:50 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
คบสมภารชวนขึ้นชั้นฟ้า
คบพ่อค่าอายุยืนหมื่นปี
คบลัชชีตายวันนี้พรุ่งนี้
คบลูกคบหลานพานอยู่ในโลก
อะไรก็ตามเถอะหากรู้จักตนเอง
รู้ตัวเองแล้วมันมีหนทางแก้ไขได้
ปลดเปลื้องได้เป็นแต่รู้ตัวแล้ว
แต่ไม่แก้ไขตัวเองด้วยตนเจ้าของเองนั้นละมันจึงทุกข์
คัดจากหนังสือ โพธิ์พระเบื้องพุทธบาท
( มหาปุญฺโญวาท ๕ )

 94 
 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2016, 11:48:30 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ชิงธงในสงครามใหญ่ ครั้งสุดท้ายของชีวิต

หนึ่ง ถือศีล ๕
สอง ฝึกในรูปแบบ
สาม การเจริญสติในชีวิตประจำวัน ตัวนี้ล่ะ ตัวแตกหัก
ถ้าเราซ้อมมาดี ทำในรูปแบบ คือการซ้อมที่จะปฏิบัติ
เหมือนนักมวยเข้าค่ายซ้อม
การเจริญสติในชีวิตประจำวัน คือการขึ้นชกมวยจริงๆ
ขึ้นเวทีจริงแล้ว จะแพ้จะชนะ เดี๋ยวก็รู้
หรือเหมือนทหาร ตอนที่ทำในรูปแบบเหมือนการซ้อมรบ
ตอนที่ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คือการออกสนามรบ
แล้วสนามรบที่ทุกคนจะต้องเจอครั้งสุดท้าย
เป็นสนามรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลย
ในชีวิตเราแต่ละคน คือวาระที่ใกล้จะตาย
วาระนั้นครูบาอาจารย์บอกว่าสงครามใหญ่ครั้งสุดท้ายตอนนั้น
เป็นสงครามที่ไม่แพ้ก็ชนะ ไม่มีเสมอ
ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านสอนถึงขนาดนี้
ว่าที่เราฝึกกันแทบเป็นแทบตายก็เพื่อนาทีสุดท้ายนี่ล่ะ
ไปชิงธงกัน ว่าจะชนะหรือจะแพ้
แต่ถ้าเราบรรลุมรรคผลแล้ว ตรงนี้ไม่มีความหมาย
แต่เรายังไม่บรรลุมรรคผลนี่ ไปชิงเอานาทีสุดท้าย
ว่าจิตดวงสุดท้ายของเราจะเป็นกุศลหรือจิตอกุศล
แล้วจิตที่เป็นกุศลอกุศล..บุญบาปนั่นล่ะ
จะพาเราไปสูภพภูมิใหม่
อย่าไปนึกว่าตายแล้วสูญ มันมองไม่เห็นเอง
ฉะนั้นเรามาฝึกภาวนาเข้า บางคนก็เห็น บางคนก็รู้อยู่
มันไม่ใช่ตายแล้วสูญไป
สงครามใหญ่ครั้งสุดท้ายกำลังรอเราอยู่ข้างหน้า
ต้องเจอแน่นอน
เพราะฉะนั้นเราฝึกตัวเองให้พร้อม
คนไหนที่จะพร้อม ?
คนที่มั่นใจในความดีของตนเองจะพร้อม
ถ้าเราไม่มีความมั่นใจในคุณงามความดีของตัวเอง
นาทีสุดท้ายจะไม่มีความพร้อมเลย
จะมีแต่ความกลัว ความหวั่นไหว
กลัวอะไร ?
กลัวความสูญเสียในสิ่งที่มีอยู่
กลัวว่าจะต้องไปเจอสิ่งซึ่งไม่ดี ไม่ดีอย่างเก่า
นี่ ใจมันจะกังวล
แต่ถ้าใจเรามีศีลมีธรรมสืบเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่กลัวหรอก
มันมีความมั่นใจในตัวเอง
ทำสงครามด้วยความมั่นใจ กับทำสงครามด้วยความลังเลใจ
ฝีมือไม่เท่ากันหรอก
ฉะนั้นฝากเราฝึกนะ


ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ณ วัดสวนสันติธรรม
วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
จากซีดีแสดงธรรม แผ่นที่ ๖๒ ไฟล์ 581108A
Cr. ธรรมะโดนใจ ๔ หน้า ๖๐-๖๒

 95 
 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2016, 06:59:54 PM 
เริ่มโดย MoMo032 - กระทู้ล่าสุด โดย MoMo032
วัดป่าสันติธรรม อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมโครงการปฏิบัติธรรมและสวดมนต์ข้ามปีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ในวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2559 ถึง วันอังคารที่ 3 มกราคม 2560
รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่
http://santitham.co.nf/


 96 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2016, 02:01:06 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze

"...ทวีปใหญ่ทั้ง ๔..."

“...ทวีปใหญ่ทั้ง ๔ เราทุกคนไปเกิดไปตายมาแล้ว เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกันกับเรา แต่การบำเพ็ญบารมีนั้นทำได้มากเฉพาะในโลกชมพูทวีป
(๑) คือ โลกของเรานี้เอง
(๒) อุตตรทวีป อยู่ทางทิศเหนือห่างจากโลกเราออกไป อยู่ใกล้โลกเรากว่าทวีปอื่น ผู้คนใบหน้ารูปเหลี่ยม ผอมสูง น้ำในแม่น้ำทั้งหลายออกสีเหลือง ไม่ใช่เหลืองขุ่นแต่เหลืองเหมือนสีน้ำผึ้งสด ดวงตาของเขาออกสีน้ำเงินเข้มกว่าสีฟ้า มีศีล ๕ ประจำใจทุกคน ผู้คนอยู่ดี กินดี ภูมิแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใหญ่ตรงตั้งสระน้ำมีบัวบานอยู่เป็นนิจ แผ่นดินราบเรียบเป็นน้ำเป็นคลอง เป็นบึงก็เป็นสัดส่วน
ทวีปนี้พระโมคคัลลาน์เถระเจ้า เคยไปบ่อย ไปบิณฑบาตเอาผลไม้มาถวายพระสงฆ์สามเณร
(๓) บรุพวิเทหทวีป อยู่ตรงทิศตะวันออกไกลออกไปหากวัดระยะอยู่ไกลอันดับ ๓ จากโลก...
ผู้คนหน้ากลม กายต่ำ ล่ำสัน ใช้ผ้าหมอกหมอง อายุ ๑๐๐ ปี ต้นไม้สูงต่ำอย่างโลกเราขึ้นเป็นแถวเป็นแนว ตายแล้วเกิดขึ้นแทนที่เหง้าเดิม แม่น้ำลำคลองสีขุ่นเหมือนน้ำแม่น้ำฝนตกใหม่ น้ำหลากหลายสายน้อยใหญ่แต่ไม่ลึก ผู้คนเคารพกันตามลำดับญาติ มีนายบ้าน มีผู้ครองนคร อ่อนน้อมถ่อมตนดีมาก
(๔) อมรโคยนทวีป อยู่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไกลจากชมพูทวีปโลกเราที่สุด ผู้คนงดงาม ใบหน้ารูปไข่ ผิวสีเหลือง อายุขัย ๔๐๐ ปี ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำ แม่น้ำเป็นเกาะเป็นแก่งเป็นดอน มีการปกครองหลายเมือง เมืองหลวง เมืองใหญ่ เมืองน้อย หัวเมือง หมู่บ้าน ผู้คนมีหิริ โอตตัปปะ ทวีปนี้ท่านอาจารย์ตื้อ อจลธัมโม ว่า “เคยไปเห็นอยู่” ”...

ธรรมะประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ ผู้มากมีบุญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของภาพถ่ายนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน


 97 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2016, 08:06:11 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
พ่อแม่ครูอาจารย์พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 98 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2016, 12:44:11 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
แสดงธรรมครั้งสุดท้าย
ผ่านเข้ามาถึงตี ๓ ของวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ หลวงปู่ได้แสดงธรรมให้แก่ลูกศิษย์ลูกหาที่อยู่ในห้องนั้นได้รับฟัง
ธรรมที่หลวงปู่แสดงเป็นธรรมว่าด้วย ลักษณาการแห่งพุทธปรินิพพาน ท่านแสดงด้วยน้ำเสียงปรกติธรรมดา
และอยู่ในอิริยาบถนอนหงาย มีเนื้อหาดังนี้

"...เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสร้างพระพุทธศาสนา ให้ก่อเกิดเป็นชีวิตอย่างบริบูรณ์ดังประสงค์แล้ว
พระองค์จึงได้ละ วิภวตัณหา นั้น เสด็จเข้าสู่ อนุปาทิเสสนิพพาน คือ เป็นผู้หมดสิ้นทุกตัณหา
เป็นผู้ดับรอบโดยลักษณาการแห่งอนุปาทิเสสนิพพานของพระองค์
ลำดับแรกก็เจริญฌาน ดิ่งสนิทไปจน สัญญาเวทยิตนิโรธ หมายความว่า เข้าไปลึกสุดอยู่เหนือรูปฌาน
ในวาระแรกนั้น พระองค์ยังมิได้ดับขันธ์ต่างๆ ให้สิ้นสนิทเด็ดขาดแต่อย่างใด
เพียงเข้าไปเพื่อทรงกระบวนการแห่งการเข้าสู่นิพพาน หรือนิโรธ เป็นครั้งสุดท้ายแห่งชีวิต

พูดง่ายๆ ก็คือ สู่สิ่งที่พระองค์ได้สร้างได้พากเพียร ก่อเป็นทางเป็นแบบอย่างไว้เป็นครั้งสุดท้ายเสียหน่อย
ซึ่งเรียกได้ว่า สิ่งอันเกิดจากการที่พระองค์ได้ยอมอยู่กับ ธุลีทุกข์ อันเป็นธุลีทุกข์ที่มนุษย์ธรรมดา
มีจิตหยาบเกินกว่าที่จะสัมผัสได้ว่ามันเป็นทุกข์
นี่แหละกระบวนการกระทำจิตตนให้ถึง สัญญาเวทยิตนิโรธ เป็นกระบวนการที่พระอนุตรสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้เป็นยอดศาสดาในโลกเท่านั้นที่ทรงค้นพบ ทรงนำมาตีเผยแผ่แจ้งออกสู่โลกให้พึงปฏิบัติตาม
เมื่อทรงสิ่งสุดท้ายนี้แล้ว จึงได้ถอยกลับมาสู่ภาวะต้น คือ ปฐมฌาน แล้วตัดสินพระทัยครั้งสุดท้ายเสด็จดับขันธ์ต่างๆ ไปทีละขันธ์

วิญญาณขันธ์แห่งชีวิตและร่างกายนั้น ได้ดับไปเสียตั้งแต่ก่อนจะเข้าสู่ปฐมฌานนานแล้ว
เพราะต้องการดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมขั้นแรกก่อน วิญญาณขันธ์จึงได้ดับ ดังนั้น
จึงไม่มีเชื้อใดเหลืออยู่แห่งวิญญาณขันธ์ที่หยาบนั้น พระองค์เริ่มดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมชั้นในสุด
อันจะส่งผลให้ก่อวิภวตัณหาได้ชั้นหนึ่งเสียก่อน แล้วจึงเลื่อนเข้าสู่ ทุติยฌาน แล้วจึงดับสัญญาขันธ์เลื่อนเข้าสู่ ตติยฌาน
เมื่อพระองค์ทรงดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมชั้นในสุดอีกที ก็เป็นอันเลื่อนขึ้นสู่ จตุตถฌาน
คงมีแต่เวทนาขันธ์สุดท้ายแห่งชีวิต นั่นแลคือลักษณาการแห่งขั้นสุดท้ายของการจะดับสิ้นไม่เหลือ
เมื่อพระองค์ดับสังขารขันธ์ หรือสังขารธรรมใหญ่สุดท้ายที่มีทั้งสิ้นแล้ว ก็มาดับ เวทนาขันธ์
เป็น จิตขันธ์ หรือนามขันธ์ที่ในจิตส่วนในคือ ภวังคจิตเสียก่อน แล้วจึงได้ออกจาก จตุตถฌาน
พร้อมทั้งมาดับจิตขันธ์หรือนามขันธ์สุดท้ายจริงๆ ที่ตรงนี้ พระองค์ไม่ได้เข้าสู่พระนิพพานในฌานสมาบัติอะไรที่ไหนหรอก

เมื่อพระองค์ออกจากจตุตถฌานแล้ว จิตขันธ์หรือนามขันธ์ก็ดับพร้อมไม่มีอะไรเหลือ
ไม่ถูกภาวะอื่นใดมาครอบงำอำพรางให้หลงใหลใดๆ ทั้งสิ้น เป็นภาวะแห่งตนเองอย่างบริบูรณ์
ภาวะอันนั้นจะเรียกว่า "มหาสุญญตา" หรือ "จักรวาลเดิม" หรือว่าเรียก "พระนิพพาน"
อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เราปฏิบัติมาก็เพื่อถึงภาวะอันนี้..."
วจีสังขารหรือวาจาของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล สิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ หลังจากนั้น ไม่มีวาจาใดออกมาจากท่านอีกเลย

หลักธรรมคำสอน.. พระราชวุฒาจารย์(ดูลย์ อตุโล)
จากประวัติ ปฏิปทาหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์

 99 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2016, 10:07:32 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ถ้าผิดแล้วอย่าไปคิดซ้ำ

อยู่ในโลกนะ พระพุทธเจ้าบอกว่า
อยู่ในโลกนะ จะประพฤติธรรม
จะถือศีลให้บริสุทธิ์หมดจดนี่ยาก
เพราะโลกมันสกปรก
แต่ว่าเมื่อเราทำผิดศีลผิดธรรมไปแล้วเนี่ย
" อย่าไปคิดซ้ำ "
เราต้องแบ่งเวลาเราเป็นช่วงเล็กๆ
นาทีนี้เราพลาดไปแล้ว โกหกไปแล้ว
เวลาที่เหลืออีกสามชั่วโมง ไม่ได้โกหก
เห็นไหม ส่วนที่ดีมีเยอะนะ
แต่เราก็ไม่มองส่วนที่ดี เรามองแต่ส่วนที่เลว
เหมือนเรามีผ้าขาวหนึ่งผืน สะอาดขาวทั่วผืนเลย
มีอะไรเปื้อนอยู่นิดเดียว เราจะดูแต่รอยเปื้อน
เราไม่ดูว่าผ้าส่วนใหญ่มันสะอาด
เราจะไปวนเวียน โอ้ย เปื้อนอยู่นั่น เปื้อนอยู่นั่น
คิดซ้ำอยู่อย่างนี้แหละนะ
ให้ดูนะ
ส่วนที่ดีมันเยอะกว่าส่วนที่ไม่ดี
จะไม่ให้มันไม่ดีเลยเนี่ย ไม่ได้
อยู่กับโลกมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ

 100 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2016, 09:23:32 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
"การตายของเทวดานางฟ้า"
....ท่านพระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโปเล่าว่า ปกติเวลาเทพบุตร เทพธิดาจะจุติลงมาเป็นมนุษย์ ทุกองค์มีความตั้งใจจะลงมา สร้างคุณงามความดีเพื่อยกภูมิ ....ของตนให้สูงขึ้น แต่พอมาเป็น...มนุษย์จะลืม และหลงไปใน ..อบายมุขในโลก.. ไม่สร้างกรรมดีตามที่ตั้งใจ. ..ซ้ำกลับต้องตกต่ำลงกว่า ที่ตนเคยเสวยสุขอยู่เสียอีก..!! บนสวรรค์เมืองแมนแดนสวรรค์ท่านว่าสุขทุกขณะจิต .. ส่วนผู้เสวยบาปต้องลงนรก ลำพังความเดือดร้อนจากไฟนรก ก็แสนสาหัส.ไม่ต้องถูกลงทัณฑ์ ทรมาน ชาวนรกก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันอยู่แล้ว ... ในนรกท่านก็ว่าเป็นทุกข์ไม่มีเวลาสุข ทุกขณะจิตเช่นกัน..!!
"..พวกเราเองเป็นอย่างไร สว่างมา สว่างไป หรือ สว่างมา มืดไป หรือ มืดมา สว่างไป หรือ มืดมา มืดไป ทรัพย์สมบัติทุกชิ้นที่หามาจากโลกนี้ ยศตำแหน่งหน้าที่การงาน คำสรรเสริญติชมทุกสรรพเสียง ความสุขรื่นรมณ์ทุกประการ คนรักสัตว์เลี้ยงสิ่งของที่สะสมห่วงหาอาลัย สุดท้ายคืนโลกหมด เหมือนฝันไปจำต้องตื่น เหมือนอายุงานที่จำต้องเกษียณ ประกันชีวิตที่ทำชาตินี้ ควรเป็นศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อเอาไปใช้ในชาติหน้าได้จริง..."
--------------------------------------------------------------------
คติธรรมคำสอน : พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

หน้า: 1 ... 8 9 [10]