KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับห้องนั่งเล่น คุยกันสบายๆตามประสาชาวกรรมฐานคุยกันสบายๆ ตามประสาชาวกรรมฐาน.คอมคุยกันสบาย...สบายครับ
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 29
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คุยกันสบาย...สบายครับ  (อ่าน 245023 ครั้ง)
Sinhbat
สมาชิกใหม่
*

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 0
กระทู้: 19


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #225 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2011, 08:53:30 PM »

อนุโมทนาสาะครับกับบทความที่มาลง ผมมาใหม่ ขออนุญาติอ่านนะท่าน พอดีอ่านแล้วปลื้มน่ะเลยขออนุโมทนาท่านจะด่าผมมั้ย
บันทึกการเข้า
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #226 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2011, 10:03:30 PM »



ตามสบายเลย เหมือนชื่อกระทู้แหละครับ

แถวนี้มีแต่คนจิตใจดีงาม ดูอย่างท่านพลศักดิ์แกยังอยู่มานานปีแล้ว สบายใจของแก แกก็โพสต์ของแกไปตามเรื่องตามราว

เราไม่ไปต่อล้อต่อเถียง มันก็จบ ทั้งๆที่แกอาจจะเข้าใจไม่ถูกต้องนัก อันไหนปล่อยได้ก็ปล่อยไป อันไหนเกินเหตุอันควรจริงๆก็เอามาดูกันครับ

กฎแห่งกรรมบันทึกเอาไว้แล้ว ใครทำอย่างไรก็เตรียมรับวิบากหรือผลกรรมที่ทำลงไปแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ถ้ายังวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ

 
 



บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #227 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2011, 10:12:37 AM »


มวลน้ำคงไหลออกจากประเทศไทยแล้ว

ที่เหลืออยู่ก็เป็นน้ำขังจากการเป็นที่ลุ่มและที่ต่ำ ต้องสูบน้ำระบายออกไป

ถนนหนทางก็กลับคืนมาพร้อมใช้การได้มาก แต่บางเส้นทางอาจเสียหายบ้างแต่รถราพอสัญจรได้

ยังอยู่ในโลกก็ต้องรับวิบากกรรมกันไปถ้วนทุกคน มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป ในโลกนี้จึงมีแต่ทุกข์มากกับทุกข์น้อยเท่านั้นเอง

เมื่อมีการเกิด มีภพชาติแล้ว ไม่มีที่แห่งใดจะเป็นสุขหรือบรมสุข นอกจากพระนิพพาน

 
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #228 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2011, 06:13:31 AM »


พอดีรำลึกถึงครูบาอาจารย์...ที่ชุ่มเย็นมากนับตั้งแต่เคยสัมผัสมา...หลวงปู่ขาว อนาลโย โชคดีที่เคยสัมผัสพ่อแม่ครูอาจารย์มาบ้าง

พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็แล้วแต่เราจะเรียกท่านเป็นอย่างไร...แต่สำหรับผมเป็นโชคดี โอกาสดี ที่ได้มีโอกาสนมัสการเหล่าพระอริยะทั้งหลาย

การปฏิบัติธรรมนั้นไม่มีโทษมีแต่คุณ คือจิตไม่ขุ่นมัว จิตผ่องใส จะยืน เดิน นั่ง นอน ก็มีความสุขไม่มีความทุกข์

จะเข้าสู่สังคมใดๆ ก็องอาจกล้าหาญ การทำความเพียร เมื่อสมาธิเกิดมีขึ้นแล้วจะไม่มีความหวั่นไหว

ไม่มีความเกียจคร้านต่อการงาน ทั้งทางโลกทั้งทางธรรม จากนั้นก็เป็นปัญญาที่จะมาเป็นกำลัง

เมื่อปัญญาเกิดขึ้นแล้วรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ จะเรียนทางโลกก็สำเร็จ จะทำการธรรมก็สำเร็จ

พระพุทธเจ้าท่านจึงสั่งสอนอบรมให้เกิดให้มีขึ้นมาเบื้องต้นตั้งแต่ศีล

ศีลเป็นที่ตั้งของสมาธิ สมาธิเป็นที่ตั้งของปัญญา ไม่ว่าศีล สมาธิ ปัญญา

เป็นทางมาแห่งวิมุตติ คือ ความหลุดพ้นด้วยกัน


โอวาทธรรม หลวงปู่ขาว อนาลโย

บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #229 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 09:16:25 AM »


ปีนี้สำหรับผมเป็นปีที่ผ่านไปเร็วมาก

หลายสิ่งหลายอย่างผ่านพ้นไปด้วยความรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงไปตามวิถี

อาจเนื่องด้วยมีเหตุการณ์ ที่สำคัญผ่านมามากมาย

เวลาเดินผ่านไป เรามาคิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมาตลอดปีนี้

เหลืออีก 11 วันจะเข้าสู่ปีใหม่แล้วครับ

เราทำอะไรให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นบ้างหนอ...
 
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #230 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 05:59:13 PM »

ปีใหม่ไป ทำบุญที่ไหนกันพี่ต่าย

ผมกลับบ้านที่อุบล นะครับ ถ้าพี่ได้แวะไป ก็ไปเยี่ยมเยือนได้นะครับผม

ผมว่าเหตุการณ์หลายๆ อย่างก็ดำเนินสู่ กฏแห่งพระไตรลักษณ์ ทั้งสิ้น เน๊อะครับ

อย่างไรก็ตามปี 2554 กำลังจะผ่านไป และกำลังจะก้าวเข้าสู่การครบรอบ 2,600 ปี

ในเหตุการณ์ตรัสรู้ ขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยของพระพุทธโคดม _/\_

ขอให้พี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน เจริญๆ ในธรรม ยิ่งๆขึ้นไปนะครับ

และขอให้ผลแห่งกรรมดี ที่ทุกท่านทำมาดีแล้วคุ้มครอง รวมถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ส่งผลให้ท่านและครอบครัว

รอดพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี นะครับ สาธุ 

สวัสดีปีใหม่ 2555 ล่วงหน้านะครับผม ^_^
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #231 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 06:00:56 PM »


มวลน้ำคงไหลออกจากประเทศไทยแล้ว

ที่เหลืออยู่ก็เป็นน้ำขังจากการเป็นที่ลุ่มและที่ต่ำ ต้องสูบน้ำระบายออกไป

ถนนหนทางก็กลับคืนมาพร้อมใช้การได้มาก แต่บางเส้นทางอาจเสียหายบ้างแต่รถราพอสัญจรได้

ยังอยู่ในโลกก็ต้องรับวิบากกรรมกันไปถ้วนทุกคน มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป ในโลกนี้จึงมีแต่ทุกข์มากกับทุกข์น้อยเท่านั้นเอง

เมื่อมีการเกิด มีภพชาติแล้ว ไม่มีที่แห่งใดจะเป็นสุขหรือบรมสุข นอกจากพระนิพพาน

 

สาธุครับผม
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #232 เมื่อ: มกราคม 01, 2012, 01:24:06 AM »

 



ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๕ ...ขอให้ทุกท่านได้มีความเจริญด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยภาวนา มีความฉลาดรอบรู้ตามหลักสัจธรรมทั้งหลาย

ให้มีความรู้แจ้งเห็นจริงตามหลักความเป็นจริงด้วย สติ และภาวนามยปัญญา ของทุกท่านด้วยเทอญ...




 
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #233 เมื่อ: มกราคม 01, 2012, 07:22:01 AM »

ปีใหม่นี้ขอให้ทุกท่าน เจริญทั้งทางโลก และทางธรรมนะครับ

ตั้งมั่นดำรงอยู่ในศีล สมาธิ และเจริญปัญญา ครับผม

สวัสดีปีใหม่ 2555 ครับผม ^_^
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #234 เมื่อ: มกราคม 02, 2012, 06:42:42 PM »

 


สวัสดีปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๕ ครับ


ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #235 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 08:20:21 PM »


ขอนำการสนทนาธรรมระหว่างหลวงปู่มั่นและพระธรรมเจดีย์ มาถ่ายทอดให้พวกเราครับ

การพิจารณาขันธ์ 5 ของท่านพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต

 


พระธรรมเจดีย์ : สาธุข้าพเจ้าเข้าใจได้ความในเรื่องนี้ชัดเจนดีแล้ว แต่ขันธ์ 5 นั้นยังไม่ได้ความว่าจะเกิดขึ้นที่ละอย่างสองอย่าง หรือว่าต้องเกิดพร้อมกันทั้ง 5 ขันธ์

 

พระอาจารย์มั่น : ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 5 ขันธ์

 

พระธรรมเจดีย์ : ขันธ์ 5 ที่เกิดพร้อมกันนั้น มีลักษณะอย่างไร? และความดับไปมีอาการอย่างไร? ขอให้ชี้ตัวอย่างให้ขาวสักหน่อย

