KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับ

ห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐาน => คุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอม => ข้อความที่เริ่มโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 09, 2010, 03:19:48 PM



หัวข้อ: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 09, 2010, 03:19:48 PM
วันนี้ วันที่ 9 ธันวาคม พรุ่งนี้หยุดราชการ 1 วัน


ช่วยชาติเรื่อง ใดๆ ได้บ้าง ก็รีบช่วย

ก่อนจะไม่มีชาติไว้ให้ช่วย  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ ธันวาคม 09, 2010, 03:44:20 PM
วันนี้ วันที่ 9 ธันวาคม พรุ่งนี้หยุดราชการ 1 วัน


ช่วยชาติเรื่อง ใดๆ ได้บ้าง ก็รีบช่วย

ก่อนจะไม่มีชาติไว้ให้ช่วย  ;D

ชาติจะไปไหนแล้วหรอครับผม


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 10, 2010, 12:49:51 AM
ไป เที่ยว ทีสนุก
 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ ธันวาคม 14, 2010, 09:18:47 AM
ไป เที่ยว ทีสนุก
 ;D

ผมไปบริจาคของใช้ เสื้อผ้า แล้วก็ไปสร้างห้องสมุด ให้เด็กๆชาวเขา ที่ จ.ตาก มาครับพี่ๆ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ ธันวาคม 14, 2010, 11:47:42 AM
เยี่ยมเลย...โลกต้องมีแบบนี้บ้าง...จะได้สงบสุข สันติสุข...อันเกิดจากการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจกัน ปรารถให้มีความสุข พ้นจากทุกข์
มากบ้างน้อยบ้างตามกำลังที่มี

ประเสริฐแล้วครับน้องกอล์ฟ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ ธันวาคม 14, 2010, 11:57:22 AM
ครับผม เอาบุญ กุศล มาแบ่ง พี่ AVATAR กับ พี่ the suffering ด้วยน่ะครับ

แล้วก็พี่ๆ น้องๆ ในบอร์ด kammatan.com ด้วยน่ะครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 14, 2010, 10:50:05 PM
โมทนาบุญ ในวัตถุทานด้วยจ้า

และโมทนาในนามของทุกๆ รูปนาม อีกด้วยเน้อ ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 26, 2010, 11:29:04 PM
เวลา ผ่านไปเรื่อยๆ

แม้ เวลากระดิก เพียง 1 ครั้ง ก็ เปลี่ยน ปี พ.ศ. ใหม่

เซลล์ ก็สลาย สร้างใหม่ ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 28, 2010, 10:01:39 PM
ปีเก่า ปีเสือ ปีหน้า ปีกระต่าย ฮับ ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 28, 2010, 10:10:20 PM
มีหนังสือ ออกใหม่บางเล่ม มีข้อความ 2 บรรทัด

กล่าวว่า มีการส่งมอบไตรจีวรและบาตรของพระพุทธเจ้า ให้กับผู้ที่ ต้องเผยแผ่ พระพุทธศาสนาต่อไป

มัน เป้น จะได๋ กัน น่อ ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 29, 2010, 09:44:30 AM
การที่มีคนเข้ามาดู เว็บ มี ความต้องการ แยกเป็น 2 ประการ

อันแรก คือ ต้องการรู้พระธรรม

และอันที่สอง คือ เพื่อกวาดล้าง กลุ่มที่ฝักใฝ่ในศาสนาพุทธ

ทราบมาจาก พระบางรูป ท่านบอกว่า มีราคาต่างกันด้วย ดังมาก ราคาสูง ดังเล็กน้อย ราคา น้อย ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ ธันวาคม 29, 2010, 06:58:19 PM
มีอย่างนี้ ด้วยหรอครับผม


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 29, 2010, 08:49:52 PM
อือ  มี ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 29, 2010, 09:22:05 PM
เคล็ด ข้อเท้า+สะโพก ซ้าย ไม่รู้เพราะอะไร

(โรคแก่) แหง๋ ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ธันวาคม 30, 2010, 11:48:13 PM
สงสัยเพื่อน ๆ ยัง ไปเที่ยว ที่ ภพมนุษย์ กันอยู่ ลามั้ง เนียะ

ให้  เฮาเป็น เจ้าของบล็อกอีกเหมียน  เดิมๆๆๆ

เด๋วลาออก  เน้อ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ ธันวาคม 31, 2010, 05:12:48 AM
ไปรออยู่ภพไหนอะครับ...ระวังบ่เจอกันเน้อ...


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มกราคม 02, 2011, 11:19:27 AM
มีหนังสือ ออกใหม่บางเล่ม มีข้อความ 2 บรรทัด

กล่าวว่า มีการส่งมอบไตรจีวรและบาตรของพระพุทธเจ้า ให้กับผู้ที่ ต้องเผยแผ่ พระพุทธศาสนาต่อไป

มัน เป้น จะได๋ กัน น่อ ;D


รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องของนิกายมหายานนะครับ...


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มกราคม 05, 2011, 11:56:36 PM
ทำไมเรื่องราว มัน ท่าจะพิลึกกันไปใหญ่


มีแต่ กิเลสตามป่วนทั้ง เรา และผู้อื่น แล้ว ก้เบียดเบียนกัน



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มกราคม 06, 2011, 08:53:22 AM


มันก็เป็นแบบนี้แหละครับเรื่องโลกๆ...

นับประสาอะไรศาสนาพุทธเรายังมีหลายนิกายเลย...

ชอบทางไหนก็ไปทางนั้นครับ...ไม่ต้องไปวุ่นวายกับที่อื่นมาก...จนลืมกลับมาดูที่ตัวเอง

ผมเห็นก็เหมือนๆกันหมดแหละครับทุกนิกายทุกศาสนา แต่รายละเอียดปลีกย่อยนั้นต่างกัน (ทางเดินขึ้นเขาจึงอาจวกไปวนมากันบ้าง)

จะไปสนทำไมครับ..แค่ใบไม้ในกำมือเท่านั้นก็พอแล้วมิใช่หรือ... :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ มกราคม 06, 2011, 10:37:45 AM
อิอิ ครับผม ใบไม้หนึ่งกำมือ สู้ๆๆๆๆ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มกราคม 06, 2011, 11:59:34 PM
ส่วนใหญ่ เกิดตอนเผลอ(หลับ)

จน นึกถึง เวลานอน หลับ แล้ว หน่าย

แต่ก็ต้องนอน  เฮ้อ

ไม่ใช่เรื่อง หนุก เล้ย ท่าน ทั้ง 2
;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มกราคม 07, 2011, 12:03:11 AM
ถามหน่อย เรื่องพระธาตุ มีคนบางคน เอามาให้ดู แบบให้จับได้ด้วย

แต่ใจสัมผัส ไม่ได้ถึงพลังพุทธคุณ

ไม่เหมือนตอน เห็นพระธาตุเขี้ยวแก้วที่มาจากเมืองจีน หลายปีมาแล้ว
 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มกราคม 07, 2011, 03:22:06 AM
ลองนึกถึงนี่นะครับ...

พระอรหันต์กับพระพุทธเจ้านั้นบารมีต่างกัน...(ผมก็แจกแจงแบบง่ายๆให้ไปแล้ว)

ความรู้สึกจึงไม่เหมือนกัน...

เหมือนกับไปจับมือกับนายกรัฐมนตรีและไปสัมผัสพระหัตถ์กับองค์พระมหากษัตริย์ ...ความรู้สึกมันต่างกันครับนึกภาพออกมั๊ยครับ

เอาถ้ายังไม่เคย...

ไปจับมือกับผู้ใหญ่บ้านกับไปจับมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด...เข้าใจมั๊ยครับว่ามันรู้สึกไม่เหมือนกัน

พอไปจับมือผู้ใหญ่บ้านก็อือ..งั้นๆ...ถ้าลองไปจับมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกมันก็จะแตกต่างแล้ว...

โอ...มั๊ยครับ... ;)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ มกราคม 07, 2011, 10:09:42 AM
ใจเย็นก่อนเด้อ จะรีบลาออกไปไหน ครับ อิอิ

ไปเที่ยวไหนมาหรอครับพี่ ช่วงปีใหม่


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มกราคม 07, 2011, 02:12:40 PM
ใช่ครับ อย่าเพิ่งท้อครับ อย่าเพิ่งท้อ...

สังเกตดูเอาเองว่าพอจะสิ้นปีกำลังใจมันจะแผ่วลงแบบไม่ทราบสาเหตุและเป็นแทบทุกปี

จนคิดทุกทีว่าเออ...กลับไปหาอาจารย์เอากำลังใจหน่อยดีกว่า...พอนึกได้อย่างนี้ก็ดีขึ้นครับ...แล้วก็ภาวนาเอาแล้วท่านก็มาหาเราใกล้ๆ
เอง ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลาเปลืองน้ำมันไปเปล่าๆกำลังใจก็กลับมาอีก

เมื่อ ๒ วันก่อน ก็มีเพื่อนที่เป็นคุณหมอแกบ่นๆแบบนี้เหมือนกัน แบบนี้ครับ

"บางช่วงศรัทธาเราจะอ่อนอย่างไม่เหตุผล เคยเป็นบ้างไหมครับ
(บางอาจารย์ก็บอกว่าเหตุมาจากศีลเรายังไม่บริสุทธิ์พอ มรรคผลจึงเห็นยังไม่ชัด)
กัลยาณมิตรที่ระดับภูมิเสมอ หรือเหนือกว่า หรือครูบาอาจารย์จึงน่าจะเป็นที่พึ่งยามยากนั้น"

ตอบ...เป็นครับ...ศรัทธาและกำลังใจไม่น่าอ่อนแรง..น่าจะเป็นธาตุขันธ์ที่ทรงอยู่อาจจะอ่อนล้าไปตามสภาพของอนัตตาไม่น่าเป็นห่วงหรอกครับ...ศีลนั้นรักษาให้บริสุทธิ์เอาไว้ทำสมถะแล้วจะเนียนดีเท่านั้นเอง อินทรีย์เรายังอ่อนอยู่เอาแค่ศีล5ก็พอ ...ถึงเวลาจะมีผู้รู้มาบอกเองครับ...ไม่ต้องห่วง...ค่อยๆทำไปครับคุณหมอ..เป็นงานประณีตละเมียด..แล้วก็เนียนสุดยอดแหละครับ...ไม่ต้องไปหักโหมเร่งจนเกินไปนัก

ครับเหนื่อยก็พักกันก่อนก็ได้ครับ มีกำลังค่อยมาลุยกันใหม่ได้ไม่ว่ากันอยู่แล้วครับ... :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มกราคม 08, 2011, 12:30:24 AM
เรื่อง การสัมผัสพระธาตุ(ของพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ ของพระปัจเจก หรือพระอรหันต์) แล้ว ไม่ซึ้ง

เพราะเรามิได้เป้นสาวกของท่าน


แต่เรา เป็นสาวกของ พระพุทธเจ้า องค์ปัจจุบัน จึงสัมผัสได้ (ด้วยพลังพุทธคุณ..ลึกซึ้ง) กว่า ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มกราคม 08, 2011, 03:21:02 AM


เป็นไปดังนั้นแล....


