KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐานคุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอมสมรส แปลว่าอะไร มีความหมายในทางธรรมะ อย่างไร (เชิงที่เกี่ยวกับธรรม)
หน้า: [1] 2 3 4
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สมรส แปลว่าอะไร มีความหมายในทางธรรมะ อย่างไร (เชิงที่เกี่ยวกับธรรม)  (อ่าน 41111 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 05:11:39 PM »

สมรส แปลว่าอะไร มีความหมายในทางธรรมะ อย่างไร


แปลว่า มี  รสเสมอกัน รสนิยม หรือ แปลตรงๆ ก็คือ การ มี พฤติกรรม ทางความคิด และ ทางกาย ไปในทางเดียวกัน ครับ
รส ที่ เสมอ กัน มี 4 อย่าง ครับ ตาม คำโบราณ ว่าใว้ ใครจะเข้าพิธีสมรส หรือ จดทะเบียนสมรส ต้อง ดู และ พิจารณาให้ ดี
ตาม คำโบราณ สอน ใว้ แล ว่า 4 ข้อ นื้ ถูกต้อง ตรง ตามกันหรือเสมอกัน ไหม ถ้าเสมอกัน ก็ สมรสได้เลย ชีวิต มีความสุข
ราบรื่น แน่นอน แต่ถ้า ไม่เสมอ กัน อย่า พึ่งแต่ง คุยกัน ตกลงกันก่อน แต่อย่า ลืม พฤติกรรม แต่ละคน มีมาแต่เล็กแต่น้อย

การ จะเปลื่ยนแปลง เพื่อ คนอื่น ( อย่าง ถาวร) นั้น ยากนัก โปรดพิจารณา

1.มี ศรัทธา เสมอ กัน หรือความเชื่อ เสมอกัน
เช่นการนับถือศาสนา........การนับถือ สิ่งสิ่งต่างๆ ที่ ต่างกัน........สิ่งที่เราไม่ชอบ ตั้งอยู่เต็มบ้าน .....ไหวไหม ครับสามี นับถือ พุทธ เมีย นับถือ อิสลาม........หรือ สามี ชอบไหว้พระที่บ้าน
อยากอยู่ด้วยกันตลอด เมีย ชอบไปเข้าปฎิบัติธรรมที่ สำนักสงฆ์.งี้........ถ้า มีศัทธาไปในทางเดียวกัน.หรือ ไกล้กัน...จะดีกว่าไหม ครับ

2. มีศีล เสมอกัน
เช่น สามี ชอบกินเหล้า เล่นการพนัน เมีย ถือศีลกินเจ สวดมนต์ สามีมอง เรื่อง การมีกิ๊ก เป็นเรื่อง ปรกติ เมีย มองเป็นเรื่องผิดศีล อย่างนื้เป็นต้น แต่ถ้า สามี ชอบ กินเหล้า เมีย ชอบ เล่น ไพ่ อย่าง นื้ น่า จะได้ นะ 55555555

3. มี จาคะ เสมอ กัน คือ มีเมตตาเสมอกัน เช่น สามี ใจดี ใจบุณ โอบอ้อม อารี ให้ ทานไปทั่ว แต่ เมีย ขี้เหนียว ไม่ชอบ ให้ทาน เค็มยิ่งกว่าทะเล ทำทุกอย่าง ต้องมีค่าตอบแทนหมด เห็นไรเป็นธุรกิจไปหมด ก็ เอวัง หรือ เมีย ชอบ ให้ทาน บริจาค หรือ ชอบช่วยเหลือ คน ให้เงินเพื่อน ยืม อยู่เรื่อย สามี จะเอาดอกเบื้ย ไม่ชอบขี้หน้าเพื่อนเมีย เป็นต้น อื่นๆ อีกมากมายๆๆๆๆมากมาย 555

4. มี ปัญญา เสมอ กัน หรือ ไกล้เคียงกัน  คือทั้ง 2 คน มี สติปัญญา หรือความรู้ หรือ วิสัยทัศน์ ที่ไกล้เคียงกันจึงจะดี
ไม่ใช่ สามี อ่าน หนังสือพิมมิ์ ธุรกิจ เมีย อ่าน โลกดารา งื้
สามี ดู CNN เมีย ดูระคร น้ำเน่า งี้สามี เป็นผู้ อำนวยการ เมีย เป็น เสมียน เอวัง

ทั้ง 4 ข้อ คำโบราณ สอน ใว้ ดีมาก ครับ
เสริมครับ  ข้อควรระวัง ที่สุดก่อนตัดสินใจ

1. อย่า ตัดสิน ลำเอียง เข้าข้าง ตัวเอง
2. อย่า ตัดสิน เพราะ คำว่า รัก………หน้ามืด ( ตาบอดไปชั่ววูบ )
3. อย่า ตัดสิน เพราะ คำว่า เสียตัวแล้ว....เลยตามเลย……….
4. อย่าตัดสินเพราะคนอื่นเห็นด้วย....สนับสนุน….อย่าถามใคร
5. อย่าตัดสิน เพราะ มัน รวย..........ถ้า รวย ความรู้ ...จะดีกว่า
6. อย่า ตัดสิน เพราะ เขารับปากว่า จะปรับปรุง เปลื่ยนแปลง เพื่อ คุณ.........หรือ ....ขอเวลา
7. อย่าตัดสิน เพียงเพราะว่า เป็นรถไฟขบวนสุดท้าย ไงๆ ก็ เกาะไปก่อนละกัน ( อย่าลืมว่า รถไฟหยุดวิ่ง เราก็ไป รถ บัส แทนก็ได้ หรือ ไม่ ก็ ไม่ต้องไปก็ได้ จะเป็นไรไป.....หึๆๆ )
8. อย่าตัดสินเพียงเพราะว่า ต้องการกำลังใจ อบอุ่น เป็นที่พึ่ง ( อย่าลืมว่า เขาก็คิดอย่างเราแหละ ....ต่างคนต่าง ต้องการจะเอา......ไม่มีคนให้ แล้ว จะเอาจากไหนละครับ....)
9. สืบเนื่องจาก ข้อ 8 . ผมขอแนะนำว่า.......คุญ มีอยู่แล้ว ทุกคน อยู่ ในตัวของคุญเอง หากคุญ พลัก ความอ่อนแอออกไป อยู่กับจิตตน.คุญจะเห็น พลัง ในตัวคุณอย่างล้นหลาม ครับ


เพราะคุณ ต้อง อยู่ด้วยกัน เป็นแสนๆ ชั่วโมงใช่ไหมครับหาก เกิดประโยชน์ กับ ชีวิตคนอื่น
ขอส่วนบุณนื้ จง สำเร็จ แก่ เทวดาที่ รักษาตัวข้าพเจ้า
และ เจ้ากรรม นายเวรของข้าพเจ้า รวมทั้ง พ่อ แม่ ของข้าพเจ้าในทุกๆครั้ง



ขอบคุณข้อมูลจาก :
นาย จิโรจ ขุนเดชมาก....09-09-2010   ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 09, 2010, 06:32:14 PM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 08:05:48 AM »


ใครยังไม่แต่งงานคิดหนักเลยครับเนี่ย...

อาจมีไม่เสมอกันหมดหรอกครับผมว่า เพราะพื้นฐานและบุญกรรมต่างกัน เอาแค่ใกล้เคียงก็ยากเย็นอยู่ไม่น้อยนะผมว่า

จะลุยเอาเอง (ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน) หรือจะให้เป็น

บุพเพสันนิวาส(สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม) ....?



อยู่ที่คุณแล้วครับ...

แต่สำหรับผม...กว่า 140,000 ชั่วโมงแล้ว  นานเป็นแสนชั่วโมงจริงๆแฮะ  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2010, 08:16:21 AM โดย AVATAR » บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 08:55:05 PM »

มันเป็นอย่างนี้ว่า

ถ้าศีล ปัญญาไม่เท่ากัน มันจบเร็วกว่าคนที่ใกล้เคียงกันหรือเท่ากัน ....ง่ะ

รางวัลที่ 1 มีแค่หนึ่งเดียว และ ปัจจุบันนี้ รางวัลที่1 ก็ยังไม่มีอีกด้วย

แล้วจะไปหาได้ที่ไหน.. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 11:48:50 PM »

ผมก็คิดว่างั้นแหละครับ...

แต่เอ..รางวัลที่ ๑ มีรางวัลเดียว แต่มันมีได้หลายใบนี่ครับ...?

จะหา (ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน)หรือ จะรอเล่าครับ ( บุพเพสันนิวาส,สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม)

แล้วแต่ท่านแล้วครับ...

อ่อ...แล้วบังเอิญมีเสมอกันหลายคนเล่าครับ...เห็นบางคนสมรสหลายรอบ โดยที่ยังไม่ได้หย่ากับคนเก่าเลย...เหมือนจดทะเบียนซ้อน

จะโดนผิดศีลข้อ ๓ และ ๔ ด้วยหรือเปล่านะนี่

ต้องเอาศีลข้อ ๓ และ ๔ มาวิเคราะห์ประเด็นนี้กัน แล้วคล้ายๆกับกระทู้

หญิงจะมี 5 ผัว 10 ผัวก็ไม่บาป ถ้าผัวหลวงอนุญาตของคุณลุง phonsak ขออ้างอิงนิดนึงครับ

 ยิ้ม
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 12:03:40 AM »

เรื่องปลายปี 2555 ที่ว่าโลกจะเกิดภัย ท่านว่าอย่างไร

ที่สัมผัส มา มันมีคนรอดประมาณ ร้อยละ 30  ..

(คุณลุงท่าจะเป็นประเภท ผู้รู้มากเกิน 100 นั่นแหละ

และก็ การมีคู่ก็เป็นห่วงผูกข้อมือ ...ไม่อย่างนั้นเจ้าชายสิทธัตถะไม่เสด็จปลีกวิเวก..ร็อก)   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 03:54:06 PM »

มีหลายกระแสครับ ผมก็ฟังๆมานานแล้ว แถมเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายให้ดูตื่นตาตืื่นใจไปอีก เป็นต้นว่าน้ำจะท่วมโลก เมือ่โลกไม่ บาล๊านโลกก็จะค่อยๆเอียง และโลกจะกลับขั้วจากขั้วโลกเหนือไปเป็นขั้วโลกใต้ ภายใน ๑ เดือนครึ่ง และระหว่างนี้คนจะประสบอุทกภัยและภัยจากธรรมชาติ จนตายไปเกือบหมด ยกเว้นพวกที่มีบุญ มีศีลธรรม อะไรประมาณนี้แหละครับ

อีกอย่างหนึ่ง สงครามโลก
เรื่องสงครามโลกครั้งที่ ๓ นี่ ในความหมายคือมันจะวอดวายแทบทั้งโลกเพราะนิวเคลียร์พัฒนาระดับการทำลายล้างสูงกว่าที่ ฮิโรชิมาและนางาซากิหลายร้อยเท่าแล้ว
ต่างคนต่างก็มีไม่ใช่น้อย คุณยิงผมก็ยิงและไม่ต้องบินไปบอมบ์ ขีปนาวุธพิสัยไกลเล่นกันข้ามทวีปเลย
จะพอเหลือรอดกันมั๊ยล่ะครับมนุษยชาติ...............!

สงครามโลกครั้งที่ ๔ จึงเรียกคนสมัยอนาคตว่าเริ่มเข้าสู่ยุคหินอีกครั้ง....วนเวียนอยู่อย่างนี้แหละครับ พอวัฒนธรรมหายสาปสูญไป
คนรุ่นต่อมาก็ได้แค่อึ้งและทึ่ง และว่า คนสมัยโบราณเก่งจังไม่ธรรมดา เราก็คิดว่าวิวัฒนาการสูงส่งแล้วนะนี่ ยังคิดไม่ออกว่าคนโบราณเค้าคิดกันได้อย่างไร


"สงครามโลกครั้งที่ ๔ คนจะรบกันด้วย ก้อนหินและท่อนไม้" (กลับเข้าสู่ยุคหินอีกครั้ง)อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์


ก็อย่าตื่นตระหนกกันไปมากนักนะครับ...
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 03:00:34 AM »

เอ้  .. ก็ท่านเป็นผู้ตรวจงาน รับงาน ไม่ใช่เหรอ

แล้วทำไม  ไม่รู้ละ...

..ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 07:09:47 PM »

คงไม่เหมาะกับผมมั้งครับ ผมไม่ค่อยชอบ...

คนตายกันเยอะเกรงว่าจะทำงานไม่ทันหรือรับมือไม่ไหวหรือครับ...ลองประกาศรับสมครดูครับเผื่อมีคนชอบ...แต่คงไม่ใช่ผมแน่ๆครับ  ยิ้ม

แต่ถ้าให้ผมทำผมไม่อยากเห็นใครรับทุกข์ทรมาน ผมคนขี้สงสารนะครับ...(แมลงตัวเล็กๆที่ติดอยู่ในโถฉี่ ผมจะใช้ทิชชูเล็กๆไปซับมันออกมาเพราะถ้าใช้นิ้วมันใหญ่เกินไปไปจับมันตายแน่เพราะมันตัวเล็กนิ๊ดด..เดียว...แล้วเอาไปปล่อยก่อนที่จะฉี่และกดน้ำไม่งั้นมันจมน้ำหายและตายไปต่อหน้าต่อตาแน่...แม้ไม่เจตนาก็เถอะ)

