KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับกระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
 51 
 เมื่อ: กันยายน 21, 2017, 11:48:19 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
จิตติดที่ไหน ย่อม ไปเกิด ณ ที่นั้น จิตติดเรือนก็อาจจะมาเกิดเป็นจิ้งจกตุ๊กแกได้
แม้แต่พระภิกษุติดจีวรยังไปเกิดเป็นเล็น น่าหวาดกลัวนัก แล้วกิเลสมีร้อยแปดประตู
พุทโธมีประตูเดียว เพราะฉะนั้นให้ฝึกหัดปฏิบัติให้คุ้นเคย วาระที่เราจะเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ จะเข้าจิตได้ทันหรือเปล่า
หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร

 52 
 เมื่อ: กันยายน 05, 2017, 09:52:23 PM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
อนุโมทนาสาธุ ครับพี่ต่าย

วันนี้วันพระใหญ่ 5 กย 2560
สวดมนต์ไหว้พระ เจริญสติ นั่งสมาธิ เดินจงกลม เอาบุญมาแบ่งครับผม : )

 53 
 เมื่อ: กันยายน 05, 2017, 09:46:38 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
งานกฐินวันถ้ำผาแดง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หลวงตาศิริ ในรอบปี พ.ศ. 2560
ปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560




 54 
 เมื่อ: กันยายน 05, 2017, 09:43:18 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ใบประกาศต่างๆ ในโลก เมื่อตายไปแล้ว ก็จะขาด จะหายไป ครั้นเมื่อเกิดมาใหม่ก็ต้องดิ้นรนแสวงหากันใหม่
บางทีได้มาแล้ว เพิ่มอัตตาตัวตนด้วยซ้ำ กิเลสตัวกูเก่งมันเกิดขึ้นแล้วมองไม่ทัน ซึ่งไม่ได้เป็นไปเพื่อการละ และการวางตัวตนเลย...

แต่ในทางธรรมแล้ว เมื่อมีมรรคมีผลเกิดขึ้นแล้ว จะทำให้ลดละกิเลสลง ตามลำดับขั้น ละอัตตาตัวตนลงได้ตามสติปัญญา (ในทางพุทธศาสนา)
ถึงแม้ว่าตายไปแล้ว ได้ไปเกิดในภพภูมิใหม่ คุณธรรมเหล่านั้นก็จะติดตามไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะเข้าถึงนิพพาน : )

5 กย 2560
วันพระใหญ่

 55 
 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2017, 10:56:33 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
บางคนภาวนาไม่อยากเห็นภาพต่างๆ เช่น นรก สวรรค์ เทวดา เป็นต้น
การที่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรแปลก
ที่ว่าไม่แปลกก็เพราะว่า เมื่อเราเห็นแล้ว กิเลสของเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม
บางคนแถมยังทำให้เกิดกิเลสเพิ่มมากขึ้นอีกเสียด้วย
คือถือว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ ที่สามารถเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้
เลยไม่ยอมกราบไหว้ใครทั้งสิ้น จนกลายเป็น สัคคาวรณ์ มัคคาวรณ์
ปิดกั้นทางมรรค ทางผล ทางนิพพาน ไปโดยปริยาย
เป็นความเห็นที่ผิดจากหลักศาสนา
พวกเราท่านพากันฝึกหัดสติลูบๆ คลำๆ กันอยู่อย่างไรเล่า
จึงมิรู้ช่องแนวทางพ้นทุกข์เสียที
ด้วยเหตุนี้ ขอให้พากันยึดหลักสติปัฏฐาน ๔
เป็นหลักฝึกสติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
นี่แหละ บรรดาสิ่งสมมุติที่เราไปยึดถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเรานั้น
ก็จะได้เพียงชีวิตหนึ่งๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา หรือสมบัติต่างๆ
เมื่อเราตายไปแล้ว เราจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้
เราจะเอาสิ่งต่างๆ เหล่านั้นติดตามไปสวรรค์ นรก หรือที่ไหนๆ ก็ไม่ได้
ตรงกับคำว่า “สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก”
หนังสือ คติธรรมของหลวงปู่คำดี ปภาโส

 56 
 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2017, 08:21:04 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นมีข้อเกี่ยวกับการหาทรัพย์

อุฏฐานสัมปทา ขยันหาทรัพย์ อย่ามัวรีรอ
งานสุจริตนั้นมีเกีรติพอ
อย่ารั้งรอ รีบทำกันไวไว

อารักขสัมปทา รู้จักหาอย่างเดียวยังไม่ได้
ต้องรู้จักรักษาไว้
อย่าปล่อยให้ทรัพย์นั้นวอดวาย

กัลยาณมิตตตา การคบหากับมิตรสหาย
คบเพื่อนดีก็จักสบาย
คบเพื่อนร้าย ต้องวุ่นวายตรอมตรม

สมชีวิตา เลี้ยงชีวาให้พอเหมาะพอสม
ไม่มีหนี้ ชีวินก็รื่นรมย์
มีคุณค่าน่านิยม น่าชื่นชมทำตาม

 57 
 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2017, 09:31:37 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze


“โลกนี้ร้อน

อยู่ ๆ ก็เอาเรือรบมาขู่กันไปขู่กันมา

เอาจรวดมายิงกัน อะไรอย่างนี้ วุ่นวาย

เราทำมาหากิน ก็ไม่รู้ว่า

จะถูกกระทบกระเทือนอะไรเมื่อไหร่

โลกเป็นอย่างนี้แหละ

ถ้าเราไม่มีที่พักทางใจของเราเลย

ชีวิตก็จะมีแต่ความเครียด

ฉะนั้น หาที่พักในใจของเราให้เจอ

ฝึกเอา พุทโธไป หายใจไปก็ได้

แล้วคอยรู้ทันใจ จิตฟุ้งซ่านก็รู้

จิตเป็นอย่างไร ก็คอยรู้ไปเรื่อย

ทำกรรมฐานแล้วก็คอยรู้ทันจิตใจของตัวเองไป

จิตใจจะมีความสุขมากขึ้น ๆ นะ

โลกจะเข้ามาถึงใจเราได้น้อยลงเรื่อย ๆ

ถึงมันเอาจรวดมายิงใส่บ้านเรา

ถึงตัวเราแตกเละเทะไปหมด

แต่ใจเรายังสงบสุข ยังมีความสุขนะ

ปัญหาทั้งหลายกระทบเข้าได้แค่ร่างกาย

แต่กระทบเข้ามาไม่ถึงใจจิตที่ฝึกดีแล้ว

ใจจิตที่ฝึกดีแล้วนำความสุขมาให้

ทุกวันฝึกจิตฝึกใจของเรานะ

พุทโธไป หายใจไป แล้วรู้ทันจิตไปเรื่อย ๆ

ทำได้อย่างนี้ จะรู้สึกว่าโลกห่างออกไปเรื่อย ๆ

ความทุกข์ของโลกเข้ามาถึงใจเราได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

เข้ามาก็อ่อนแรงแล้ว เพราะมันวิ่งมาไกล กว่าจะมาถึง

ฉะนั้นเราจะทุกข์ไม่มาก ทุกข์ไม่นาน

ทุกข์ไม่บ่อยอย่างที่คนอื่นเขาเป็นกัน

สิ่งเหล่านี้นะ อ้อนวอนขอไม่ได้ ต้องทำเอาเอง

อยากได้ของดีของวิเศษก็ต้องลงมือปฏิบัติเอา ”
.
.

พระธรรมเทศนา
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
วันสงกรานต์ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๐

 58 
 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 06:52:43 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
การเจริญมรณานุสติมีอานิสงส์มาก
ถ้าเราตระหนักชัดในความไม่แน่นอนของชีวิตนี้แล้ว ไม่มีทางที่เราจะไปทะเลาะกับใคร
หรือจะไปอิจฉาใคร หรือเบียดเบียนใคร
เพราะอะไร เพราะเวลาไม่พอ
วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเรา หรือเขา
เราควรใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ รักษาใจให้เป็นบุญ
ชีวิตเรามีค่า เพราะมันมีจำกัด
ยิ่งสำนึกถึงความไม่เที่ยงของชีวิต ยิ่งสำนึกในค่าของมัน
ทำให้เราระมัดระวังในสิ่งที่เราทำ และถ้อยคำที่เราพูดมากขึ้น
เพราะต้องการให้มันเหมาะสม ให้มันสมค่ากับชีวิตของตน
พระอาจารย์ชยสาโร

 59 
 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 06:50:02 AM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
"ความสุขที่แท้จริง"
น้ำตาที่สัตว์โลกต้องหลั่งในแต่ละภพแต่ละชาตินี้ ถ้าเอามารวมกันแล้ว พระองค์ทรงตรัสว่ามากยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทร
คิดดูก็แล้วกันว่า จะต้องมาเกิดมาร้องห่มร้องไห้กี่ครั้งกัน ถึงจะมีน้ำตามากกว่าน้ำในมหาสมุทร
นั่นคือปริมาณของความทุกข์ของสัตว์โลก ที่มีกันอยู่ทุกภพทุกชาติที่มาเกิดมาได้ร่างกาย
ก็จะต้องมีการร้องห่มร้องไห้ มีความเศร้าโศกเสียใจ เวลาที่จะต้องพลัดพรากจากสิ่งต่างๆ จากบุคคลต่างๆ
พลัดพรากจากร่างกายไป การหาความสุขทางร่างกาย จึงเป็นการหาความทุกข์มากกว่า แต่เนื่องจากไม่มีทางเลือก
ก็เลยจำเป็นต้องหาความสุขแบบทางร่างกายนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้มีคนมาบอกทางเลือก ก็คือพระพุทธเจ้า
พอพระพุทธเจ้าทรงค้นพบความสุขที่ถาวรแล้ว ก็นำเอามาเผยแผ่มาบอกมาสอน วิธีที่จะให้เข้าถึงความสุขที่ถาวรนี้
ถ้าเชื่อถ้าศรัทธา แล้วน้อมนำเอาไปปฏิบัติ ก็จะสามารถเข้าถึงความสุขที่ถาวรนี้ได้ เมื่อเข้าได้แล้วก็จะมาเป็นผู้ช่วยพระพุทธเจ้า
มาเผยแผ่สั่งสอนวิธีเข้าถึงความสุขที่แท้จริงนี้ต่อจากพระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนาจึงยังมีปรากฏอยู่ในโลกนี้ได้จนถึงบัดนี้
ก็เพราะว่ามีผู้ที่เชื่อมีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้น้อมนำเอาไปปฏิบัติจนสามารถเข้าถึงความสุขที่แท้จริงที่ถาวรนี้ได้
แล้วก็นำเอามาเผยแผ่สั่งสอนให้แก่ผู้ที่ไม่รู้ต่อไป

นี่เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองมาถึง ๒,๕๐๐ กว่าปีแล้ว และก็จะเจริญรุ่งเรืองต่อไปตามที่ทรงพยากรณ์ไว้
พระพุทธศาสนานี้ก็จะมีอายุอยู่ได้ประมาณ ๕,๐๐๐ ปีด้วยกัน หลังจากนั้นก็จะไม่มีใครที่จะมาสั่งมาสอน
มาบอกวิธีให้เข้าถึงความสุขอันนี้ ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนา สัตว์โลกก็ต้องหาความสุขทางร่างกายต่อไป
แล้วก็ต้องหลั่งน้ำตาที่มากยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทรต่อไปอีก จนกว่าจะมีพระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่มาตรัสรู้
มาค้นพบความสุขที่ถาวร ความสุขทางใจ แล้วก็มาประกาศพระศาสนา เพื่อมาช่วยมาสอนสัตว์โลกให้ได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงนี้
ความสุขที่ถาวรนี้ต่อไป นี่คือเรื่องของความสุขทางใจ นานๆ จะมีโอกาสได้เข้าถึงกันสักครั้งหนึ่ง.

ธรรมะบนเขา
วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๐
"ความสุข ๒ แบบ"
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

 60 
 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2017, 09:30:25 PM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR

วันวิสาขบูชาปีนี้ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ มัวแต่ทำงานยังไม่มีโอกาศทำบุญตามวัดต่างๆเลย

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เลยไปทำบุญและถวายสังฆทานที่วัดหลวงพ่อโสธร
วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ทำบุญถวายสังฆทานวัดต่างจังหวัด ๒ วัด ไม่ได้เจาะจง

ก็เป็นไปด้วยดีครับที่จอดรถสะดวกสบายแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงสถานที่ถวายสังฆทานทุกวัด

ทำไมถึงง่ายขนาดนั้น...สะดวกสบายทุกอย่าง?

นั่นคงเป็นเพราะเราเตรียมตัวเตรียมของเตรียมการและตั้งใจไว้นานแล้ว

ทุกอย่างที่ดำเนินไปจึงอาจเตรียมแล้ว จัดแจงไว้แล้วเท่านั้นเองครับ


เอาบุญมาฝากน้องกอล์ฟและทุกท่านครับ

 

หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10