 


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มกราคม 08, 2011, 10:51:10 PM
ไปแชทที่ ลานธรรมจักร ปวดเศียรเวียนเกล้า

กับชาวพุทธ ที่ไม่รู้หลักของพระพุทธศาสนา

 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มกราคม 09, 2011, 04:31:10 AM
ธรรมะมีหลายระดับตามภูมิธรรมไป...

จะเข้าไปเล่นกับเค้า..."ต้องรู้เขารู้เรา" จึงจะยังให้เกิดประโยชน์...ไม่เช่นนั้นจะพากัน"เป๋"ไปหมด

คนหลายหลาก...ภูมิธรรมก็แตกต่างกันไป...บางทีเรารู้ว่ามันง่ายแต่พออธิบายชี้แจงไป...อธิบายให้ตายเค้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

ต้องใช้เวลาและการสะสมมานานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน....จึงจะคุยกันได้เข้าใจและถึงแก่น....และรู้ใจ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ มกราคม 10, 2011, 11:16:44 AM
มาแล้วๆๆ ครับ อย่าเพิ่งรีบลาออกนะครับ ช่วยกันไปก่อนเด้อ สร้างบารมี อิอิ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มกราคม 14, 2011, 12:20:27 AM
ไปแชทธรราม ที่วัดเกาะ อุการาม ลำปาง

มีตะคนเก่ง

แต่ชอบคุยกัน เรื่องเล่นๆ  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มีนาคม 11, 2011, 01:04:37 AM
เพราะ ทำเล่น 

จึงไม่ผ่านด่านอรหันต์

เป็น เช่นนั้นเอง   ....

.......             ..................  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มีนาคม 17, 2011, 02:37:01 PM
ทำกรรมใด ย่อมต้องรับผล ของกรรมนั้น


11 มีนาคม  2554 เกาะฮอนชู ของญีปุ่น  และยังมีภาคต่ออีกด้วย


ทวีปอเมริกา ยุโรป

กรรมจาก การทำร้าย โลก และเพื่อนร่วมโลก

 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มีนาคม 19, 2011, 10:28:39 AM
ภาวะแห่งนิพพาน ท่านกล่าวว่าเป็นสันติลักขณะ คือมีลักษณะสงบจากกิเลสและขันธ์ ๕ พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นอาการที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิเลสและขันธ์

เป็นภาวะที่ว่างจากความยึดถือในตัวตน

เป็นภาวะที่อยู่เหนืออารมณ์ของโลก เป็นอิสระจากสุข-ทุกข์ทั้งปวง

แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเหลือ มีอยู่อย่างไม่มี(เจ้าของ)นั่นแล


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มีนาคม 27, 2011, 11:07:12 PM
เด๋ว นี้ เข้ามาไม่เคย ประสบท่าน เจ้าของ และ ผู้จัดการเว็บ อวตาร มั่งเลย  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มีนาคม 28, 2011, 11:00:04 PM
ต้องเจอกันอยู่แล้วครับ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ เมษายน 02, 2011, 12:42:59 AM
ภาษา นักบริหาร


เพื่อความเหมาะสม  เมื่อเหมาะสม

  แอะ แอะ ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ เมษายน 02, 2011, 09:55:29 PM
บริหารตัวเองและผู้ใกล้ชิด ติดตามกันมา


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ เมษายน 09, 2011, 12:45:47 PM
สงกรานต์ปิดหลายวัน

คาดว่า จะไปหาที่นอนในวัดหรือสำนักปธรรม  สักที่

ดีกว่า อยู่เกเร ที่บ้าน  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ เมษายน 10, 2011, 12:32:35 AM
ดีครับ สำหรับผมก็คงอยู่แถวๆนี้แหละครับ และก็ได้รับความไว้วางใจ(วิบาก)ให้ทำงานหินๆอีกแล้ว ระหว่างปิดเทอม
เฮ้อ...ว่าจะหาเวลาว่างพาเด็กๆไปผ่อนคลายกันหน่อย งานเข้าอีกแล้ว  ;)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ เมษายน 13, 2011, 08:33:18 PM
งานหิน

ครือ ....อะไร ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ เมษายน 13, 2011, 10:19:50 PM
เปลี่ยนขาเครื่องบินจัมโบ้ ที่มี 5 ขาครับ
(Boeing 747-400 Landing Gear Change )

 


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ เมษายน 15, 2011, 02:14:18 PM
????

งานโลหะ นะนั่น

อาจ+ ผลิตภัณฑ์ สังเคราะห์ บ้าง

แต่ อาจจะมี ใยหิน ด้วย มั๊ง


 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ เมษายน 17, 2011, 02:22:56 AM
ในเครื่องบินอาจมีใยหินได้ โดยเฉพาะพวกที่ดูดซับเสียง

สำหรับที่ขาเครื่องบินนี้ไม่มีครับ

แต่ที่น่าห่วงตอนนี้ก็ไฟล์ท ไปญี่ปุ่นที่กัมมันตภาพรังสี มาเกาะเยอะแถวขาของเครื่องบิน(Landing Gears)

ไม่เป็นไรมีเครื่องวัดและรังสีน้อยอยู่ครับ

งานหินหมายถึงงานยากๆใช้เวลาในการทำนาน ใช้เทคนิคและความสามารถ ทักษะสูง แบบที่ไม่ค่อยจะมีใครอยากอาสาทำกันนักครับ  :)

ตามแพลนเสร็จสิ้นเดือนนี้ครับ

งานแบบนี้ถึงจะใช้ความสามารถและเทคนิคสูง แต่ที่ผมชอบมากๆก็คือ ทำกับเครื่องกลไก "มันไม่มีชีวิต"

จัดการกับน้องๆให้ทำและจัดการกับนาย ยากกว่าเยอะครับ ไม่รู้จะออกรูปไหน ก็มีกฎแห่งกรรมหรือวิบากรรมมารออยู่หมดทุกทาง

ทำกับสิ่งไม่มีชีวิตสบาย ไม่ต้องรับวิบากกรรมแต่ประการใด  ;)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ เมษายน 18, 2011, 12:04:45 PM
กลับมาแล้วเน๊อะ ครับ

ผมมีโอกาสได้ไปกราบพระอรหันต์ธาตุ มาครับผม ที่ วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง ใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

เอาบุญกุศลมาแบ่งพวกท่านๆ ด้วยนะครับ

เข้าไปดูรูปได้ที่นี่ ครับผม

http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=1024.0


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ เมษายน 19, 2011, 10:42:36 PM
พระธาตุของระดับเอตทัคคะทั้งน้านเลย...อัญเชิญมาได้อย่างไรกันนี่ มากมายขนาดนี้  :)

 


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤษภาคม 09, 2011, 09:50:51 AM
เคยเป็นแบบนี้บ้างไหม
เดิน จนปวดขา ยังไม่สำนึกว่ามันปวด ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ พฤษภาคม 13, 2011, 12:15:00 PM
กายมันเจ็บปวดก็รู้นะครับ แต่ใจมันไม่ได้ไปเจ็บปวดตามด้วย


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 01:41:04 AM
ที่ว่า มาว่า  เดินจนขาลาก 

ใจมัน ยังอวดดี  ว่า เด๋ว ก้ แก้ทุกข์ได้ด้วยการหยุดเดิน

ไม่สำเหนียกว่า  กาย มันทุกข์  ของแท้  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 01:47:23 AM
1 สัปดาห์ มานี่ แบก ขันธุ์ ทั้งของตัวและชาวบ้าน  ร้าวระบมเลย


ครือ  เรื่อง งาน แหละ คนจะเอา แล้วไม่ได้อย่างที่ต้องการ ก็ หาเรื่่อง กัน

มันแปลกที่  ไม่ถูกหน้า กันมานาน แล้ว

แต่ ท่านยังหาโอกาส  เหมาะไม่ได้

คราวนี้ มีจังหวะ เลยฟาดเราเข้าให้  ..... พอรำคาญ

ดี..ทำให้  ได้ตรวจสอบว่าเรายังกระเพื่อม  ๆ ๆ  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 09:25:38 PM

ถ้าใจมันยังหาทางแก้ไขอยู่นั่นก็ไม่เป็นกลางและไม่ใช่วิถีทางของไตรลักษณ์หรอกครับ

ถ้าใจมันเป็นกลางจริงมันก็จะดูร่างกายมันเดินไปถึงแม้มันจะไม่ไหวจนขามันสั่น

ใจก็มองเพียงเห็นขามันสั่น ก็เป็นไปตามธรรมชาติของมันเองเมื่อใช้พลังงานสุดๆจนโอเวอร์ มันก็จะเป็นของมันเองแบบอัติโนมัติ

คล้ายๆการช็อคกระตุกของกล้ามเนื้อ เพื่อส่งถ่ายพลังงานออกไปในจุดที่หมดพลังงาน มันเป็นของมันเอง ไม่มีใครบังคับมันได้หรอกนะครับ

จนมันทำงานของมันจนไม่ไหวแล้วขามันก็ พับ ลงไป แค่นั้นแหละครับ หรือมีเหตุให้ต้องหยุด ไม่ใช่ใจหรือคิด สั่งให้หยุด

ใจก็ดูที่มันเป็นไป

แต่ความคิดก็คือทำอย่างไรจะดับความทุกข์ที่เจ็บขาอยู่ตอนนั้นให้ได้ต่างหาก แยกกันให้ออก


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 09:52:56 PM
ปลื้มใจมากครับ วันนี้ไปเวียนเทียนมา ชาวพุทธเรา นั่งรอเวียนเทียนเยอะมากๆ บ้างคนแก่ก็จูงลูกจูงหลานมา

บ้างก็มากันเป็นคู่ บ้างก็มาเป็นครอบครัวใหญ่ ดีนะครับที่ชาวพุทธยังให้ความสำคัญกับวันแห่งแสงสว่างของพระธรรมบังเกิดบนโลก

วันที่ชาวพุทธควรระลึกถึงพระมหากรุณาแห่งองค์พระศาสดา องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงละซึ่่งจากกิเลส ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

อนุโมทนาสาธุ ครับผม  ;)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ พฤษภาคม 17, 2011, 10:09:34 PM
ผมก็ ๒ อาทิตย์ก่อนแหละครับ ดีครับมาได้บททดสอบว่าเราปฏิบัติมาเรานิ่งได้พอ ใจกระเพื่อมหวั่นไหวบ้างหรือเปล่า

ปะทะกันมากจนล้าเลย ก็กระเพื่อมบ้าง แล้วตามดูติดตลอดไม่ให้หลุด หรือหลุดไปบ้างก็ไม่ต้องวิตกมากนัก

ไม่ใช่ว่าคิดเอาว่าเราปฏิบัติดีแล้ว แต่พอมาเจอสิ่งกระทบจริงๆก็ วีนแตก โวยแหลก บางคนไม่พูดมากแต่ขี้งอนน้อยใจไปซะก็มี ซึ่งก็คือยังไม่เข้าใจในธรรมทั้งสิ้น  ดีครับลองทดสอบดู ถ้าเราเห็นตัวเองโดนกระทบแล้วมีปฏิกริยามีอารมณ์ เห็นอารมณ์ของตัวเองแค่นี้ก็ใช้ได้ดีทีเดียวแล้วล่ะครับ