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วถ้าผมมีอำนาจ ผมก็สั่งปิดนรก และให้อภัยโทษพวกที่อยู่ก่อนทั้งหมด...ไล่ไปอยู่สวรรค์ให้หมด

มันจะยุ่งเอานาครับ... ยิ้ม  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 10:49:42 PM »

*กำลังบุญ และกำลังบาป

ล้วนมีระดับ

ตามกำลังของศีลที่มีในสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ที่เราไปสัมผัส

ตย.เช่น ทำบุญกับเดรัจฉาน 100 ตัว ไม่เท่าทำบุญกับ อสุรกาย 1 ตน?

หรือ  ทำบาปกับ เดรัจฉาน 100 ตัว เท่ากับทำบาปกับ อสุรกาย 1 ตน

และการ ทำบุญสารพัดบุญ ก็สู้ปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน บ่ ได้ (การพยายามรู้ทุกข์ ต่อด้วยการละกิเลส ออโต้.. ตามด้วย พ้นทุกข์ทันที

5..5..5)

เขียนมาคล้ายๆวกวน หรือเปล่า

คือจาก
1.ทุกข์
2.สมุทัย
3.นิโรธ

นั้น เราต้องได้มาจาก การทำตาม ข้อ 4 มรรค 8...ง่ะ...แล้วผ่านไปรู้ทุกข์ ข้อ1 ไป2 ไป 3*

**มีเรื่องที่ว่า พระรูปหนึ่งหมดบุญ พระอาจารย์รู้ จึงบอกให้กลับบ้านไปหาพ่อแม่ ระหว่างทางกลับบ้านพระรูปนี้ ที่ว่าหมดบุญ(แต่ไม่รู้ตัว) ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ก็ได้บังเอิญไปพบ แอ่งน้ำที่มีลูกปลา ตกคลั่กอยู่ในแอ่งน้ำที่กำลังจะแห้ง ด้วยความเมตตาจึง ช้อนไปใส่บ่อใหญ่ และเดินทางไปบ้าน และเดิน ทางกลับวัด พระอาจารย์สงสัยว่าทำไมไม่ตาย จึงไต่ถามทราบความ ที่ท่านได้สร้างบุญกับเหล่าปลานั้นๆ

สรุปว่า อย่า ไปดูถูกบุญเล็กๆ ..หรือบาปเล็กๆ เน้อ***


***เอ กรณีท่านอวตาร นี่ ..จะรายงานเพื่อให้ทราบ หรือ.. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 10:52:53 PM »

*อ้อ ถ้าจะสังปิดนรก ท่านต้องไปแสดงธรรมให้พวกเขายกระดับจิตได้ก่อน

 ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทาง

ก็สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

อยากได้ แต่อาจไม่ได้อย่างอยาก ถ้า..เท่ไมพอ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 10:57:52 PM »

*เรา ล้วนมีเวลา เพียงชั่วขณะจิตเดียว

มิใช่นับ หลาย ชั่วโมง ตามที่ท่านกอลฟรีซซ เอ่ยอ้าง 5 5 5

ที่ว่าเป็นเวลาต้องผจญภัย กะ คู่  สมรส นับแสนชม.เนอะ   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:27:11 PM »

อ่านเรื่องการทำบุญ ซักนิดมั๊ยครับจะได้พอเรียงลำดับและมองเห็นภาพ...


วิธีสร้างบุญบารมี พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก องค์ที่ 19

๑.ทาน ๒.ศีล ๓.ภาวนา

๑.ทาน
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสเอาไว้ว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับต่อไปนี้คือ
1.        ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีลไม่มีธรรมเลยก็ตาม ทั้งนี้เพราะสัตว์ย่อมมีบุญวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์ และสัตว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี
2.        ให้ทานแก่มนุษย์ไม่มีศีลไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 5 แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม
3.        ให้ทานแก่ผู้มีศีล 5 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 8 แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม
4.        ให้ทานแก่ผู้มีศีล 8 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานกังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 10 คือสามเณรในพระพุทธศาสนา แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
5.        ถวายทานแก่สามเณรซี่งมีศีล 10 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีปาติโมกข์สังวร 227 ข้อ

พระด้วยกัน ก็มีคุณธรรมแตกต่างกัน จึงเป็นเนื้อนาบุญที่ต่างกัน บุคคลที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา มีศีลปาติโมกข์สังวร 227 ข้อนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจังไม่ตรัสเรียกว่าเป็น ?พระ? แต่เป็นเพียงพระสมมุติเท่านั้น เรียกกันว่า ?สมมุติสงฆ์?  พระที่แท้จริงนั้นหมายถึง บุคคลที่บรรลุคุณธรรม ตั้งแต่ชั้นพระโสดาบันเป็นต้นไป ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะได้บวช หรือเป็นฆารวาสก็ตาม นับว่าเป็น ?พระ? ทั้งสิ้น และพระด้วยกันก็มีคุณธรรมต่างกันหลายระดับชั้น จากน้องไปหามากดังนี้คือ  พระโสดาบัน      พระสกิทาคามี       พระอนาคามี     พระอรหันต์    พระปัจเจกพุทธเจ้า  และสมเด็พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ย่อมเป็นเนื้อนาบุญที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

6.        ถวายทานแก่พระสมมุติสงฆ์ แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (ความจริงยังมีการแยกเป็น พระโสดาบันปัตติมรรค และพระโสดาบันปติผลฯลฯ เป็นลำดับไปจนถึงพระอรหัตผล แต่ในที่นี้จะกล่าวแต่เพียงย่นย่อ พอให้ได้ความเท่านั้น)
7.        ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระสกิทาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
8.        ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอนาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
9.        ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอรหันต์ แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
10.        ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
11.        ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
12.        ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะได้ถวายสังฆทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
13.        การถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายวิหารทาน แม้จะได้กระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

วิหารทาน ได้แก่การสร้างหรือร่วมสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณประโยชน์ ที่ประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนึ่ง การสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์หรือสิ่งที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องกับกิจในพระพุทธศาสนา เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ ศาลา ป้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง สุสานเมรุเผาศพ ก็ได้บุญมาก ในทำนองเดียวกัน
14.        การถวายวิหารทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง (100 หลัง) ก็ยังได้บุญน้อยกว่า การให้ ?ธรรมทาน? แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้ธรรมทาน ก็คือการเทศน์ การสอนธรรมะ แก่ผู้อื่นที่ยังไม่รู้ให้ได้รู้ ที่รู้อยู่แล้วให้รู้ยิ่งๆขึ้น ให้ได้เข้าใจใน มรรค ผล นิพพาน ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิ ได้กลับใจเป็นสัมมาทิฐิ ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรม รวมตลอดถึง การพิมพ์แจกหนังสือธรรมะ
15.        การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ ?อภัยทาน? แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้อภัยทานก็คือการไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่น แม้แต่ศัตรู ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน
 
ยังมีอีกเป็นลำดับต่อไปครับท่านพี่ ค่อยๆดูไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2010, 12:44:22 PM โดย AVATAR » บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:28:44 PM »

ข้อมูล เป๊ะ เล้ลย   

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
the suffering
Global Moderator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 9
กระทู้: 859


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:31:09 PM »

ที่ท่านอวตารบอกมา ยังเป็นเพียงเรื่องทาน นะ

ยังต่อด้วย ศีล

และสุดท้ายคือภาวนา ใช่หรือเป่า ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:37:19 PM »

ยังไม่จบครับท่านพี่...

แล้วช่วยแมลงตัวกระจิ๊ดริดในโถฉี่นี่คงได้บุญน้อยซิครับ...เพราะมันตัวเล็ก ไม่มีใครสนใจมัน...แล้วคนไปฉี่ใครจะไปช่วยมั๊น...แถมเล็งฉี่ให้โดนมันตกลงไปในช่องระบายอีก...ใครจะใช้ทิชชู ไปชุบชีวิตมันขึ้นมาจากโถฉี่ล่ะครับ...

สำหรับผมเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญ...สำคัญอยู่ว่ามันมีชีวิตหรือเปล่า...!!!!

อย่าดูถูกแม้ชีวิตที่เล็กน้อย หรือ ดูต่ำต้อย... ยิ้ม

จะดูต่อข้อ ๒.ศีล หรือครับ..? อ๊ะ...จัดไป...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2010, 11:41:08 PM โดย AVATAR » บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
หน้า: [1] 2 3 4
พิมพ์
กระโดดไป: