KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐานคุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอมการฝากกระแส...ความฉลาดใน อธิษฐานบารมี
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: การฝากกระแส...ความฉลาดใน อธิษฐานบารมี  (อ่าน 23420 ครั้ง)
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 12:41:35 PM »

ที่ว่าถึงที่สุด 4 ครั้ง มาจากหนังสือ ของวัดพระธาตุศรีจอมทอง  ..ฮับ


แต่หนังสือใช้คำว่า  จิตสัมผัสนิพพาน  4 ครั้ง


ทราบแล้วเปลี่ยน..


กรุณาอย่าล้อเล่น   กับ

ความเพียร(สัมมาวายาโม) 

สมาธิ(สัมมาสมาธิ) 


และวิปัสนา(สัมมาสติ)


ในการสร้างตนเองให้เป็นพระ(อริยะ) ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 02:28:47 PM »

คงไมมีใครจะคิดลบหลู่หรือล้อเล่นหรอกครับ...

การเรียน การอ่าน หรือการปฏิบัติธรรมนั้น ก็มีลำดับเป็นขั้นเป็นตอนไป เพื่อเข้าใจในธรรม และเข้าสู่การบรรลุธรรมเป็นชั้นๆไป

บางที่การอ่าน หรือ การปฏิบัติ ก็แล้วแต่ มันก็มีเทคนิคแตกต่างกันไปตามเฉพาะของแต่ละบุคคลหรือตามจริตนิสัยที่แตกต่างกันไป

เราอาจคิดว่าเราอ่านแบบนี้แล้วดีเข้าใจง่าย แต่บางคนอ่านเรื่องเดียวกัน แต่ไม่เข้าใจเลยก็เป็นได้

การปฏิบัติก็เหมือนกัน มีแนวทางตามสติปัฏฐาน ๔ และนำกรรมฐาน ๔๐ กองมาใช้ บางท่านชอบกอง ๑ บางท่านชอบอีกกองหนึ่ง บางท่าชอบหลายๆกอง บางท่านชอบทุกกอง เพื่อนำมาพิจารณากัน ซึ่งก็ได้ทั้งหมด แล้วแต่จริตนิสัย

ในตอนใกล้รุ่งอรุณพระกรณีกิจที่สำคัญของพระพุทธเจ้าคือการเล็งพระญานว่าในวันนี้จะไปโปรดท่านใด และด้วยธรรมแบบไหน จึงจะยังให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือไปตรัสแล้วบรรลุธรรมได้ง่ายเข้ากับจริตนิสัยของท่านนั้น

เราจึงพึงได้อ่านในพระไตรปิฎกว่า พระพุทธเจ้าท่านตรัสให้ท่านนั้นเพียงไม่กี่ประโยคกี่คำ ก็บรรลุมรรคผลแล้ว...และตรัสไว้ในแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน...แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเพื่อให้มองเห็นสัจธรรมและเพื่อให้ได้มรรคผลนิพพานเหมือนกันทั้งสิ้น...

เปรียบเสมือนจะเดินขึ้นเขาเพื่อไปให้ถึงยอดเขา พระพุทธเจ้าก็ชี้ทางเดินขึ้นเขาไว้แล้วเพื่อให้ดำเนินถึงยอดเขา ส่วนใครจะไปทางใดนั้นก็แล้วแต่จะดำเนินกันเอง...บางคนอาจจะเดิน วกวนวนเวียนไปบ้าง ถ้ามาถูกทางแล้วคือยังมุ่งหน้าเดินขึ้นไป เป้าหมายสุดท้ายก็ต้องไปพบกันบนยอดเขาที่เดียวกันหมด  ไม่ใช่ถึงยอดเขาแล้วลงมาอีกครึ่งทางแล้วเปลี่ยนทางขึ้นไปใหม่ อีก ๔ ครั้ง ใกล้จะถึงยอดเขาเราจะมองเห็นยอดเขาแล้ว  นั่นเปรียบเหมือนเป็นกระแสนิพพาน

เมื่อถึงยอดเขาแล้วคือทำจบหมดกิจที่จะต้องทำอีก..นิพานไม่มีแบบเข้าๆออกๆ ถ้ายังเข้าๆออกๆได้นั่นยังไม่ใช่ นิพพาน ที่สัมผัสนั่นเป็นเพียงกระแสนิพพาน แต่ก็เข้าใกล้นิพพานมากแล้ว



เปรียบเทียบ...