ไปเวียนเทียนดีมากๆครับ ช่วยกันสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่

 :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มิถุนายน 10, 2011, 12:19:33 AM
มีแบบทดสอบ  ความมีตัวตน ของๆ ตนมา


เสีย เวลาไป 3 สัปดาห์  เทียว


แต่ด้วย  เหตุ บังเอิญ หรือเป่าไม่รู้


จึง  พอกล้อมแกล้มผ่าน ไปได้ 

จิตตระหนก  ตก ร่วง  กระเพื่อม  ปั่นป่วน  ...นั่นเชียว*

สู้ด้วย    เร่ง  ป.ธรรม   นาน ขึ้น มาก  ก ก ก    ๆ   

เพราะทุกข์  บีบคั้น

และหาทางออกได้ทางเดียว คือ เบียดทุกข์ด้วย การวางมัน หรือ อะไรหว่า ลืมมัน  ..เป่าเนียะ



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มิถุนายน 10, 2011, 12:25:08 AM
นอน  แล้ว


ไม่  มี  ใคร เข้า มาตอน เรา เข้า สักที

ท่านตา อว - ตาน

น้อง กอล ล  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มิถุนายน 20, 2011, 02:20:02 AM
เวลา ๓ สัปดาห์ นั่นไม่เสียไปเสียทีเดียว อย่างน้อยเราได้ทบทวน ตรวจสอบตนเอง และรู้ตัวเองได้เป็นอย่างดี

เมื่อเราปฏิบัติมาแล้วมันจึงผ่านมาได้และยังปัญญาให้เกิดแก่เรา นั่นได้ทดสอบของจริงว่าเรานั้น จริงๆแล้วประมาณไหนซึ่งเรารู้ได้ด้วยตนเอง

สำหรับทุกข์ ไม่มีใครไปเบียดเบียนมันได้หรอก มันนั่นต่างหากที่บีบคั้นเราทุกซอกมุม อย่างธรรมชาติ ทุกลมหายใจ เนียนจนเราไม่รู้ตัวเลย... :)

สำหรับทางออกตามทฤษฎี มี ๒ ทาง เดี๋ยวมาว่าให้ฟังพรุ่งนี้ ค่ำๆ  :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ มิถุนายน 20, 2011, 01:56:55 PM
ช่วงอาทิตย์เมื่อกี้ ได้กลับไปอุบล มาครับ

ผมมีโอกาสได้แวะเข้าไป ถวายน้ำปานะ ให้กับพระผู้ใหญ่ในวัดหนองป่าพง มาครับ

(เอาบุญกุศลมาแบ่งๆ พี่ต่าย กับพี่ผู้เล็งเห็นทุกข์ และพี่ๆ ในบอร์ด ทุกท่านด้วยนะครับ)

ปีที่แล้ว ช่วงเดือนนี้ ผมได้มีโอากาสบวช แล้วก็อาศัยสถานที่ อันสัปปายะ และได้พบเพื่อนสหธรรมิก

ผู้เปี่ยมไปด้วยศรัธราในพระพุทธศาสนา และแนวทางพ้นทุกข์ตามที่องค์พระพุทธเจ้าท่านวางแนวทางไว้

เพื่อเดินไปบนทางแห่งการสละซึ่งกิเลส ตัณหา

ผมได้เข้าใจว่าบางครั้งสถานที่ ที่เราไปปฏิบัติก็สำคัญเหมือนกันนะครับ

ที่ที่สงบ ในเมืองไทย ก็ยังพอมีอยู่บ้าง แต่ที่สำคัญเราควรมีหลักวิธีปฏิบัติไว้ จะไป ณ ที่แห่งใดก็จักภาวนาได้

ก็ขอเป็นกำลังใจให้กันและกัน นะครับ พี่ๆน้องๆนักปฏิบัติทุกท่าน

 ;)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มิถุนายน 20, 2011, 11:04:29 PM
อนุโมทนาครับน้องกอล์ฟ

เรื่องการภาวนานั้นไม่ได้ทิ้ง เราภาวนาที่ไหนก็ได้ ในที่คนหมู่มากก็ได้ถ้าเราฝึกมาดีพอ ทำได้ทุกที่ทุกสถานครับ

... อารมณ์จิต ที่ไม่แน่นอน
เนื่องจากอารมณ์จิตที่ไม่แน่นอน บางคราวขณะปฏิบัติกรรมฐาน มีอารมณ์แนบสนิท ลมหายใจละเอียด จิตเป็นสมาธิแน่วแน่ดีแต่พอเลิกแล้ว วันรุ่งขึ้น หรือคราวต่อไป กลับมีอารมณ์ส่ายออกภายนอกจนบังคับไม่อยู่สร้างความกลัดกลุ้มแก่ผู้ปฏิบัติทุกท่านมาแล้ว อาการอย่างนี้ไม่มีผู้ปฏิบัติท่านใดไม่ประสบ ต่างก็เจอกันมาจนเป็นเรื่องธรรมดาของนักปฏิบัติทุกคน ซึ่งวิธีการแก้อารมณ์ฟุ้งซ่าน ไม่ตั้งอยู่ในสมาธินี้ มี 2 อย่างคือ

1. ผู้ปฏิบัติกรรมฐาน ควรมีแนวทางปฏิบัติสองทาง คือ ภาวนา และ พิจารณา
2. เมื่อเกิดอาการดังกล่าวจนระงับไม่ไหว ให้ปล่อยอารมณ์ร่องลอยไปก่อนแล้วค่อยกำหนดจับเอาเมื่อความฟุ้ง ซ่านมีกำลังลดลง และจิตกลับเข้าสู่แนวสมาธิ


ซึ่งวิธีการแก้ทั้ง 2 แบบขยายความได้ดังนี้
ก. ภาวนา คือการภาวนาตามแบบที่ครูบาร์อาจารย์สอน เพื่อให้อารมณ์หยุดจากอารมณ์ภายนอก ให้จิตจดจ่ออยู่กับคำภาวนา เพื่อให้เกิดสมาธิ คำว่าจิตเป็นสมาธินั้นหมายถึงจิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่จิตหยุด โดยไม่รับอารมณ์ใดเลยทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติใหม่มักเข้าใจอย่างนั้นเพราะอาการที่จิตว่างจากอารมณ์นั้น ในการปฏิบัติเบื้องต้น ไม่มี แต่อาการเช่นนั้นเป็นอาการของสัญญาเวทยิตนิโรธ พระอรหันต์ขั้น ปฏิสัมภิทาญาณหรือพระอนาคามีระดับ ปฏิสัมภิทาญาณเท่านั้นจึงจะเข้าสู่อาการดังกล่าวได้ พระอริยะนอกเหนือจากนั้น ถึงแม้จะเป็นพระอรหันต์ระดับเตวิชโชหรือ ฉฬภิญโญ ก็ไม่สามารถทำได้ ปกติของจิต เป็นอย่างนี้เมื่อทราบแล้วว่าจิตไม่ว่างจากอารมณ์ เพื่อฝึกฝนจิตให้มีกำลังที่ควรแก่การเจริญวิปัสสนาญาณในขั้นต่อไป ท่านจึงสอนให้ภาวนา เพื่อโยงจิตให้อยุ่ในอารมณ์ภาวนา คือการหาทางให้จิตนึกคิด แต่นึกคิดในขอบเขตที่มอบหมายให้ ไม่ใช่จะนึกคิดเพ่นพ่าน ซึ่งการภาวนาคาถาบทใดบทหนึ่งนี้ เป็นการระงับความฟุ้งซ่านของจิต แต่ในบางคราว ขณะภาวนาอยู่จิตเกิดมีอารมณ์ฟุ้งซ่านด้วยเหตุใดก็ตาม และเมื่อเกิดมากขึ้นจนห้ามปรามไม่ไหว นักปฏิบัติมักจะเกิดความกลัดกลุ้มดังนั้นเมื่อเห็นว่าบังคับจิตอยู่ในวงแคบคิดเฉพาะคำภาวนาไม่อยู่แล้ว ให้หันมาพิจารณาแทนการภาวนาเพราะการพิจารณาก็เป็นอารมณ์คิดเหมือนกัน แต่ว่าคิดในทาง ละ ปลง พิจารณาตามกรรมฐานกองใดก็ได้เช่นพิจารณาว่าเราต้องตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ต้องป่วยไข้เป็นธรรมดาต้องพลัดพรากจากของรักเป็ธรรมดา ก็สามารถแก้อารมณ์ฟุ้งซ่านได้ กรรมฐานที่เป็นบทภาวนา มีกำลังเป็นสมาธิ ส่วนใหญ่ณาน กรรมฐานประเภทพิจารณา มีกำลังในขั้นอุปจารณานได้ผลเหมือนกัน กรรมฐานภาวนาจะสร้างจิตให้มีกำลังเข้มแข็ง ส่วนกรรมฐานพิจารณาจะทำให้จิตเกิดความฉลาดรู้ตามความเป็นจริง เป็นผลให้เกิดนิพพิทาญาณคือความถอดถอน เบื่อ ซึ่งเป็นเหตุให้ได้มรรคผลรวดเร็ว ต่างฝ่ายก็ดีด้วยกัน เราไม่ได้อย่างโน้นก็ได้อย่างนี้ ดีกว่าปล่อยให้จิตกลัดกลุ้ม ..

ข. ปล่อยอารมณ์... บางครั้งอารมณ์ของจิต มันก็ไม่เอาถ่านเสียเลย จะภาวนา หรือพิจารณา มันก็ไม่เอาด้วยทั้งนั้น
มันคอยจะออกนอกลู่นอกทางไปตามอารมณ์ของมัน ที่เป็นอย่างนี้อาจเป็นเพราะ
1. มีความเหน็ดเหนื่อยเกินไป
2. ความป่วยไข้เบียดเบียน
3. ตั้งใจเกินไป
โดยคิดว่าเมื่อวานเรามีอารมณ์แช่มชื่นดี วันนี้ต้องทำให้ดีกว่า รายไหนก็รายนั้น เป็นเตลิดเปิดเปิงออกนอกลู่นอกทางไปทุกราย
รวมความได้ว่าจิตนั้นไม่อยู่เกณฑ์จะบังคับได้ ท่านให้ปฏิบัติอย่างนี้ คือเมื่อเห็นว่าบังคับไม่ได้ ไม่ไหวจริงๆ ก็ให้ปล่อยให้คิดไปตามเรื่อง จะคิดอะไรก็ช่างเพียงแต่คอยเอาสติคุมไว้ ไม่นานนัก อย่างมากไม่เกิน 20 นาที จิตก็จะหยุดคิด ตอนนี้ท่านสอนให้เริ่มจับอารมณ์ฝึกทันที จิตจะหมดความพยศ และจะมีอารมณ์เรียบ เป็นอารมณ์ณานแนบสนิทอย่างคิดไม่ถึง และจะทรงอยู่ได้นานเกินคาด วิธีนี้จดจำไว้ให้ดีเพราะเป็นวิธีที่ได้ผลมาก ..


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ มิถุนายน 21, 2011, 04:43:57 PM
ขอบคุณสำหรับทริก ดีๆ นะครับพี่ต่าย ^_^



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กรกฎาคม 02, 2011, 08:18:33 PM
ที่เกิดอาการปั่นป่วน

รู้แล้ว ว่่า เพราะ ยังยึดกาย + ใจอยู่

อย่างเหนียวแน่น

ไม่มีคลาย  .... ;D


เกิดจากอะไร หว่า  ใน 5อย่าง  ( อวิชชา  ตัณหา  กรรม อุตุ และ อาหาร)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ กรกฎาคม 02, 2011, 11:25:03 PM
ไม่รู้แจ้งใน อวิชชา

ความไม่รู้อริยสัจ ๔
ไม่รู้นามรูป ของอดีต   
ไม่รู้นามรูป ของอนาคต   
ไม่รู้นามรูป ของทั้งอดีตและอนาคต   
ไม่รู้ปฏิจจสมุปบาท


 


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กรกฎาคม 18, 2011, 12:32:52 AM
ที่ว่ามา นะมัน โมหะ นาท่าน(8เรื่อง)

ยัง ขาดโลภะ กะโทสะ อีก 2**

แล้วก็ ..อันนี้ ( อวิชชา  ตัณหา  กรรม อุตุ และ อาหาร) เป็นเหตุทำให้(กาย+ใจ)เปลี่ยนแปลง.... ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ กรกฎาคม 18, 2011, 03:28:07 AM


โลภะ โทสะ โมหะ มันก็เริ่มมาจากอวิชชาทั้งนั้นเลย

นั่นเพราะไม่แจ้งในอวิชชา เลยไม่รู้ว่าคืออะไร มันมาจากไหนกัน เกิดขึ้นได้อย่างไร

แล้วก็ในวงเล็บนั้นก็คือวงจรของปฏิจจสมุปบาท แต่มองเห็นได้ไม่หมดจรดเท่านั้นเอง

พิจารณาโดยแยบคายด้วยโยนิโสมนสิการ แล้วจะรู้แจ้งแทงตลอดครับ ขอให้เจริญยิ่งขึ้นในธรรม . . .



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กรกฎาคม 25, 2011, 12:33:34 AM
อวิชชา เป็น วงจรของสิ่งที่เป็นเหตุผลกัน**

แต่ กรณี โมหะ มี 8 เรื่องอย่างที่แจ้งมาแล้ว  ครืิอ

1ไม่รู้ืทุกข์
2.ไม่รู้เหตุของทุกข์
3.ไม่รู้ความพ้นทุกข์
4ไม่รู้วิธีปฏิบัติให้พ้นทุกข์
 กลุ่มนี้ รวมว่าไม่รู้อริยสัจ 4

5.ไม่รู้อดีต
6.ไม่รู้อนาคต
7.ไม่รู้ทั้งอดีตและอนาคต
กลุ่มนี้เป้นพวก เชื่อผิดๆ ว่า ตายแล้วสูญ

และ..................8 ไม่รู้อวิชชา า า า า า   ไม่รู้ว่าทราบแล้วจะเปลี่ยน หรือเป่า   ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ กรกฎาคม 25, 2011, 09:10:06 AM
อวิชชา เป็นวงจรตัวแรกที่ถือกำเนิดขึ้นมาและส่งทอดออกไปเป็นลูกโซ่ของปฏิจจสมุปบาท ทำให้เราติดอยู่ในวังวนแห่งวัฏฏสงสาร

จากเมื่อเราทำลายอวิชชาได้และรู้แจ้งแทงตลอดในเหตุและปัจจัยของปฏิจสมุปบาท เมื่อนั้นเราจะรู้แจ้งในอริยสัจ

นั่นคือเราได้ วิชชา มีปัญญารู้แจ้งเห็นจริงแล้วในหลักสัจธรรมทั้งหลาย

ข้อ1-8 จึงจะตามมา สำหรับผู้อยากได้ญาณทัศนะหรือได้ยังไม่ครบอภิญญา6 ก็ปฏิบัติเพิ่มเติมเอาอีกได้

สำหรับท่านที่มีบารมีวาสนาแกร่งกล้าพอก็จะได้มารวดเดียวเสร็จหมดจรดเลย

อวิชชา จึงเป็นด่านที่สาหัสสากรรจ์ที่สุด เราอย่าคิดว่าเราละเอียดแล้วหรือคิดว่าภูมิธรรมตนเองสูงส่ง จนสามารถที่จะตรวจสอบตนเองได้โดยถ่ายเดียว โดยไม่ได้รับการสนทนาตรวจสอบกับเหล่าครูบาอาจารย์หรือท่านที่ภูมิจิตภูมิธรรมที่สูงกว่าเรา เพราะท่านนั้นเป็นผู้ประเสริฐได้ผ่านมาแล้วเป็นลำดับๆไป ถ้าเรามั่นใจว่าเราคิดเองตรวจสอบเอาแต่ตนเองนั้นว่าได้มรรคผลแล้ว โอกาสผิดพลาดหรือหลงทางเข้าสู่วิปัสสนูปกิเลสมีสูง และแก้ไขได้ยากยิ่ง สำหรับผู้ที่เข้าสู่วิปัสสนูปกิเลสแล้วนั้นถ้าไม่มีบุพกรรมต่อกันมามากจริง จะแก้ไขไม่ได้เลยด้วยเหตุที่ยากอย่างยิ่ง คงต้องปล่อยไปตามวิถีแห่งตนไป เพราะละเอียดขนาดได้ญาณแล้วก็ยังไม่หลุดไปจากอวิชชาได้ เพราะอวิชชานั้นร้ายนักดักเอาไว้ทุกประตู

สำหรับในสมัยพุทธกาล พวกนิกายที่หลงผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ เข้าสู่วิปัสสนูปกิเลสไปแล้ว พระพุทธองค์ก็ยังไม่ทรงแก้ให้ นอกจากพวกที่กลับใจมองเห็น แล้วมาปวารณาอยู่กับพระองค์เท่านั้นพระองค์จึงจะถ่ายทอดพระธรรมคำสอนให้เห็นเป็นสัมมาทิฏฐิและกลับมาเดินอยู่ในครรลอง

โดยเหตุที่เฉยเสียเพราะสอนยากเนิ่นช้าเสียเวลาและบังเกิดประโยชน์น้อย

อวิชชา เป็นสังโยชน์ข้อสุดท้าย ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้

เมื่อใดทำลายอวิชชาได้ เมื่อนั้นจึงจะสำเร็จกิจ กิจที่ทำได้ทำแล้ว กิจที่ยิ่งไปกว่านี้อีกเป็นไม่มี


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กรกฎาคม 27, 2011, 12:17:51 AM
ที่แจ้ง มา 8 เรื่อง เป็นเรื่อง โมหะ

 เน้อ  ท่านเน้อ อ อ อ


ทราบแล้วเปลี่ยน ว่า สังโยชน์ ตัวที่ 10 ครือ อวิชชา า า า า  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ กรกฎาคม 27, 2011, 02:46:52 AM
โมหะ คือ ความหลงหรือความไม่รู้ จัดเป็นกิเลสจำพวกหนึ่ง

1ไม่รู้ทุกข์
2.ไม่รู้เหตุของทุกข์
3.ไม่รู้ความพ้นทุกข์
4ไม่รู้วิธีปฏิบัติให้พ้นทุกข์
 กลุ่มนี้ รวมว่าไม่รู้อริยสัจ 4

5.ไม่รู้อดีต
6.ไม่รู้อนาคต
7.ไม่รู้ทั้งอดีตและอนาคต
กลุ่มนี้เป้นพวก เชื่อผิดๆ ว่า ตายแล้วสูญ

และ..................8 ไม่รู้อวิชชา า า า า า

เออ,,,แล้วทำไม ไม่รู้ อวิชชา จึงไม่มีกลุ่มให้รวมอยู่กับชาวบ้านเค้าล่ะ มันอยู่ได้ตัวเดียวโดดๆ ....ก็มัน สุดยอดกว่าใครไง มันบงการอยู่เบื้องหลัง 1-7 ข้างต้นนั่นแหละ

ไม่ว่าจะเริ่มจากไหน โมหะหรืออวิชชา สัจธรรมก็ลงรวมกันได้อยู่ดี


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กรกฎาคม 29, 2011, 11:23:53 AM
อ้างถึง

โมหะ คือ ความหลงหรือความไม่รู้ จัดเป็นกิเลสจำพวกหนึ่ง

1ไม่รู้ทุกข์
2.ไม่รู้เหตุของทุกข์
3.ไม่รู้ความพ้นทุกข์
4ไม่รู้วิธีปฏิบัติให้พ้นทุกข์
 กลุ่มนี้ รวมว่าไม่รู้อริยสัจ 4

5.ไม่รู้อดีต
6.ไม่รู้อนาคต
7.ไม่รู้ทั้งอดีตและอนาคต
กลุ่มนี้เป้นพวก เชื่อผิดๆ ว่า ตายแล้วสูญ

และ..................8 ไม่รู้อวิชชา า า า า า

เออ,,,แล้ว ทำไม ไม่รู้ อวิชชา จึงไม่มีกลุ่มให้รวมอยู่กับชาวบ้านเค้าล่ะ มันอยู่ได้ตัวเดียวโดดๆ ....ก็มัน สุดยอดกว่าใครไง มันบงการอยู่เบื้องหลัง 1-7 ข้างต้นนั่นแหละ

ไม่ว่าจะเริ่มจากไหน โมหะหรืออวิชชา สัจธรรมก็ลงรวมกันได้อยู่ดี

************
ข้อ8 ครือ ไม่รู้ปฏิจจสมุปบาท

และถ้ากล่าวว่า โมหะ คือเซ็ทใหญ่แล้ว  มี ลุกน้องเป็นสับเซ็ท ย่อย ๆ 8 ท่าน ดังที่กล่าวมาาแล้ว


***********
และกรณี สังโยชน์ นั่น  สรุปได้ว่า  กิเลสมีความหยาบ และปราณีต แตกต่างกัน 
ซึ่ง  ข้อแรกๆ เป็นนกิเลสอย่างหยาบ และเพิ่มความละเอีจดปราีตมากขึ้น เรื่อยๆ จนถึง ที่ ข้อ10  อวิชชา ...อันนั้น..อะไร นั่น


***
ข้อมูล คือ ข้อมูล ย่อมมีความแตกต่างจาก  อารมณ์ที่จิต รับได้ แน่นอน 
** ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ กรกฎาคม 29, 2011, 01:18:39 PM



เลือกเอาอย่างไรก็ได้ สุดท้ายลงได้เหมือนกัน ชำระกิเลสสิ้นและทำลายอวิชชาลงได้


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ สิงหาคม 18, 2011, 08:03:21 AM

ภัยที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประพฤติธรรม 4 อย่างโดยพระอาจารย์สุโข กตปุญโญเมื่อ 18 สิงหาคม 2011 เวลา 5:54 น.

ภัยที่เกิดขึ้นขัดขวางผู้ประพฤติธรรมไม่ให้สำเร็จ มรรค ผล มีอยู่ 4 ประการ คือ

1.ภัยจากปลาฉลาม ได้แก่การถูกเพศตรงข้ามยั่วยวน

2.ภัยจากจระเข้ ได้แก่ เห็นแก่ปากแก่ท้อง หิวบ่อย กินบ่อย

3.ภัยจากน้ำวน  ได้แก่ ยังติดอยู่ในกามคุณ 5 คือรูปเสียงกลิ่น รส สัมผัส

4.ภัยจากคลื่นมหาสมุทร ได้แก่ความโกรธ

ภัยเหล่าขัดขวางการบรรลุธรรมขั้นสูงของผู้ประพฤติธรรมทั้งหลาย ไม่ให้ไปสู่เส้นชัยแห่งชีวิต  

ความสุข ความเจริญในธรรมอันประเสริฐยิ่งขึ้นไปทุกท่าน เทอญ

  



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ สิงหาคม 18, 2011, 08:50:31 AM
ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณสำหรับธรรมเตือนสติ จากครูบาอาจารย์นะครับพี่ต่าย


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 12, 2011, 11:46:58 PM
อยู่ดึกทีไร  เกิดภัย จากปากจรเข้  ซะแหล๋ว  ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤศจิกายน 06, 2011, 10:22:57 PM
รู้ เล็กน้อย ผ่านปากเหยีียว ปากกา เล็กน้อย

รู้ครึ่งๆ กลางๆ ผ่านได้เท่านั้น

รู้เกิน ครึ่ง ผ่านเกิน ครึง

รู้  เต็มร้อย ก็ผ่านหมด   ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤศจิกายน 06, 2011, 10:28:43 PM
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
จักษุ ญาณ ปัญญาำ วิชชา แสงสว่างได้เกิดขึ้นแก่เรา
ในธรรมที่เราำไม่เคยได้ฟังมาก่อนว่า ทุกขอริยสัจนั้น เราได้รู้แล้วฯ

คัดลอกมาจาก ธัมมจักกัปปวัตนสูตร พระธรรมเทศนากัณฑ์แรกที่พลิกโลกของ พระพุทธเจ้า


 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤษภาคม 02, 2012, 02:33:44 PM
อ่านพระสูตร
พระธัมมจักกัปวัตนสูตร


 แล้วใช้สติ พิจารณาลงที่กายและใจเป็นปัจจุบัน ด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลาง


ผล อาจได้ พระโสดาบัน

 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ มิถุนายน 06, 2012, 11:43:40 AM
การที่มี คน ตาม ป่วน กันเกิดจากเหตุใดบ้างหนอ
1. อาฆาตพยาบาท
2.มีสิ่งที่เขาต้องการ
3.ทั้ง 2 เรื่อง
4.กรรมใหม่



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ มิถุนายน 07, 2012, 12:17:35 AM

เขาจะต้องการอะไร เค้าจะรูว่าเรามีอะไร

ผมว่าเป็นข้อแรกข้อเดียว ที่ผูกกรรมกันไม่รู้สิ้นสุด การอาฆาตพยาบาทจองเวรครับ

ตราบใดที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่อโหสิให้อภัยแก่กัน ก็ยังวนเวียนกันอยู่อย่างนี้แหละครับ  :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ สิงหาคม 14, 2012, 10:42:01 PM
อย่างนั้น

การให้อโหสิกรรม กับทุกๆ กรรม ที่เราได้รับ ให้เป็นอภัยทาน ถวายเป็นพุทธบูชา

ย่อมเป็นการ หยุดการ จองเวรจองกรรม ได้ที่ระดับหนึง  ซี ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ สิงหาคม 19, 2012, 04:10:46 PM
กำลังรับกรรมอยู่

ฉีดยา กินยา มา 2 เดือนแล้ว
หมอให้พักตลอด
แต่ก็ ขยันตลอด

แล้วก็รู้ว่า

กายเป็นทุกข์  มันฉุดให้ใจทุกข์ตาม

ทำสมถะช่วย ก็ช่วยได้ บ้าง

จิตไม่ตั้งมั่น จึงเดินวิปัสนนาไม่ได้

แต่ก็พยายาม  ม ม ม
:-\


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ สิงหาคม 21, 2012, 11:01:30 AM
ให้รู้ทุกข์ ไปเรื่อยๆนะครับท่าน

พระพุทธเจ้า แม่ทัพใหญ่ของเรา ท่านผ่านมาเยอะกว่านี้

ขอให้เราระลึกถึงคุณงามความดีท่าน แล้วปฏิบัติบูชาอย่าได้ละความเพียร

พักบ้างเมื่อสมควร

ขอให้อาการทุเลาลงนะครับท่าน the suffering


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ สิงหาคม 21, 2012, 08:21:55 PM
อย่างนั้น

การให้อโหสิกรรม กับทุกๆ กรรม ที่เราได้รับ ให้เป็นอภัยทาน ถวายเป็นพุทธบูชา

ย่อมเป็นการ หยุดการ จองเวรจองกรรม ได้ที่ระดับหนึง  ซี ;D

ได้ครับ ก็สุดยอดของทาน ก็คือ ให้อภัยทาน ครับ

ขอให้ธาตุขันธ์หายเป็นปกติโดยเร็วนะครับ ไว้เรียนรู้ต่อไป ทำที่สุดแห่งทุกข์ให้ได้ครับ  :)

 


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ สิงหาคม 26, 2012, 10:52:28 PM
ทำไม วางกาย ยากมาก

ขนาด กายมันอาพาธ เสื่อม เจ๊็บป่วย และทุกข์ขนาดนี้

ก็ยงยึดมั่นถือมั่น กับเขา

ว่า นัั่น เป็นของเรา เป็นเรา เป็นตัวตนของเรา

ไม่สามารถพิจารณา ได้ตาม
อนัตตลักขณสูตร

ได้เลย
ว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
รูปมิใช่ตัวตน

ก็ถ้าหากว่ารูปเป็นตัวตนแล้วไซร้ รูปจักไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ
ก็เพราะรูปมิใช่ตัวตน รูปจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ
อีกทั้งยังไม่ได้ตามความปราถนาว่่่า รูปของเรา จงเป็นอย่างนี่เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ;)



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ สิงหาคม 26, 2012, 11:09:32 PM
ทราบมาว่า

กิเลสมีกำลังมาก

ดังนั้น คู่ต่อสู้ จึงต้องมีกำลังมากด้วย

และ คู่ต่อสู้นั้นคือ อริยมรรค มีองค์8 ทั้งหมด เท่านั้น

ไม่มีการแยก กลุ่ม

ทราบแล้ว---
 ;)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ สิงหาคม 30, 2012, 12:04:09 AM

ลองอ่านนี่ดูบ้างก็ดีนะครับ ทางสายเอก มหาสติปัฎฐาน 4


http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=10&A=6257&Z=6764


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 02, 2012, 10:47:51 AM
ประโยชน์ของการสวดมนต์  (ทางการแพทย์) จาก นิตรสารชีวจิต ฉบับแรกของเดือนมกราคม 2551  เรื่องVibrational Therapy : สวดมนต์บำบัด โดย: ชมนาด
http://www.chinawangso.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=538902379
 
เชื่อหรือไม่ ว่าหากเราสวดมนต์(ไม่ว่าศาสนาใดก็ตาม) เพื่อให้ใครสักคนหายป่วย แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลก แต่พลังแห่งบทสวดนั้นจะเดินทางไปเยียวยาความเจ็บป่วยของเขาได้ ??? เพราะการสวดมนต์บำบัดทำให้เกิดทั้งคลื่นเสียงที่สามารถเดินทางลึกเข้าไปในสมอง และคลื่นไฟฟ้าที่ส่งกระจายไปในชั้นบรรยากาศไกลๆได้
 
การสวดมนต์บำบัด คือหลักการหนึ่งของ Vibrational Therapy หรือ Vibrational Medicine คือการใช้คุณสมบัติของคลื่นบางคลื่นมาบำบัดความเจ็บป่วย ซึ่งมีหลากหลายวิธี อาทิ เก้าอี้ไฟฟ้า เครื่องนวดต่างๆ ก็เป็น Vibrational Therapy เช่นกัน แต่เป็นคลื่นไฟฟ้าเชิงฟิสิกส์ ที่เกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต ต่างจาก สวดมนต์บำบัดซึ่งเป็นคลื่นที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต                                     
ดังนั้นมาดูพลังแห่งการสวดมนต์บำบัดกัน ว่าคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร ??? คลื่นแห่งการเยียวยา การสวดมนต์ใช้หลักการทำให้เกิดคลื่นเสียงที่มีความสม่ำเสมอ เพื่อเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้เกิดการเยียวยา ซึ่งหากคลื่นเสียงที่มากระทบดังแบบไร้ระเบียบ คือประกอบด้วยเสียงที่มีความถี่ต่างๆกัน ก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อการบำบัดกลไกดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อหูของเราได้ยินเสียงบทสวด ก็จะส่งสัญญาณต่อไปยังศูนย์การได้ยินที่อยู่บริเวณสมองกลีบขมับ ก่อนส่งไปบริเวณก้านสมอง ซึ่งเมื่อได้รับคลื่นเสียงช้าๆ สม่ำเสมอประมาณ 15 นาที ก็จะหลั่งสารสื่อประสาทที่มีประโยชน์มากมาย เสียงสวดมนต์ด้วยสมาธิเป็นยา :ให้ผลกับร่างกายอเนกอนันต์ รองศาสตราจารย์ ดร. สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี หัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายเพิ่มเติมดังนี้
 
“สมองของเราเมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยคลื่นเสียงช้าๆ สม่ำเสมอประมาณ 15 นาทีขึ้นไป จะทำให้เซลล์ประสาทของระบบประสาทสมองสังเคราะห์สารสื่อประสาทหลายๆชนิด บริเวณก้านสมองจะหลั่งสารสื่อประสาทชื่อ ซีโรโทนิน (serotonin) เพิ่มขึ้นซึ่งมีฤทธิ์คล้ายยานอนหลับ ช่วยการเรียนรู้ ลดความเครียด ลดอาการซึมเศร้า ลดระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทอื่นๆ เช่น เมลาโทนิน ซึ่งเปรียบคล้ายกับยาอายุวัฒนะ เพราะจะช่วยยึดอายุการทำงานของเซลล์ประสาท เซลล์ร่างกาย ให้ชีวิตยืนยาวขึ้น และยังมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ เพิ่มภูมิต้านทาน ทำให้เซลล์สดชื่นขึ้น รวมถึง โดปามีน มีฤทธิ์ลดความก้าวร้าวและอาการพาร์กินสัน นอกจากนี้ปริมาณของซีโรโทนินมีความสัมพันธ์ต่อการกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาทอื่นๆ เช่น อะเซทิลโคลีน ช่วยในกระบวนการเรียนรู้และความจำ ช่วยขยายเส้นเลือด ทำให้ความดันลดลง และยังช่วยลดปริมาณ อาร์กินิน วาโซเปรสซิน ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมความก้าวร้าว ความสมดุลของน้ำ และซีโรโทนินยังเข้าไปลดปริมาณของสารเคมีชนิดหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นของการทำงานของต่อมหมวกไตให้ลดลง ส่งผลให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานน้อยลง ร่างกายจึงรู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง และไม่เครียด ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น”
 
ดังนั้น จุดสำคัญจึงอยู่ที่ร่างกายจะสามารถสร้างสารสื่อประสาทได้หรือไม่ อาจารย์สมพรเสริมว่า
 
“หลักการสำคัญอยู่ที่หากมีสิ่งเร้า หลายๆประเภทเข้ามารบกวนกระบวนการทำงานของคลื่นสมองพร้อม ๆ กัน ทำให้สัญญาณคลื่นสมองเปลี่ยนไป การหลั่งสารสื่อประสาทจะสับสน ไม่มีผลในการเยียวยา สิ่งเร้านี้มาจากหลายส่วน ทั้งตัวเอง เช่น บางคนปากสวดมนต์ แต่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่น ก็ไม่ได้ประโยชน์ และการเกิดเสียงดังอื่นๆ เข้ามารบกวนขณะสวดมนต์ เพราะประสาทสัมผัสของมนุษย์รับรู้ได้ไวและอ่อนไหวมาก เรามีตัวประสาทรับสัญญาณมากมาย เรารับสิ่งเร้าได้ทั้งจากทางปาก ตา หู จมูก การเคลื่อนไหว และใจ เหล่านี้ทำให้สัญญาณคลื่นสมองสับสนและเปลี่ยนไป ร่างกายก็จะสร้างซีโรโทนินได้ไม่มากพอ”
และไม่ใช่เฉพาะสารสื่อประสาทที่มีประโยชน์เท่านั้นที่เราจะได้จากการสวดมนต์ แต่การสวดมนต์ยังทำให้อวัยวะต่างๆได้รับการกระตุ้น คล้ายกับการนวดตัวเองจากการเปล่งเสียงสวดมนต์
 
สวดมนต์กระตุ้นอวัยวะ
อาจารย์ เสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต อธิบายหลักการนี้ว่า
“เวลาเราสวดมนต์นานๆ คำแต่ละคำจะสร้างความสั่นสะเทือนไม่เท่ากันตามฐานที่เกิดของเสียงหรือตามวิธีเปล่งเสียง แม้ว่าเสียงจะออกมาจากปากเหมือนกัน แต่ว่าเสียงบางเสียงออกมาจากริมฝีปาก บางเสียงออกมาจากปุ่มเหงือก บางเสียงออกมาจากไรฟัน บางเสียงออกมาจากคอ ดังนั้น ถ้าเราสวดมนต์ถูกต้องตามฐานกรณ์จึงเกิดพลังของการสั่น”
และเมื่อเกิดพลังของการสั่น การสั่นนี้จะเข้าไปเยียวยาอาการป่วยได้อย่างไร อาจารย์เสถียรพงษ์อธิบายต่อว่า
 
“เวลาเราสวดมนต์ เสียงสวดจะไปช่วยกระตุ้นต่อมต่างๆ ซึ่งจะช่วยปราบเชื้อโรคบางชนิด เช่นการวิจัยของฝรั่ง พบว่า อักษร เอ บี ซี ดี จะช่วยกระตุ้นระบบน้ำย่อย ส่วนบทสวดมนต์ในพระพุทธศาสนา เสียงอักขระแต่ละตัวมีคำหนักเบาไม่เท่ากัน บางตัวสั่นสะเทือนมาก บางตัวสั่นสะเทือนน้อย ทำให้ต่อมต่างๆในร่างกายถูกกระตุ้น เมื่อต่อมที่ฝ่อถูกกระตุ้นบ่อยๆเข้า ก็คงคืนสภาพ อาการป่วยก็จะดีขึ้น” นอกจากนี้ยังมีบทความที่อธิบายเกี่ยวกับการฝึกเปล่งเสียงเพื่อรักษาโรคจากเสียงต่างๆ เช่น
โอม ...... กระตุ้นหน้าผาก     ฮัม ....... กระตุ้นคอ                ยัม .......  กระตุ้นหัวใจ                         
ราม .......กระตุ้นลิ่นปี่               วัม .......  กระตุ้นสะดือ       ลัม ....... กระตุ้นก้นกบ เป็นต้น
แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้น การสวดมนต์ให้ประโยชน์ทางใจที่มีคุณค่ากับผู้สวด
 
รองศาสตราจารย์จุฑาทิพย์ อุมะวิชนี ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สรุปว่ามี 2 ข้อคือ
 
1.     การสวดมนต์เป็นเครื่องช่วยให้เกิดสมาธิ โดยต้องสวดเสียงดัง ให้หูได้ยินเสียงตัวเอง และจิตใจต้องจดจ่ออยู่กับเสียงสวด เมื่อใจไม่ฟุ้งไปที่อื่น ใจอยู่กับเสียงเดียว จึงเกิดสมาธิ
2.     ถ้าเข้าใจความหมายของบทสวดนั้นๆ จะทำให้เรามีความเลื่อมใสศรัทธา เพราะบทสวดของทุกศาสนาเป็นเรื่องของความดีงาม จิตใจก็จะสะอาดขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น เป็นการยกระดับจิตใจของผู้สวด
เมื่อร่างกายที่รับสารสื่อประสาทที่มีประโยชน์และการกระตุ้นระบบอวัยวะต่างๆให้ทำงานเป็นปกติ เท่ากับว่าเราได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ย่อมทำให้ภูมิชีวิตดีขึ้นเป็นลำดับ ความป่วยก็จะดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในต่างประเทศที่อาจารย์สมพร สรุปให้ฟังว่า การสวดมนต์ช่วยบำบัดอาการป่วยและโรคร้ายดังต่อไปนี้
1. หัวใจ         2. ความดันโลหิตสูง      3. เบาหวาน        4. มะเร็ง         5. อัลไซเมอร์      6. ซึมเศร้า         
7. ไมเกรน      8. ออทิสติก                 9. ย้ำคิดย้ำทำ     10. โรคอ้วน   11. นอนไม่หลับ  12.พาร์กินสัน
สวดมนต์อย่างไรให้หายจากโรค สวดมนต์บำบัดมีวิธีการและจุดประสงค์ที่หลากหลาย สรุปออกมาได้ 3 แบบ
1.     การสวดมนต์ด้วยตัวเอง เป็นการเหนี่ยวนำตัวเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า Prayer Therapy ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะหากใครสักคนคิดที่จะสวดมนต์ นั่นหมายความว่าเขากำลังมีความปรารถนาดีต่อตนเอง วิธีการที่อาจารย์สมพรแนะนำคือ
-         ควรสวดด้วยตัวเองไม่ควรสวดมนต์หลังกินอาหารทันที ควรทิ้งช่วงให้ร่างกายผ่อนคลายอาจเป็นเวลาก่อนเข้านอน
-         หาสถานที่ที่สงบเงียบ
-         สวดบทสั้น ๆ 3-4 พยางค์ โดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีขึ้นไป จะทำให้ร่างกายได้หลั่งสารซีโรโทนิน แต่หากสวดมนต์ด้วยบทยาวๆ จะได้ความผ่อนคลายและความศรัทธา
-         ขณะสวดมนต์ให้หลับตา สวดให้เกิดเสียงดังเพื่อให้ตัวเองได้ยิน
2.     การฟังผู้อื่นสวดมนต์ เป็นการเหนี่ยวนำโดยคลื่นเสียงจากผู้อื่น เช่น การฟังเสียงพระสวดมนต์ เสียงผู้นำสวดในศาสนาต่างๆ หากผู้สวดมีสมาธิ เสียงสวดนั้นจะนุ่ม ทุ้ม ทำให้เกิดคลื่นที่ช่วยเยียวยา (healing) ผู้ฟัง แต่หากผู้สวดไม่มีสมาธิ ไม่มีความเมตตา เสียงสวดที่เกิดขึ้นอาจเป็นคลื่นขึ้นๆลงๆ นอกจากจะไม่ช่วยเยียวยาอาการป่วย อาจทำให้เสียสุขภาพได้
3.     การสวดมนต์ให้ผู้อื่น ปรากฏการณ์มากมายที่เราเห็นในสังคม เมื่อใครสักคนเจ็บป่วย เรามักสวดมนต์อธิษฐานขอให้ความเจ็บป่วยของเขาหายไป บางครั้งอยู่ห่างกันคนละซีกโลก เสียงสวดมนต์เหล่านี้จะมีผลทำให้สุขภาพเขาดีขึ้นจริงหรือไม่ อาจารย์สมพรอธิบายดังนี้
คลื่นสวดมนต์ เป็นคลื่นบวก เพราะเกิดจากจิตใจที่ดีงาม ปรารถนาดีต่อผู้ป่วย และเมื่อเราคิดจะส่งสัญญาณนี้ออกไปสู่ที่ไกลๆ มันจะเดินทางไปในรูปของคลื่นไฟฟ้า ซึ่งมนุษย์มีเซลล์สมองที่สามารถส่งสัญญาณคลื่นไฟฟ้าและสารเคมีได้ถึง สิบยกกำลังสิบ คลื่นนี้จึงเดินทางไปได้ไกลๆ
บางทีพ่อกำลังป่วยหนักอยู่ที่นี่ แต่ลูกอยู่ต่างประเทศ ก็สามารถรับคลื่นนี้ได้และรู้ว่ามีใครกำลังไม่สบาย ที่เราเรียกว่า ลางสังหรณ์หรือสัมผัสที่หก
การรับรู้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้รับผู้ส่งด้วย ถ้าคนไหนรับสัญญาณคลื่นแห่งบทสวดมนต์ได้จึงได้ผล เหมือนเราเปิดวิทยุ ถ้าคนฟังปิดหูก็จะไม่ได้ยิน ดังนั้นถ้าต่างฝ่ายต่างเปิดรับคลื่นบวกที่เราส่งไปผู้ป่วยก็จะได้รับ และทำให้อาการป่วยดีขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องของความมหัศจรรย์ แต่เป็นหลักธรรมชาติทั่วไป
เลือกสวดมนต์อย่างไรดี
แล้วบทสวดที่เลือกควรใช้บทไหนดี อาจารย์สมพรแนะนำว่า
“น่าแปลกที่บทสวดในศาสนาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีจังหวะขึ้นๆ ลงๆ เหมือนจังหวะเพลง จะมีโทนเสียงแค่ไม้เอกไม้โทเท่านั้น สักสามสี่พยางค์ มาสวดซ้ำไปมาได้ทั้งนั้น”
พระพุทธศาสนา มีบทสวดมากมายหลายบท ให้เลือกใช้ตามความชอบ ยกตัวอย่างเช่น อิติปิโส หรือนะโมตัสสะ นะโมพุทธายะ หรือสัพเพสัตตาฯ เลือกท่อนใดท่อนหนึ่งแล้วสวดวนไปวนมาหรือโพชฌงค์ 7 ที่หลายคนนิยมสวดให้ตัวเองหรือคนไข้หายป่วย
 
“ข้อที่น่าสังเกตคือ บทสวดโพชฌงค์ 7 จะมีความแตกต่างจากบทสวดอื่นๆคือ คลื่นเสียงของบทสวดจะมีแค่เสียงสระ มีแค่สองจังหวะ คลื่นเสียงจากบทสวดจึงทำให้เกิดคลื่นที่เยียวยาได้ดีที่สุด”
อยากให้ตัวเองและผู้อื่นมีสุขภาพกายใจเป็นสุขและยังน้อมนำกุศลจิต เริ่มจากการสวดมนต์เป็นประจำด้วยสมาธิ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 02, 2012, 10:54:15 AM
ศีล       ใช้ ละ กิเลส อย่างหยาบ
สมาธิ   ใช้  ละ กิเลสขั้นกลาง
ภาวนา ใช้ละโมหะ

คนทำสมาธิเก่ง ได้อภิญญา มาก
 แต่ถ้าไม่มีศีล เป็นเครื่องกำกับ ย่อมนำอภิญญานั้นไปใช้ในทางที่ก่อความเดือดร้อนต่อ(ตนเอง)และผู้อื่นได้



หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ กันยายน 04, 2012, 01:56:19 PM
การทำศึกกับท่านกิเลสนั้น
หลังจากมีหลักการปฏิบัติภาวนาแล้ว
ต้องอาศัยกัลยาณมิตร ให้กำลังใจกัน
ตั้งจิตตั้งใจให้มั่นที่จะปฏิบัติถวายบูชาแก่ องค์พระสัมมาสัมพุทธพระพุทธเจ้า
ฟังธรรมจากพระอริยสงฆ์ บ้าง เพื่อให้จิต กระชุ่มกระชวยในธรรม

เส้นทางนี้แม้จะยากลำบากหน่อย แต่ถ้าทำสำเร็จตามขั้นตามภูมิแล้ว ไม่ต้องหันกลับมาทำใหม่
แค่เจริญๆตามหลักมรรคมีองค์ 8 ต่อไป เพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้น ตามขั้นต่อไปเรื่อยๆ

สู้กันๆ นะครับพี่ๆ 


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 05, 2012, 08:49:11 PM
กำลังอ่อนแอมาก
ทั้งร่างกาย และจิตใจ

หลวงพ่อจรัญ บอกว่า ให้อดทนมาก ๆ  3 เรื่องคือ

อดทนต่อความลำบาก
อดทนต่อความเจ็บป่วย และท้ายที่สุด อดทนต่อความเจ็บใจ

กำลัง อดทน ทั้ง 3 กรณี

JA JAA


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 05, 2012, 10:05:46 PM


ปัญญา ที่อ่านอริยะมรรค 2 ข้อแรก คือ ความเห็นชอบ และความดำริชอบ เกิดที่สมอง
 
เมื่อ ทำตาม มรรค 8แล้ว เกิดปัญญาที่ ใจ

มีความแตกต่างกัน เพราะ ปัญญา ทีสมอง เป็น เรื่องของโลก(ปุถุชน) ในขณะที่ปัญญาทางใจ เป็นเรื่องทางโลกุตตร (พระอริยะ)

 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: keroro ที่ กันยายน 06, 2012, 03:51:42 PM
 ;D ;D   แวะมาขอควารู้ครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 10, 2012, 11:58:33 PM
ชีวิตที่เฉียดตาย
อยู่และดูกาย ที่อาพาธ

ชีวิตไม่เที่ยง
ความตายซีเที่ยง

อ่านบทสวดมนต์ และอ่านคำแปล จะซึ้งใจ และปืตื ในหัวข้อที่ แตกต่างกันไป
วันนี้ ปิติ กับ คำแปล ที่ว่า พระพุทธเจ้า เป็นทีพึ่ง ที่อุ่นใจ

ใคร เคยเป็นบ้าง

 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 14, 2012, 12:50:32 PM
ขอความรู้ เพิ่มเติมจากผู้รู้ว่า

หลังจากจิตเดินทางผ่านมรรคจิต ผลจิตแล้วในเวลาที่ตอเนื่องกัน

ผู้นั้นจะมีสภาวะธรรมใดเกิดขึ้นได้บ้าง
มีบางท่านเล่าว่า มีเมตตามหาศาล  ๆ ๆ ๆ  และทรงสภาวะนั้น นาน หลายชั่วโมง


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 16, 2012, 08:55:47 PM
เรื่องที่ทราบมาว่า

จิตที่ตั้งมั่น(ระหว่างเกิดปัญญารู้ตามความความเป็นจริง)  จะมีตำแหน่งอยู่ที่กลางอก

เป็นไปได้หรือไม่ที่ จะไปตั้งมั่นที่ตำแหน่งอื่นๆ ได้ด้วย


สงสัย ๆ ๆ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 16, 2012, 09:16:24 PM

โลก โกยเอาเนื้อ  โกยเอาตัว

แต่ธรรม ให้หมดเนื้อ ให้หมดตัว

;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 16, 2012, 09:24:27 PM

พุทธศาสนา จะเสียหายเกิดจากพุทธบริษัท ทั้ง 4 ทำลาย

พุทธศาสนิกชน   

ดูหมิ่นดูแคลนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์(อุชุปฏิปันโน ญายะปฏิปันโน สามีจิปฏิปันโน)

ชัดเจน

มากขึ้น ๆ
ทั้งรูปธรรม นามธรรม

มงคลหนึ่งใน38 คือการได้อยู่ในประเทศที่เหมาะสม    ที่ๆ คนมีปัญญารองรับได้
**
หลวงตาพระมหาบัวท่านกล่าว ว่า

ปากของโลกมีแต่กลิ่นขี้

บังอาจมาต่อว่า กล่าวว่า ดูหมิ่นดูแคลนธรรม ที่สะอาด(ปราศจากขี้โลภขี้โกรธ ขี้หลง)
**


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ กันยายน 17, 2012, 01:20:14 PM

โลก โกยเอาเนื้อ  โกยเอาตัว

แต่ธรรม ให้หมดเนื้อ ให้หมดตัว

;D

สาธุๆครับผม


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: keroro ที่ กันยายน 17, 2012, 02:58:46 PM
ขอบใจมากๆครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ กันยายน 17, 2012, 03:13:52 PM

พุทธศาสนา จะเสียหายเกิดจากพุทธบริษัท ทั้ง 4 ทำลาย

พุทธศาสนิกชน   

ดูหมิ่นดูแคลนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์(อุชุปฏิปันโน ญายะปฏิปันโน สามีจิปฏิปันโน)

ชัดเจน

มากขึ้น ๆ
ทั้งรูปธรรม นามธรรม

มงคลหนึ่งใน38 คือการได้อยู่ในประเทศที่เหมาะสม    ที่ๆ คนมีปัญญารองรับได้
**
หลวงตาพระมหาบัวท่านกล่าว ว่า

ปากของโลกมีแต่กลิ่นขี้

บังอาจมาต่อว่า กล่าวว่า ดูหมิ่นดูแคลนธรรม ที่สะอาด(ปราศจากขี้โลภขี้โกรธ ขี้หลง)
**

นี่แระคือความน่ากลัวแห่งสังสารวัฏ ถ้าไม่มีปัญญาเห็นแจ้งตามที่พระพุทธเจ้ามาบอกกล่าวไว้แล้ว
ผู้คนรวมทั้งสัตว์ทั้งหลาย จะเดินอยู่บนเส้นทางที่มืด มองไม่เห็นว่าธาตุขันธ์ได้ไปเบียดเบียนใครเข้าจนเกิดเป็น กรรม และ วิบาก

ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้า บอกเส้นทางแล้ว เมื่อผู้ๆนั้นได้ประพฤติตามหลัก ศีล สมาธิ และปัญญา ก็เหมือนจุดไฟให้สว่างในที่มืด
ได้มองเห็นรอยพระบาทแห่งพุทธะ และได้ให้หมู่สัตว์ได้เจริญรอยตามพระพุทธองค์


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: keroro ที่ กันยายน 20, 2012, 04:52:23 PM
ดีจริงๆเลยนะครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 22, 2012, 09:56:15 PM
ระหวางนี้ยังไม่มีกำลังบุญ ใหญ่ ๆ มาเกื้อหนุน ให้เดินทางต่อเลย

สวดมนต์ แผ่เมตตา นั่งมาธิ เดินจงกรม

แล้วก็ลากสังขารไปทำงานแลกตังค์

สังขาร= ร่างกาย จิตใจ รูปธรรมม นามธรรม
 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ กันยายน 26, 2012, 08:28:18 AM
สร้างบารมีต่อไปให้บารมีและอินทรีย์ถึงพร้อม  :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ กันยายน 26, 2012, 09:10:32 AM
ระหวางนี้ยังไม่มีกำลังบุญ ใหญ่ ๆ มาเกื้อหนุน ให้เดินทางต่อเลย

สวดมนต์ แผ่เมตตา นั่งมาธิ เดินจงกรม

แล้วก็ลากสังขารไปทำงานแลกตังค์

สังขาร= ร่างกาย จิตใจ รูปธรรมม นามธรรม
 ;D

เจริญปัญญานี่ละครับบุญใหญ่แล้ว สาธุนะครับท่าน


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กันยายน 30, 2012, 11:43:29 PM
ในบทสวดมนต์ บางบท กล่าวว่า สังขารและไม่ใช่สังขาร ไม่เทียง

 ในเมื่อ สังขาร คือรูปธรรม นามธรรม  ร่างกาย และจิตใจแล้ว

อะไรที่เป็น ไม่ใช่สังขารกันละ 

ยังมีแจกแจงอะไร อีกหรือนั่น
 ???


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ตุลาคม 01, 2012, 12:03:31 AM
สังขาร
สังขารในไตรลักษณ์

สังขารหมายถึงร่างกาย ตัวตน สสาร สิ่งที่ประกอบกันขึ้นหรือถูกปรุงแต่งขึ้นจากธาตุ 4
1.สังขารในความหมายนี้แบ่งเป็น 2 คือ สังขารมีใจครอง (อุปาทินนกสังขาร) คือสิ่งมีชีวิต มีจิตวิญญาณ สามารถเคลื่อนไหว รับ จำ คิด รู้อารมณ์ได้ ได้แก่มนุษย์ อมนุษย์ สัตว์ดิรัจฉาน
2.สังขารไม่มีใจครอง (อนุปาทินนกสังขาร) คือ สิ่งไม่มีชีวิต ไม่มีจิตวิญญาณ รับ จำ คิด รู้อารมณ์ไม่ได้ ได้แก่ต้นไม้ ภูเขา ดิน น้ำ รถ เรือ เป็นต้น

สังขารในความหมายนี้ จัดเป็นรูปขันธ์ในขันธ์ 5 มิใช่สังขารขันธ์ และมีลักษณะเสมอกันโดยเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา


สังขารในขันธ์ 5

สังขารขันธ์ ในทางพระพุทธศาสนา แบ่งออกเป็น 3

   1. กายสังขาร การปรุงแต่งกาย คือ ลมหายใจ หมายเอาการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายในอิริยาบถต่างๆ
   2. วจีสังขาร การปรุงแต่งวาจา คือ วิตก การตรึก วิจาร การตรอง หมายถึงการคิดปรุงแต่งต่างๆ
   3. จิตสังขาร การปรุงแต่งจิต คือ เจตสิก ได้แก่อารมณ์ต่างๆที่ปรุงแต่งจิตให้มีอาการเป็นไปต่างๆ

คำว่า สังขาร ในเรื่องไตรลักษณ์กับในเรื่องขันธ์จะต่างกัน คือสังขารในเรื่องไตรลักษณ์เป็นรูปธรรม ในเรื่องขันธ์เป็นนามธรรม

สังขารในปฏิจจสมุปบาท

สังขารในที่นี้ คือ เจตสิกที่ปรุงแต่งจิต อันเป็น 1 ในปรมัตถธรรม 4 คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน

ขอบคุณ -http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A3


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: jade ที่ ตุลาคม 01, 2012, 12:08:38 AM
ขอโทษนะคะ jade สมาชิกใหม่ค่ะ คือพยายามหาทางตั้งกระถามแล้วหาไม่เจอ รบกวนด้วยนะคะ

พอดีจะเดินทางไปที่วัดถ้ำผาแดงค่ะ แต่ไม่อยากรบกวนรถวัด ก็เลยอยากถามว่าถ้าเราจะเหมารถจากสนามบินอุดรไปที่วัด พอจะมีข้อมูลให้มั้ยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ 0849858685


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ ตุลาคม 11, 2012, 12:30:38 PM
ลอง Search หาดูใน Google map น่าจะพอได้นะครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ตุลาคม 12, 2012, 07:36:49 PM
ในเพลงที่กล่าวถึงการปฏิบัติูธรรมของหลวงตา...

กล่าวเนื้อหาว่า  เมื่อท่านผ่านสภาวะ มรรคจิต ผลจิต แล้ว

มีสภาวะ น้ำตาไหลพรั่งพรู  และกราบแล้วกราบอีก กราบพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพในพระองค์

และในพระธรรม ที่ผู้ปฏิบัติตาม สามารถรู้แจ้งเห็นจริงตาม ได้ด้วยตนเอง

มีแต่สภาวะร้องไห้หรือ

แต่ อ่านของดังตฤณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่หลั่งน้ำตา

และมีบ้างที่อาจมีแย้ม(ปาก ได้ ..) ซึ่งไม่ทราบว่าท่านผู้ทรงปัญญาระดับใดที่ทำได้
 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ ตุลาคม 17, 2012, 08:43:08 PM
ในเพลงที่กล่าวถึงการปฏิบัติูธรรมของหลวงตา...

กล่าวเนื้อหาว่า  เมื่อท่านผ่านสภาวะ มรรคจิต ผลจิต แล้ว

มีสภาวะ น้ำตาไหลพรั่งพรู  และกราบแล้วกราบอีก กราบพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพในพระองค์

และในพระธรรม ที่ผู้ปฏิบัติตาม สามารถรู้แจ้งเห็นจริงตาม ได้ด้วยตนเอง

มีแต่สภาวะร้องไห้หรือ

แต่ อ่านของดังตฤณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่หลั่งน้ำตา

และมีบ้างที่อาจมีแย้ม(ปาก ได้ ..) ซึ่งไม่ทราบว่าท่านผู้ทรงปัญญาระดับใดที่ทำได้
 ;D

ผมว่าท่านที่บรรลุธรรมแล้ว ท่านจะนึกถึงบุญคุณของพระพุทธเจ้า พ่อแม่ครูอาจารย์ พระอริยะต่างๆที่ได้พร่ำสอนตนเองมานานหลายๆชาติหลายๆกัปแล้ว ท่านจึงร้องให้ออกมาไม่ใช่เสียใจอะไร

ระดับหลั่งน้ำตาก็น่าจะระดับพระโสดาบันขึ้นไปครับ

ท่านthe suffering ลองกลับไปอ่านกระทู้ของท่านเองเมื่อ2ปีก่อนที่เราเคยคุยกันไว้ก็น่าจะโอเคนะครับ ตามลิงค์
http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=802.0


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ ตุลาคม 17, 2012, 08:56:19 PM
ข้อมูล นี้ เพิ่งรู้ และเอามาใช้

นะ

หาข้อมูลมาอ้างอิง

ว่า อะไรๆ ก็ ร่ำไห้

 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ ตุลาคม 17, 2012, 11:35:17 PM

แต่ถ้ายังไม่ถึงระดับโสดาบันการร่ำไห้  ก็จะเป็นอาการของ ปีติหรือการเสียใจของเรื่องในอดีตไปครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤศจิกายน 13, 2012, 12:33:26 PM
ร่ำไห้ หลังฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า

มันต่างจาก ร่ำไห้ จากความปิติ หนา ท่าน ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤศจิกายน 13, 2012, 12:37:24 PM
เมื่อวาน ช่วยไส้เดือน จะแห้งตาย

แล้ว ตบยุง หลายตัว

ผล คือ กุศลกรรม น้อยกว่า อกุศล อีกแล้ว ท่าน
 >:(


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ พฤศจิกายน 23, 2012, 01:16:53 PM

ผมก็ช่วยใช้ไม้ช้อนไส้เดือนที่กำลังจะเหี่ยวตายเอาไปปล่อยในดินที่แฉะๆหลายตัว

ยุงก็กัดนิดหน่อย แต่ผมไม่ตบยุงมานานมากๆแล้ว ใช้เป่า และ ทำให้ร่างกายสั่นสะเทือน แล้วถึงแม้ว่าผมจะเผลอปล่อยมันจะกัดผมจนพุงป่อง ผมก็ไม่เคยแค้นและอยากจะตบมันให้ไส้มันและเลือด(ของผมเองแหละที่มันเพิ่งดูดมาสดๆร้อนๆ)ทะลัก ได้แต่เป่าๆให้มันบินตุ๊บป่องๆจากไป

สำหรับถ้าคิดว่าจะอยู่นอกบ้านนานๆ และรู้ว่ายุงมันจะมาแน่ๆ ผมจะใช้ยาฉีดกันยุงฉีดแขนขาไว้ก่อนครับ

อย่าไปตบมันตายเลยครับ อีกไม่กี่วันมันก็แก่ตายเองแล้วครับ อายุมันสั้น สงสารมัน  :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ เมษายน 08, 2013, 03:27:04 PM
 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ เมษายน 22, 2013, 10:45:42 PM
ครับยิ้มสู้เข้าไว้ ด้วยสติปัญญาที่แข็งแกร่งและมั่นคง  :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ เมษายน 24, 2013, 08:26:22 AM
อนุโมทนาสาธุ ครับท่าน the suffering กับพี่ต่าย กับการช่วยเหลือสัตว์เล็ก สัตว์น้อยต่างๆ
ผมเอง ก็ฝากแม่ปล่อยปลาช่อนไข่ ปลาดุก เหมือนกันครับ ที่วัดแถวบ้าน
เอาบุญกุศล มาแบ่งท่านทั้งสอง ด้วยนะครับผม

การรักษาศีล ต้องใช้สติ และ สัมปะชัญญะ ในการไตรตรอง จริงๆ ว่าจะเลี่ยงการเบียดเบียนกันได้ไง
ครั้นเมื่อเลี่ยงได้แล้ว ไม่ไปทำร้าย หรือทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ
ตรงจุดนี้ กลับมานึกถึง ก็จะเป็นแรงใจให้เข้าถึงความสงบได้ง่าย สามารถน้อมไปทำความสงบ เพื่อใช้ในการเจริญปัญญาต่อไป

การเมตตาต่อสัตว์ต่างๆ จะตัวเล็ก ตัวน้อย หรือตัวใหญ่ ก็ควรพึงทำเนอะ
อนุโมทนาสาธุ ครับผม


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ พฤษภาคม 02, 2013, 01:59:54 PM

ขอบพระคุณ อนุโมทนาครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ พฤษภาคม 04, 2013, 07:37:04 PM
ปล่อยปลาช่อน ปลาหมอ ปลาดุกที่แม่ค้าจัดให้ 1 กก สัปดาห์นี้(พุธ)


ทางลงคลองลาดชันมาก เพราะน้ำลง จึงให้ยามช่วยปล่อยให้

อุทิศส่วนกุศลนี้ให้ตัวเองและทุกสรรพสัตว์
 ;D


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ พฤษภาคม 05, 2013, 07:12:21 PM
อนุโมทนาสาธุ นะครับผม ท่าน ลุงผู้เล็งเห็นทุกข์ อิอิ

ผมก็ช่วยเหลือ คนพิการที่ญี่ปุ่นมาครับ เอาบุญมาแบ่งเช่นกันเด้อ ครับผม


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ พฤษภาคม 11, 2013, 08:08:26 AM
อนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ กรกฎาคม 19, 2013, 04:54:28 PM
ตักน้ำใส่ขัน รอให้ยุงมาวางไข่
 แล้วเทน้ำที่มีลูกน้ำยุงใส่บ่อปลาหางนกยูง
แต่สะดุ้งใจ หยุดทำแล้ว
 :-[


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ สิงหาคม 06, 2013, 02:11:50 PM
รักษาศีล ข้อที่ 1 ด้วยความแยบคายด้วยครับ
ศีลจะได้ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย ไม่ขาดครับ


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: the suffering ที่ สิงหาคม 10, 2013, 07:04:31 PM
กล่าวถึงสภาวะ จิตตั้งมั่น ที่เพิ่งจะได้สัมผัส ตอนป่วย จิตนั้นวางตัวนิ่งอยู่ที่กลางทรวง ในขณะที่ร่างกายก็ยังทำกิจกรรมทั่วๆไป ได้ ยามนอนนอนน้อย ตี 1 ตื่นตี 4 และไมีมีอ่อนเพลีย ทรงสภาวะ ได้ 2 วัน และออกมา 1-2 วัน แล้วกลับเข้าสภาวะนั้น อีกครั้ง เรียนถามพระอาจารย์ ท่านว่าจิตพัก จึงไม่เหนื่อย
ตอนนี้อาการป่วยเริ่มดีขึ้น เพราะสมุนไพรไทย รพ บางกระทุ่ม ชื่อยาแคปซูลคือ พลูคาว (คาวตอง) ;)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ สิงหาคม 10, 2013, 10:40:20 PM
ตอนป่วย จิตใจเข้มแข็งก็สามารถมีสมาธิตามดูจิตดูใจได้ เยี่ยมมากครับ
ขอให้สุขภาพกลับมาเหมือนเดิมโดยเร็วนะครับ  :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: golfreeze ที่ สิงหาคม 11, 2013, 11:03:30 AM
ช่วงนี้ อากาศเปลี่ยนแปลง ไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับผม

พักผ่อนกายบ้าง เพื่อนำมาเจริญสติ และพักผ่อนจิตใจ สู้ๆ กันนะครับผม


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ สิงหาคม 30, 2013, 10:34:23 PM
สบายดีนะครับ

อากาศเมืองไทยเป็นไงบ้างล่ะครับน้องกอล์ฟ ... :)


หัวข้อ: Re: เขียนๆ คุยๆ กับเพื่อนที่รู้ใจ
เริ่มหัวข้อโดย: AVATAR ที่ พฤษภาคม 24, 2015, 09:57:46 AM
คิดถึงท่าน the suffering จัง
ผมชอบท่านทำความเพียรด้วยการเดินจงกรม
หาได้ยากในปุถุชนคนทั่วไปนัก