KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับกระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10
 71 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2017, 09:51:48 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
"พระพุทธเจ้าท่านทรงรู้แจ้งว่า โลกนี้จะพ้นโง่มันก็ยาก การที่จะได้เกิดเป็นคนนี่ยากที่สุด
แล้วเป็นคนจะเอาคนชนิดไหน คนมีบุญ คนลำบาก คนพิการง่อยเปลี้ย จะหาคนสบายมีกี่คน
ถ้าเทียบจำนวนทั้งหมด อย่างเดียรัจฉานนี่มันกินกันเอง กัดกันเอง คนบ้าฆ่ากันเอง
กระดูกของแต่ละคนนี้ท่านว่ากองเท่าภูเขา น้ำตาและเลือดของแต่ละชีวิตที่ผ่านมามีมากกว่าน้ำในมหาสมุทร ดูซิ.มันยาวนานแค่ไหน
การจะเกิดเป็นคนนั้นมันยากมาก ยาก อย่างที่ท่านเปรียบว่า ..เต่าตาบอด..มันจะว่ายน้ำเข้าฝั่ง
แต่ทะเลมีตาข่ายกั้นอยู่ และมีรูเท่าตัวเต่าอยู่รูเดียว ถ้าหัวไปโดนตาข่ายมันจะจมลงไปอีก100 ปี
จึงจะได้โผล่มาใหม่ คือจะจะลอดได้มันต้องฟลุ๊คที่สุด
แต่อย่างนั้น..โอกาสก็ยังง่ายกว่าโอกาสจะได้เกิดมาเป็นคนและเป็นคนอยู่ในพระพุทธศาสนามันยาก..ไม่พ้นวัฏสงสารไปได้"
หลวงปู่บุญฤทธิ์ บัณฑิโต

 72 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2017, 09:51:16 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ขึ้นต้นให้ดีๆ หลับตา นั่งตัวตรงๆหลังตรงๆให้มีสติอยู่กีบตัว ดูลมหายใจเข้า-ออก
ดูเฉยๆไม่ต้องคิดอะไรเหมือนกับดูรถวิ่งตามถนน ดูไป เห็นไป รู้ไป ว่าลมหายใจเดินไปทางไหนก็เห็นรู้ๆไม่ต้องไปคิด
ดูลมเห็นลม เห็นก็ไว ได้ยินก็ไว เกิดเดี๋ยวนั้น รู้เดี๋ยวนั้น นั่นเรียกว่าวิญญาณ คือธรรมชาติรู้
เห็นธรรมดา ได้ยินธรรมดา รู้ธรรมดา เห็ธรรม รู้ธรรม มันก็หายโง่ซิ
พระเวลาสวดงานศพ กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา ดีก็ธรรมดา ไม่ดีก็ธรรมดา กลางๆก็ธรรมดา
ก็เหมือนฝ่ายวัตถุมีไฟฟ้าบวกไฟฟ้าลบ ไฟฟ้ากลางๆทั่วจักรวาลก็เท่านั้นเอง ร่างกาย วัตถุ คิด
นึกรู้ มันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆเปลี่ยนไปทุกศูนย์วินาที เรียกว่าขันธ์ 5 คือ กายใจทั้งหมด

พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้โลกุตรธรรม เห็นก็สักแต่เห็น วางไปไม่ยึดถือ ดับความยึดจึงจะไปรอด ด้วยสติ
ตัวสติแท้ๆเป็นโลกุตรธรรม เป็นธรรมพ้นโลก ตัวโลกุตรธรรมเหมือนไฟฟ้าแลบ แปล็บเดียวมันก็เห็นหมด
แลบหนเดียวไม่แลบมาก เจริญสติ หนทางเดียวไปรอด เห็นได้ยิน ก็สักแต่รู้ ไม่ไปถามไปตอบอะไร
ไม่ได้สมมุติเป็นเราเป็นเขา พระเจ้าไม่มีเป็นfactไม่ใช่fiction เสียงถูกหูได้ยินปั๊บนี่เป็นfact
มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆแต่ก็เป็นfact ก็เป็นธรรมชาติ เป็นธรรใดาไม่ต้องไปอยาก ความคิดทั้งหลายก็เหมือนกัน
ไม่ต้องไปหยุดวิญญาณดับไปๆ หยุดไม่ได้ มันไวมากนะซิ ไม่มีเรื่องมันก็สบาย จิตก็สบาย ไม่มีสงสัยแล้ว
เหมือนอย่างกินข้าวอิ่มแล้วจะไปสงสัยทำไมว่ากินแล้วหรือยัง กินหรือเปล่า กินกับอะไร ไม่ต้องไปคิดแล้ว
สำเร็จแล้วนี่จะไปสงสัยอะไร ถ้ายังสงสัยอยู่มันจะพ้นได้อย่างไร

จุดหมายปลายทางคือทำความโง่(อวิชชา)ให้พ้นไปจากจิตโดยเด็ดขาด ไม่มีเรื่องที่จะมาสงสัยอีกแล้ว
การภาวนาเป็นกุศลสูงสุดเป็นกุศลชั้นเยี่ยม ฝึกหัดจิตให้เป็นสมาธิ เป็นบุญชั้นเยี่ยมยิ่งกว่าทานและยิ่งกว่าศีล
พระพุทธเจ้าทรงเรียกอริยทรัพย์ แจกเท่าไหร่ไม่หมด นึกแผ่ไป send good will to all ตั้งแต่ยอดพรหมโลก
กว้างขวางแค่ไหนไปจนถึงก้นนรก ชีวิตมีค่าทุกวัน ทำน้อยได้น้อย ทำมากได้มาก สตินี่ทำได้ทุกระยะ รู้นี่
สติพร้อม ไม่มีทุกข์ เป็นบุญพร้อม จิตผ่องใส จิตก้าวหน้าพร้อมจะไปมีปัญหาในชีวิตได้อย่างไร จิตอยู่ในพุทธธรรม
อยู่ในแสงสว่าง จิตมุ่งสู่นิพพานธรรม อะไรมันไม่สูงไปกว่านี้หรอก มีน้อยคนที่จะถึงก็เป็นเรื่องธรรมดาของดีมีไม่มาก
หาเพชรหาง่ายเป็นทะนาน หาคนดีหาไม่ค่อยได้ จะหาแบบหลวงปู่มั่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ขาว จะไปหาที่ไหนในโลก

หลวงปู่บุญฤทธิ์ บัณฑิโต

 73 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2017, 08:52:43 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
รบกวน upload ขึ้นเว็บ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ download เปิดฟังได้ค่ะ
สาธุ

เข้าไปฟังได้ตามลิ้งเลยครับผม : )
http://www.dhamma.com/thdownloads/
http://www.kammatan.com/music/

 74 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2017, 04:15:52 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ลูกศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งเรียนถามหลวงปู่ว่า
"หลวงปู่ครับ การปฏิบัติแบบรูป - นาม กับการปฏิบัติแบบพระป่า เหมือนกันไหมครับ"
หลวงปู่เมตตาตอบว่า "เหมือนกันอเมริกาหรือเมืองไทยอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน การปฏิบัติก็เหมือนกัน อริยสัจตัวเดียวกัน"
หลวงปู่หลอด ปโมทิโต
วัดสิริกมลาวาส หรือวัดใหม่เสนานิคม ใกล้สี่แยกวังหิน เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

 75 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2017, 04:14:09 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
มีศิษย์คนหนึ่งเรียนถามปัญหาหนึ่งกับหลวงปู่ว่า
"หลวงปู่ครับเคยมีฝรั่งที่ผมเคยเรียนภาษาอังกฤษด้วยเขาเป็นหมอสอนศาสนาคริสต์
เขาเคยถามผมว่าจิตเดิมมาจากไหน และสุดท้ายเขาก็ยัดเยียดความคิดให้ผมว่าพระเจ้าสร้างจิต
แต่ผมไม่ยอมรับครับ ผมอยากทราบว่าจิตเดิมมาจากไหนครับหลวงปู่ ?"
หลวงปู่ตอบว่า "จิตเดิม พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามาจากความไม่รู้ คือ อวิชชา
ความไม่รู้นั่นแหละเป็นตัวพาให้มันมาเกิด เมื่อเกิดมาแล้วก็ทำให้มันรู้ซะ จะได้ไม่ต้องมาเกิดอีก
จำไว้ว่ามันเกิดจากอวิชชาทั้งนั้น ทั้งโลภ โกรธ หลง จำไว้นะให้ตอบเขาแบบนี้นะ"

หลวงปู่หลอด ปโมทิโต

 76 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2017, 04:13:21 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
มีศิษย์คนหนึ่งเรียนถามปัญหาหนึ่งกับหลวงปู่ว่า
"หลวงปู่ครับ พระอริยเจ้าเวลาท่านเข้านิโรธสมาบัติ ท่านจะบอกผู้คนไหมครับ"
หลวงปู่เมตตาตอบว่า "ไม่หรอก ถ้าท่านบอก ก็จะบอกกับโยมที่ใส่บาตรว่า โยมไม่ต้องมาใส่บาตรนะ อีก ๗-๘ วัน อาตมาจะพักผ่อน"
ลูกศิษย์ถามต่อไปว่า "อย่างนี้แปลว่า พระอริยเจ้าเวลาท่านเข้านิโรธสมาบัติ ท่านไม่บอกใช่ไหมครับ"
หลวงปู่ตอบว่า "เพิ่นบ่อบอกดอก"
หลวงปู่หลอด ปโมทิโต

 77 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2017, 04:09:43 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ประวัติหลวงปู่หลอด

http://www.kammatan.com/th/2017/02/luangpu-lord/

 78 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2017, 04:00:08 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
มีพระรูปหนึ่งเรียนถามหลวงปู่ว่า

"หลวงปู่ครับ จิตของพระอรหันต์เวลาว่างท่านคิดอะไรครับ"

หลวงปู่ตอบว่า "ไม่คิดอะไรทั้งนั้น คิดแต่วิหารธรรมอย่างเดียว"

พระรูปนั้นถามย้ำว่า "มีแต่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เท่านี้ หรือครับหลวงปู่"

หลวงปู่ตอบว่า "อืม... กิเลสบ่อมีทางแทรกแซงได้เลย"

หลวงปู่หลอด ปโมทิโต

 79 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2017, 11:12:57 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
กิเลสไม่ได้กลัว วุฒิการศึกษา เช่น ป.ตรี ป.โท หรือ ป.เอก สิ่งเหล่านี้เป็นแค่เครื่องหล่อเลี้ยงกายในทางโลก
แต่สิ่งที่ถอดถอนกิเลสได้อย่างแท้จริงคือ ศีล สมาธิ และ ปัญญา ตามเส้นทางที่มหาบุรุษศาสดาเอกของโลกได้บอกเล่าไว้

5 กพ 2560 ก่อนไปทำบุญที่  มูลนิธิหลวงปู่มั่นฯ กรุงเทพ

 80 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2017, 11:04:38 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
เวลาที่จะตาย ครูบาอาจารย์เคยสอนว่า
เป็นเวลาทำสงครามใหญ่
ท่านใช้คำว่าเป็นเวลาทำสงครามใหญ่
เพราะสงครามนี้สุดท้ายต้องตาย
ศึกครั้งนี้ตายแน่นอน
วันหนึ่งต้องทำสงครามใหญ่
เรามีความพร้อมที่จะทำสงครามไหม
ก่อนจะหัดทำสงครามใหญ่
ก็ต้องทำสงครามย่อยๆ ก่อน
นี่ฝึก เวลาเราไม่สบาย เวลาเราผิดหวัง
เวลาเจอสิ่งที่ไม่ดีในชีวิต บางทีแฟนทิ้งไป
เป็นความสูญเสีย สูญเสียแฟนยังไม่เท่าสูญเสียชีวิต
สิ่งที่เรารักที่สุดคือ ชีวิตตัวเอง ไม่ใช่แฟนหรอก
ที่รักแฟนเพราะว่ามันเป็นแฟนเรา สุดท้ายก็รักตัวเอง
แต่ก่อนจะถึงจุดที่ทำสงครามใหญ่
เราก็มาเรียนรู้ชีวิตให้มากขึ้น มีสติรู้สึกกาย
มีสติรู้สึกใจบ่อย ๆ เราเห็นทุกอย่างผ่านมา
แล้วก็ผ่านไป ความสุขผ่านมา แล้วก็ไป
ความทุกข์ผ่านมา แล้วก็ไป
ความดีความชั่วผ่านมา แล้วก็ไป
เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ความแข็งแรงก็ผ่านไป
ความเป็นหนุ่มเป็นสาวก็ผ่านไป
ทุกอย่างมาแล้วไปหมด พอใจยอมรับตรงนี้ได้
ใจคลายความยึดถือลง เวลาจะสูญเสียจะทุกข์ไม่มาก
#หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10