 ชีวิตกับนครใหญ่


ปัญหา จงเปรียบเทียบให้เห็นว่าชีวิตคล้าย ๆ กับเมืองเมืองหนึ่ง ?

พุทธดำรัสตอบ

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า เมืองชายแดนของพระราชาเป็นเมืองที่มั่นคง มีกำแพงและเชิงเทิน มีประตู ๖ ประตู นายประตูเมืองนั้น เป็นคนฉลาดหลักแหลมมีปัญญา คอยห้ามคนที่ตนไม่รู้จัก อนุญาตให้คนที่ตนรู้จักเข้าไป ราชทูตด่วนคู่หนึ่งมาแต่ทิศบูรพา มาแต่ทิศปัจฉิม มาแต่ทิศอุดร มาแต่ทิศทักษิณ ถึงถามนายประตูนั้นว่า แน่ะบุรุษผู้เจริญ เจ้าเมืองนี้อยู่ที่ไหน นายประตูนั้นตอบว่า แน่ะท่านผู้เจริญ นั่นเจ้าเมืองนั่งอยู่ ณ ทาง ๔ แพร่ง กลางเมือง ที่นั้นราชทูตคู่นั้นมอบถ้อยคำตามเป็นจริงแก่เจ้าเมือง ถึงดำเนินกลับไปตามทางที่มาแล้ว
“ดูก่อนภิกษุ ก็ในอุปมานั้น มีความหมายดังต่อไปนี้ว่า เมือง หมายถึงกายนี้ ที่ประกอบด้วยมหาภูรูป ๔ ซึ่งมีมารดาและบิดาเป็นแดนเกิด เจริญด้วยขาวสุกและนมสด มีอันต้องอบต้องนวดฟั้นเป็นนิตย์ มีอันทำลายและกระจัดกระจายเป็นธรรมดา คำว่าประตู ๖ ประตู เป็นชื่อของอวัยวะภายใน ๖ คำว่า นายประตู หมายถึง สติ คำว่าคู่ราชทูตด่วน หมายถึงสมถะและวิปัสสนา คำว่าเจ้าเมืองเป็นชื่อของวิญญาณ คำว่าทาง ๔ แพร่งกลางเมือง หมายถึงมหาภูตรูป ๔ คำว่าถ้อยคำตามเป็นจริง หมายถึงนิพพาน คำว่า ตามทางที่มาแล้วหมายถึงอริยมรรคมีองค์ ๘....”


กึสุกสูตร สฬา. สํ. (๓๔๒)
ตบ. ๑๘ : ๒๔๑-๒๔๒ ตท. ๑๘ : ๒๒๖-๒๒๗
ตอ. K.S. ๔ : ๑๒๖-๑๒๗


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2010, 02:31:23 PM โดย AVATAR » บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 02:39:26 PM »


พระโสดาบัน   ไม่รู้กลเม็ดเทคนิคของ พระสกทาคามี

พระสกิทาคามี  ไม่รู้กลเม็ดเทคนิคของ    พระอนาคามี

พระอนาคามี    ไม่รู้กลเม็ดเทคนิคของ     พระอรหันต์

พระอรหันต์      ไม่รู้กลเม็ดเทคนิคของ    พระปัจเจกพระพุทธเจ้า

พระปัจเจกพระพุทธเจ้า  ไม่รู้กลเม็ดเทคนิคของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 04:17:21 PM »

ฮับ..

ทราบแล้วเปลี่ยน ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 04:23:54 PM »

ทราบแล้ว ขอบคุณครับ ท่านพี่ ทั้งสอง อิอิ
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 04:30:01 PM »

เมื่อวาน หลวงพ่อป.   

มาคุยกันเล็กน้อย


เรื่องการ ไปยุ่งเกี่ยวกับ  เรื่องเงินๆทองๆ(ที่โลกมันเอามาหลอก ..ให้อยากมี) ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2010, 07:27:06 PM »



ไปยุ่งกับเงินทองของนอกกายเมื่อไหร่ กิเลสก็มาเกาะแล้วครับ โทษมากน้อยละเอียดแตกต่างกันไปตามสภาวะของกิเลส และความพยายาม

บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 12:11:49 PM »

แต่ หมู่ฮา ก็ยังต้องใช้เงินอยู่ดี

(แล้วกรณี นักบวช สงฆ์ และพระสงฆ์ ควรยุ่งกะเรื่องเงิน ทอง แบบไหนถึงจะไม่ หลง กับมัน...)



ครือ ใช้อย่างมีสติ

เพียงเพื่อ  ยัง อัต(ตา)ภาพ นี้ไว้ ยิงฟันยิ้ม


 
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2010, 02:25:40 PM »



จึงเป็นเหตุให้ตั้งแต่สมัยพุทธกาลมา พระสงฆ์จึงมีการเดินธุดงค์ตลอด ไม่อยู่ประจำที่ เพื่อไม่ให้ติดในสถานที่ ติดในผู้คน ติดในรสชาติของอาหาร และอีกหลายอุบายธรรมของพระพุทธเจ้าฯ

พระธุดงค์ไม่ใช้เงิน...และไม่เห็นเงินจะจำเป็นอะไร บิณฑบาตรเอา ฉันแบบตามมีตามได้ วันไหนไม่ได้รับบิณฑบาตรก็ไม่ได้ฉัน...ก็ทนเอา จนบางทีที่พระบางท่านปฏิปทามาก ไม่มีคนมาถวายอาหารหลายวัน เทวดาก็แอบแปลงมาถวายให้แล้วขออาศัยฟังธรรมด้วย...เทวดาก็อยากได้บุญเพิ่มเหมือนกัน...ไม่ใช่สนุกอย่างเดียวจนหมดบุญ อย่างนี้ประมาท.

พอธุดงค์ไม่มีหยุด...เวลาหน้าฝนก็ไปเดินเหยียบข้าวของชาวบ้านเข้าเสียหายมาก...พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติวันเข้าพรรษาขึ้น ๓ เดือน

ห้ามภิกษุสงฆ์ออกธุดงค์...นั่นจึงเป็นที่มา อันนี้ผมเล่าแบบย่อๆครับ..
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #39 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 12:01:09 PM »

 

ความจริงในสมัยพุทธกาลพระหรือสมณะก็ไม่ใช้เงินอยู่แล้ว

แต่เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปการแลกสิ่งของต้องใช้เงินก็เพิ่งสมมุติกันมาเมื่อไม่กี่ร้อยปีนี้นี่เอง

ในความเห็นส่วนตัวของผมนะ ตอนผมบวชผมก้ไม่เห็นต้องใช้เงินอะไร

แต่ถ้าสมัยนี้เลี่ยงไม่ออกก็ให้หาโยมอุปปัฏฐากดูแลเรื่องปัจจัยให้ คอยบอกว่าขาดเหลือนู้นนี้(ซึ่งความจริงมันก็ไม่เห็นจะขาดอะไร นอกจากเข้ารพ.ก็ไปรพ.สงฆ์ก็ไม่ต้องจ่ายอีก)ให้บอกโยมอุปปัฏฐากจัดหามาถวายก็แค่นั้น

ถ้าเป็นหมู่สงฆ์ ก็ให้ญาติโยมที่มีจิตศรัทธานั่นแหละมาเป็นกรรมการร่วมกันหลายๆคน ที่พอไว้เนื้อเชื่อใจกันและมีความเสียสละเพื่อพระพุทธศาสนาหน่อย
แล้วให้พระคอยตรวจสอบบัญชีอีกที

เวลาทางวัดต้องการปรับปรุงโบสต์ วิหาร ศาลาการเปรียญ สร้างห้องน้ำ...ก็ให้พระบอกกรรมการหรือกรรมการนำเสนอพระ แล้วให้กรรมการดำเนินงานบริหารจัดการจากเงินกองทุนวัดเอา

อย่างนี้ก็พอจะเลี่ยงไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทองได้  รายละเอียดมันมีมากกว่านี้เยอะ นี่เป็นคอนเซ็ปคร่าวๆน่ะครับ

 
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #40 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2010, 06:06:05 PM »

ปิด 3 วัน 4-6 ธค

ไม่มีโปรแกรม เดินทางไป ท่องเที่ยว ที่ไหน

เพราะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว

อีกอย่างสังขารก็ ย่ำแย่


แต่ประมาณเดือน มีค อาจไปวัดพระธาตุศรีจอมทอง  ที่เชียงใหม่


เรื่อง เงินทอง ในวงการศาสนา  คนที่มีหน้าที่ดูแล ก็ทำงานไป


เราได้แค่ ดู และมาปรับทุกข์กันบ้าง

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
กระโดดไป: