KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับกระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2020, 10:14:36 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
#โอวาทธรรมยามอาพาธ
    ...หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เมื่อครั้งองค์ท่านอาพาธครั้งสุดท้าย ท่านก็ได้กล่าวธรรมกับลูกศิษย์ที่ดูแลท่านในหลายโอกาสก่อนที่องค์ท่านจะละสังขารดังนี้..
     ๙ กันยายน ๒๕๕๓..
     " จิตเฮาบ่มีเงื่อนต่อ ดูปัจจุบันก็บ่มีเงื่อนต่อ คือไฟดับธาตุไฟยังอยู่ แต่มีสิ่งหนึ่งบ่ดับ แต่พูดบ่ได้ "
     ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓..
     " เราเหนื่อย..เหนื่อยก็ช่างเถอะ มีทีแวะแล้วคนว่างงาน จิตว่างงาน "
     ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓..
     " ผมอ่อนลงเรื่อยๆ จะหนักไปข้างหน้า แต่มีสติไม่เผลอ "
     " ผมปล่อยวางทั้งหมด ใครจะสรรเสริญนินทา ผมไม่สนใจ ถึงเวลาก็ดีดผึงเลย "
     " แต่ก่อนหมู่เพื่อนไม่ได้มายุ่งกับผมที่กุฏิ แต่คราวนี้ผมช่วยตัวเองไม่ได้ จะจับจะยกอะไรให้ค่อยๆ คนแก่ก็เหมือนเด็ก "
     ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๓..
    " เราปล่อยวางหมดแล้ว ไม่มีสมมุติใดๆเหลืออยู่ในจิตใจ ชาตินี้เราพอ เราทำสุดกำลังของเรา "
     ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๓..
     " ให้ภาวนา ตั้งสติอยู่ตลอดเวลา ผมเห็นคุณค่าของสติมาก "
     " ผมลงใจในปฏิปทาพ่อแม่ครูจารย์มั่นมากที่สุด พูดอะไรตรงเป๋งเลย "
     " เราไอมาก จะเป็นปอดนะ เราอ่อนลงไปเรื่อยๆ ผมเกิดมาเป็นชาติสุดท้าย ไม่มาเกิดอีก "
     " ผู้มาศึกษากับผม มีหลักเกณฑ์หลายองค์นะ"
     " ผมเคยพูดให้ฟังไหม เรื่องตอนที่อยู่ห้วยทราย ระยะท้าย ผมจะกว้างขวางมาก "
     " ผมมาเกิดเป็นชาติสุดท้าย ไม่มาเกิดอีก สมมุติในใจไม่เหลือ "
     ๑ มกราคม ๒๕๕๔..
     " มือของครูอาจารย์ กับมือของลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตร เพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้ เชื่อใจกันได้ ตายใจกันได้ "
     ๑๑ มกราคม ๒๕๕๔..
     " พระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน พระธรรมวินัยก็อันเดียวกัน ให้เอาจริงเอาจังนะ"
      หลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้พูดอะไรอีก วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ท่านก็ละสังขาร เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน สิริรวมอายุ ๙๗ปี ๕เดือน ๑๘วัน ๗๗พรรษาและมีพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร วันที่ ๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔..

 2 
 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2020, 09:36:17 PM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
อนุโมทนาสาธุครับพี่ต่าย

วันนี้ผมไปทำบุญที่มูลนิธิหลวงปู่มั่นมาเช่นกันครับ เอาบุญมาแบ่งนะครับผม : )

 3 
 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2020, 09:35:23 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย golfreeze
" จิต
ส่งออกนอก   เป็นสมุทัย
ผลอันเกิดจากที่จิตส่งออก   เป็นทุกข์
จิต  เห็นจิต   อย่างแจ่มแจ้ง  เป็นมรรค
ผลอันเกิดจาก...
จิต  เห็นจิต   อย่างแจ่มแจ้ง  เป็นนิโรธ
อนึ่ง
ตามสภาพที่แท้จริง ของจิต   ย่อม ส่งออกนอก
เพื่อรับอารมณ์ นั้น ๆ  โดยธรรมชาติของมันเอง
ก็แต่ว่า...
ถ้าจิตส่งออกนอก  ได้รับอารมณ์แล้ว
จิต  เกิดหวั่นไหว  หรือกระเพื่อมตามอารมณ์นั้น
เป็นสมุทัย
ผลอันเกิดจาก...
จิตหวั่นไหว  หรือกระเพื่อม ไปตามอารมณ์ นั้น ๆ
เป็นทุกข์
ถ้าจิตที่ส่งออกนอก
ได้รับอารมณ์แล้ว  แต่ไม่หวั่นไหว หรือกระเพื่อม
ไปตามอารมณ์ นั้น ๆ
มีสติ...อยู่อย่างสมบูรณ์
เป็นมรรค
ผลอันเกิดจาก...
จิตไม่หวั่นไหว  หรือไม่กระเพื่อม
เพราะมีสติ...อย่างสมบูรณ์
เป็นนิโรธ
พระอริยเจ้าทั้งหลาย
มีจิต  ไม่ส่งออกนอก   
จิต     ไม่หวั่นไหว
จิต     ไม่กระเพื่อม
เป็น   วิหารธรรม  จบอริยสัจ ๔."
__________________________________________
(หลวงปู่ดูลย์    อตุโล)

 4 
 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2020, 09:22:45 AM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR
๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ วันคล้ายวันประสูติในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ
เนื่องในมงคลสมัยพระชนมายุ ๙๓ พรรษา
ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายพระพร ให้พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระชนม์ยืนนาน
ปราศจากโรคาพยาธิ ปราศจากอุปัทวันตรายทั้งปวง
ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ทีฆายุโก โหตุ สงฺฆราชา

 5 
 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2020, 11:03:01 AM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR
สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา 6 พ.ค. 2563

ขอทุกคนหันกลับมาพิจารณาชีวิตของตนให้อยู่ในความไม่ประมาท
เร่งสั่งสมเพิ่มพูนกุศลธรรมให้เกิดสติและปัญญา ช่วยให้พ้นจากภัยได้

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2563
ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 6 พ.ค. ความว่า

ดิถีวิสาขบูชา อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นวันสำคัญสากลของโลก
มีกาลกำหนดขึ้นไว้เป็นนักขัตฤกษ์พิเศษ เพื่อให้พุทธบริษัทได้กระทำสักการบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยดวงจิตตั้งมั่นในความเชื่อและความเลื่อมใสต่อพระพุทธคุณ ซึ่งเป็นโอสถวิเศษ และเป็นเครื่องป้องกันสรรพพิบัติภัยทั้งปวง

ภัยใหญ่หลวงสำหรับทุกชีวิต ตามหลักพระพุทธศาสนามี 3 ประการ กล่าวคือ ความแก่ 1 ความเจ็บ 1 และความตาย 1
ไม่มีภัยอื่นใดที่ผู้คนหวาดหวั่นครั่มคร้ามไปมากกว่าภัยทั้งสามประการนี้อีกแล้ว

พระพุทธองค์ผู้ทรงพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ
ได้โปรดประทานหนทางดับภัยไว้แล้วแก่โลก กล่าวคือ “อริยมรรค”
ซึ่งเป็นไปเพื่อละ เพื่อล่วงพ้นภัย ย่อมดับเหตุแห่งการเกิด ที่นำไปสู่ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ได้อย่างสิ้นเชิง
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระปัจฉิมวาจาก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า
“วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ”
แปลความว่า “สังขารมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด”


จึงขอทุกท่านหันกลับมาพิจารณาชีวิตของตน ผู้ล้วนกำลังเผชิญภยันตรายกันอยู่ทั่วหน้า
โดยไม่อาจทราบได้ว่าความเจ็บและความตายจะมาถึงเมื่อไร ขอจงเร่งสั่งสมอบรม “ความไม่ประมาท” ให้ถึงพร้อม
ขอจงเร่งขวนขวายสั่งสมเพิ่มพูนกุศลธรรมให้เจริญงอกงามขึ้นในตน เพื่อผลคือ “สติ” และ “ปัญญา”
อันสามารถช่วยให้ล่วงพ้นจากภัยได้ ในที่ทุกสถานและในกาลทุกเมื่อ

ขอสาธุชนอย่าละเลยการบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อันนับเป็น “ปฏิบัติบูชา” ที่พึงกระทำต่อพระรัตนตรัย
เพื่อความดำรงคงมั่นแห่งพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประทีปส่องใจเวไนยนิกรทั้งปวงสืบไปตลอดกาลนาน เทอญ.

 

 6 
 เมื่อ: มีนาคม 28, 2020, 12:58:29 PM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR
เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานพระคติธรรม เป็นกำลังใจในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ความว่า

“ไม่มีชีวิตใดประสบแต่ความเกษมสุข ปราศจากทุกข์ภัยไปได้ตลอด
เมื่อเกิดมาแล้ว จึงจำเป็นต้องขวนขวายสั่งสม ‘สติ’ และ ‘ปัญญา’ สำหรับเป็นอุปกรณ์บำบัดความทุกข์อยู่ทุกเมื่อ
เพื่อให้สมกับที่ดำรงอัตภาพแห่งมนุษย์ผู้มีศักยภาพต่อการพัฒนา
ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดซึ่งก่อให้เกิดความหวาดหวั่นครั่นคร้ามกันทั่วหน้า
ทุกคนมีหน้าที่แสวงหาหนทางเพิ่มพูน ‘สติ’ และ ‘ปัญญา’ พร้อมทั้งแบ่งปันหยิบยื่นให้แก่เพื่อนร่วมสังคม
อย่าปล่อยให้ความกลัวภัยและความหดหู่ท้อถอย คุกคามเข้าบั่นทอนความเข้มแข็งของจิตใจ
ในอันที่จะอดทน พากเพียร เสียสละ และสามัคคี

มีธรรมภาษิตบทหนึ่งในพระพุทธศาสนา พึงน้อมนำมาเตือนใจในยามนี้ ว่า
‘เมื่อถึงยามคับขันประชาชนต้องการผู้กล้าหาญ, เมื่อถึงคราวปรึกษางาน ต้องการผู้ที่ไม่พูดพล่าม,
ยามมีข้าวน้ำ ต้องการผู้เป็นที่รัก, ยามเกิดปัญหา ต้องการบัณฑิต’

ขอทุกท่านจงเป็น ‘ผู้กล้าหาญ’ ที่จะละความดื้อด้านเห็นแก่ตัว ความเคยตัว และความไม่ระมัดระวังตัว
ขอจงเป็น ‘ผู้ที่ไม่พูดพล่าม’ โดยปราศจากสาระ ก่อความร้าวฉานชิงชัง ในยามที่สังคมต้องการสาระ คำปรึกษาหารือ และกำลังใจ
แต่จงประพฤติตนเป็น ‘บัณฑิต’ ผู้รู้รักษากายใจของตัวให้ปลอดจากโรคกายโรคใจ เป็นผู้ฉลาดศึกษา ค้นคว้า วางแผน ชี้แนะ และลงมือทำ

ทั้งนี้ ถ้าแต่ละคนแม้เพียงตั้งจิตไว้ในธรรมฝ่ายสุจริต ไม่ถลำลงสู่ความคิดชั่ว อันนำไปสู่การพูดชั่วและทำชั่วซ้ำเติม
ก็นับว่าได้ช่วยบรรเทาปัญหาของโลกแล้ว และยิ่งหากท่านมีดวงจิตผ่องแผ้วด้วยเมตตาการุณยธรรม
นำความปรารถนาดีเผื่อแผ่ไปสู่ทุกชีวิตอย่างเสมอหน้า ความทุกข์ยากที่เราทั้งหลายต่างเผชิญ ย่อมจะคลี่คลายได้ในไม่ช้า

 
วโร วรญฺญู วรโท วราหโร
 อนุตฺตโร ธมฺมวรํ อเทสยิ
 อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ
 เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงรู้ธรรมอันประเสริฐ ประทานธรรมอันประเสริฐ
ทรงนำมาซึ่งธรรมอันประเสริฐ เป็นผู้ยอดเยี่ยม ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ
แม้อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า ด้วยคำสัตย์นี้
ขอความสวัสดีจงมีแด่ท่าน เทอญ.”

 

 7 
 เมื่อ: มีนาคม 22, 2020, 10:31:44 PM 
เริ่มโดย golfreeze - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR
อนุโมทนาสาธุครับน้องกอล์ฟ

 8 
 เมื่อ: มีนาคม 22, 2020, 08:39:28 PM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR
รักคุณ"ป้า"เท่าฟ้า

ช่วงวิกฤตไวรัสโคโรน่าหรือโควิด 19 ทุกคนต่างหวาดวิตก ถึงขั้นวิตกจริตจิตตกกันแทบครึ่งค่อนประเทศ
เศรษฐกิจและธุรกิจเกือบทุกแขนงต่างได้รับผลกระทบมากเป็นวงกว้าง
ไม่พ้นแม้วงการกีฬาและยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดอยู่ในวงจำกัด
คุณป้าวัย 60 คนที่ผมร่วมทำงานด้วยมา 30 ปี
ท่านมีโรคร้ายอยู่แล้วหลายโรค ซ้ำเติมด้วยไวรัสโคโรน่าหรือโควิด 19 เข้าไปอีก
มันยิ่งวิกฤตยิ่งกว่าวิกฤตกับชีวิตของท่านเหลือเกิน 
คุณป้าท่านมีลูกทั้งหมด 4 คน คนโตชื่อ หาญ คนที่2ชื่อ จ้าง
อีก 2 คนเป็นบุตรบุญธรรมชื่อ นก และ ชื่อ ยิ้ม 
นโยบายภายในบ้านของคุณป้าพี่หาญจะเป็นคนสั่งการและวางแผนทั้งหมด
แม้แต่เรื่องอาหาร พี่หาญจะให้เชฟทำอาหารดินเนอร์แบบ full course ให้พี่หาญก่อน
อาหารที่เหลือจึงค่อยถูกแบ่งให้คุณป้าและลูกอีก 3 คน
เรื่องหมอรักษาคุณป้าก็เช่นกัน พี่หาญแกก็จัดการสรรหาหมอมาคนแล้วคนเล่า
แต่ดูเหมือนว่าหมอคนใหม่นี้พี่หาญจะไม่ได้เข้าไปยุ่ง…!
หมอคนนี้ดูดีมีสกุลไม่ธรรมดา แถมยังไม่รับค่ารักษาพยาบาลคุณป้าและที่สำคัญมีเงินเป็นโกดัง....
ซึ่งก็ดีกว่าหมอเจ๊กคนเก่าอย่างชนิดเทียบชั้นกันไม่ได้ ที่จ้องจะกดปุ่มตะพึดตะพือ ยื่นบิลขอค่ารักษาอย่างเดียว
รักษามา 18 เดือนเห็นท่าคุณป้าจะไม่รอดและอาจจะไม่มีเงินค่ารักษา จึงขอถอนตัวไม่รักษาคุณป้าต่อ
ก่อนจะออกไปยังมีคำพูดเย้ยหยันคุณป้าและลูกๆอีกว่า "ผมทำงานที่อื่นนาทีต่อนาทีได้เงินมากกว่าค่าจ้างที่ต้องรักษาป้าเยอะ"
ผมนี่โคตรรู้สึกสงสารคุณป้าและลูกคุณป้าเลยที่ได้หมออย่างนี้
หมอใหม่คนนี้ดูแล้ว คาดว่าน่าจะรักษาโรคร้ายและไวรัสโควิด19 ของคุณป้าที่อาการกำลังวิกฤตอยู่ตอนนี้ได้อย่างแน่นอน....
ผมมีความรู้สึกเชื่อมั่นอย่างนั้นจริงๆ........
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ผมอดสงสัยไม่ได้ก็คือ...”ใคร”กันนะที่ส่งหมอใหม่คนนี้มา.......อืม..หรือว่าจะเป็น......! !
ท้ายนี้ขออวยพรให้คุณป้าผ่านพ้นวิกฤตอันหนักหนานี้ไปได้โดยไม่บอบช้ำมากนัก 
กลับมาแข็งแรงและหายเป็นปกติโดยเร็วนะครับ



รักคุณ"ป้า"เท่าฟ้า

AVATAR...KAMMATAN.COM
http://www.kammatan.com/board/

 9 
 เมื่อ: มีนาคม 19, 2020, 07:24:22 AM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR
มีเหตุผล
ที่ทุกวันนี้เราคุยกันแต่เรื่องโควิด
มีเหตุผล
ที่เราจะรู้สึกเหมือนถูกไล่ล่า
ราวกับใกล้เผชิญหน้าศัตรูในสงคราม
มีเหตุผล
ที่เราจะเตือนกัน ส่งคำแนะนำถึงกัน
ไม่ให้ประมาทกับโควิด
มีเหตุผล
ที่เราจะเตรียมความพร้อม
เพื่อการอยู่รอดของตนและคนในครอบครัว
แต่ไม่สมเหตุสมผล
ที่เราต้องหมกจมกับอารมณ์กลัวให้เครียดเปล่า
ทั้งที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้น
และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดขึ้นกับเราหรือไม่
ไม่สมเหตุสมผล
ที่เราจะเอาใจไปรับแรงกดดันจากบรรยากาศ
เหมือนจับกังที่รีบแบกกระสอบขึ้นหลัง
ก่อนถึงคิวขนส่งของเราจริงๆ
ไม่สมเหตุสมผล
ที่เราจะต้องคิด คิด และคิดอยู่ตลอดเวลา
แบบวนไปเวียนมาซ้ำๆไม่เลิกว่า ต้องทำไงอีก
ทั้งที่แน่ใจว่าเตรียมความพร้อมเท่าที่จะทำได้แล้ว
ไม่สมเหตุสมผล
ที่เราจะพูดใส่กันว่า ‘ไม่มีอารมณ์’
ตอนมีใครชวนให้หาความบันเทิงบ้าง
หรือหาความสงบสุขจากการนึกถึงพระบ้าง
ไม่สมเหตุสมผล
ที่เราจะระแวงเภทภัยอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
เจอใครไม่ได้ จับต้องอะไรไม่กล้า
เหมือนคนเป็นบ้า ไหล่กระตุก มือกระตุกไปทุกกระดิก
โลกนี้มีความสมเหตุสมผลโดยตัวของมันเอง
เมื่อเราคิดได้สมเหตุสมผลพอดีกัน
ใจก็จะอยู่กับโฟกัสที่พอดี
คือ ตื่นตัว ไม่ตื่นตระหนก
มีจิตหนักแน่น ไม่ใช่หนักอกหนักใจ
เป็นสุขกับวันนี้ได้ ไม่ใช่มัวเป็นทุกข์กับวันหน้าอยู่ตลอด
ต่อให้รู้ตัวว่าติดโรค
ก็เห็นตามจริงว่า โรคนี้รักษาหายขาดกันเกือบทั้งเมือง
ไม่ใช่แค่รู้ตัวว่าเฉียดใกล้คนติดโรค
แล้วโวยวายก้องโลกว่าโชคร้าย
ต้องตายแน่ แย่ไปชั่วลูกชั่วหลาน
โควิดอาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆตื้นๆแบบ
ป๊อบแป๊บแล้วมันจะผ่านไป
แต่ก็ไม่ยากถึงขนาดต้องปักใจเชื่อว่า
สมควรประสาทกินกันได้แล้ววันนี้!

 10 
 เมื่อ: มีนาคม 11, 2020, 04:49:05 PM 
เริ่มโดย AVATAR - กระทู้ล่าสุด โดย AVATAR
"ทุกวันนี้จะไปไหน อันตรายเหลือเกิน
เดินไปไหนมาไหนก็มีเชื้อโรค
ออกไปข้างนอกก็มีกราดยิง
สมัยนี้มันเป็นยุคมิคสัญญี
เราจะมีอะไรเป็นที่พึ่งดี?
แน่วแน่ในศีล แน่วแน่ในภาวนา
นี่ล่ะ...จะเป็นที่พึ่งของเราได้แน่นอน"

หลวงพ่อวันชัย วิจิตโต

หน้า: [1] 2 3 ... 10