 

พระอาจารย์มั่น : เช่นเวลาเรานึกถึงรูปคนหรือรูปสิ่งของอย่างใดอย่างหนึ่งอาการที่นึกขึ้นนั้นเป็นลักษณะของสังขารขันธ์

รูปร่างหรือสิ่งของเหล่านั้นมาปรากฎขึ้นในใจนี่เป็นลักษณะของรูปสัญญา

ความรู้ที่เกิดขึ้นในเวลานั้นนี่เป็นลักษณะของมโนวิญญาณ

สุขหรือทุกข์หรืออุเบกขาที่เกิดขึ้นในคราวนั้น นี่เป็นลักษณะของเวทนา

มหาภูตรูปหรืออุปาทานรูปที่ปรากฎอยู่นั้น เป็นลักษณะของรูปอย่างนี้เรียกว่าความเกิดขึ้นแห่งขันธ์พร้อมกันทั้ง 5

เมื่ออาการ 5 อย่างเหล่านั้นดับไป เป็นความดับไปแห่งขันธ์ทั้ง 5


 

พระธรรมเจดีย์ :ส่วนนามทั้ง 4 เกิดขึ้นและดับไปพอจะเห็นด้วยแต่ที่ว่ารูปดับไปนั้นยังไม่เข้าใจ?

 

พระอาจารย์มั่น :ส่วนรูปนั้นมีความแปรปรวนอยู่เสมอเช่นของเก่าเสื่อมไปของใหม่เกิดแทนแต่ทว่าไม่เห็นเองเพราะรูปสันตติ

รูปที่ติดต่อเนื่องกันบังเสียจึงแลไม่เห็น แต่ก็ลองนึกดูถึงรูปตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันนี้เปลี่ยนไปแล้วสักเท่าไร

ถ้ารูปไม่ดับก็คงไม่มีเวลาแก่แลเวลาตาย


 

พระธรรมเจดีย์ :ถ้าเราสังเกตขันธ์ 5 ว่าเวลาเกิดขึ้นแลดับไปนั้น จะสังเกตอย่างไรจึงจะเห็นได้

แลที่ว่าขันธ์สิ้นไปเสื่อมไปนั้นมีลักษณะอย่างไร เพราะว่าเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปแล้วก็เกิดขึ้นได้อีกดูเป็นของคงที่ไม่เห็นมีความเสื่อม

 

พระอาจารย์มั่น :พูดกับคนที่ไม่เคยเห็นความจริงนั้น ช่างน่าขันเสียเหลือเกิน

วิธีสังเกตขันธ์ 5 นั้นก็ต้องศึกษาให้รู้จักอาการขันธ์ตามความเป็นจริงแล้วก็มีสติสงบความคิดอื่นเสียหมดแล้ว จนเป็นอารมณ์อันเดียวที่เรียกว่าสมาธิ

ในเวลานั้นความคิดอะไรๆไม่มีแล้ว

 ส่วนรูปนั้นหมายลมหายใจ

 ส่วนเวทนาก็มีแต่ปีติหรือสุข

 ส่วนสัญญาก็เป็นธรรมสัญญาอย่างเดียว

 ส่วนสังขารเวลานั้นเป็นสติกับสมาธิ หรือวิตกวิจารณ์อยู่

 ส่วนวิญญาณก็เป็นแต่ความรู้อยู่ในเรื่องที่สงบนั้น

 

ในเวลานั้นขันธ์ 5 เข้าไปรวมอยู่เป็นอารมณ์เดียว ในเวลานั้นต้องสังเกตอารมณ์ปัจจุบันที่ปรากฎอยู่เป็นความเกิดขึ้นแห่งขันธ์

พออารมณ์ปัจจุบันนั้นดับไปเป็นความดับไปแห่งนามขันธ์

ส่วนรูปนั้นเช่นลมหายใจออกมาแล้ว พอหายใจกลับเข้าไป ลมหายใจออกนั้นก็ดับไปแล้วครั้นกลับมาหายใจออกอีก ลมหายใจเข้าก็ดับไปแล้ว

นี่แหละเป็นความดับไปแห่งขันธ์ทั้ง 5 แล้วปรากฎขึ้นมาอีก

ก็เป็นความเกิดขึ้นทุกๆอารมณ์แลขันธ์ 5 ที่เกิดขึ้นดับไป

ไม่ใช่ดับไปเปล่าๆ รูปชีวิตินทรีย์ความเป็นอยู่ของนามขันธ์ทั้ง 5 เมื่ออารมณ์ดับไปครั้งหนึ่ง

ชีวิตแลอายุของขันธ์ทั้ง 5 สิ้นไปหมดทุกๆอารมณ์

 

 

....

บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #236 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2012, 08:00:46 PM »

พระธรรมเจดีย์ : วิธีสังเกตอาการขันธ์ที่สิ้นไปเสื่อมไปนั้นหมายเอาหรือคิดเอา?

พระอาจารย์มั่น : หมายเอาก็เป็นสัญญา คิดเอาก็เป็นเจตนาเพราะฉะนั้นไม่ใช่หมายไม่ใช่คิด
ต้องเข้าไปเห็นความจริงที่ปรากฎเฉพาะหน้าจึงจะเป็นปัญญาได้

พระธรรมเจดีย์ : ถ้าเช่นนั้นจะดูความสิ้นไปเสื่อมไปของขันธ์ทั้ง 5 มิต้องตั้งพิธีทำใจให้เป็นสมาธิทุกคราวไปหรือ?

พระอาจารย์มั่น :ถ้ายังไม่เคยเห็นความจริง ก็ต้องตั้งพิธีเช่นนี้ร่ำ
ไปถ้าเคยเห็นความจริงเสียแล้วก็ไม่ต้องตั้งพิธีทำใจให้เป็นสมาธิทุกคราวก็ได้
แต่พอมีสติขึ้น ความจริงก็ปรากฎเพราะเคยเห็นแลรู้จักความจริงเสียแล้ว
เมื่อมีสติรู้ตัวขึ้นมาเวลาใดก็เป็นสมถวิปัสสนากำกับกันไปทุกคราว


พระธรรมเจดีย์ :ที่ว่าชีวิตแลอายุขันธ์สิ้นไปเสื่อมไปนั้นคือสิ้นไปเสื่อมไปอย่างไร?

พระอาจารย์มั่น : เช่นเราจะมีลมหายใจอยู่ได้สัก 100 หน ก็จะตาย ถ้าหายใจเสียหนหนึ่งแล้ว ก็คงเหลืออีก 99 หนหรือ
เราจะคิดจะนึกอะไรได้สัก 100 หน เมื่อคิดนึกเสียหนหนึ่งแล้ว คงเหลืออีก 99 หนถ้าเป็นคนอายุยืนก็หายใจอยู่ได้มากหน
หรือคิดนึกอะไรๆอยู่ได้มากหนถ้าเป็นคนอายุสั้น ก็มีลมหายใจและคิดนึกอะไรๆอยู่ได้น้อยหน
ที่สุดก็หมดลงวันหนึ่งเพราะจะต้องตายเป็นธรรมดา


พระธรรมเจดีย์ :ถ้าเราจะหมายจะคิดอยู่ในเรื่องความจริงของขันธ์อย่างนี้จะเป็นปัญญาไหม?

พระอาจารย์มั่น : ถ้าคิดเอาหมายเอา ก็เป็นสมถะที่เรียกว่ามรณัสสติเพราะปัญญานั้น ไม่ใช่เรื่องหมายหรือเรื่องคิด

เป็นเรื่องของความเห็นอารมณ์ปัจจุบันที่ปรากฎเฉพาะหน้าราวกับตาเห็นรูปจึงจะเป็นปัญญา


พระธรรมเจดีย์ :เมื่อจิตสงบแล้วก็คอยสังเกตดูอาการขันธ์ที่เป็นอารมณ์ปัจจุบัน เพื่อจะให้เห็นความจริงนั่นเป็นเจตนาใช่ไหม?

พระอาจารย์มั่น : เวลานั้นเป็นเจตนาจริงอยู่แต่ความจริงก็ยังไม่ปรากฎ เวลาที่ความจริงปรากฎขึ้นนั้นพ้นเจตนาทีเดียว
ไม่เจตนาเลยเป็นความเห็นที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษต่อจากจิตที่สงบแล้ว


พระธรรมเจดีย์ :จิตคู่กับเจตสิก ใจคู่กับธัมมารมณ์ มโนธาตุคู่กับธรรมธาตุ 3 คู่นี้เหมือนกันหรือต่างกัน?

พระอาจารย์มั่น : เหมือนกันเพราะว่าจิตกับมโนธาตุกับใจนั้นอย่างเดียวกัน
ส่วนใจนั้นเป็นภาษาไทยภาษาบาลีท่านเรียกว่ามโน
เจตสิกนั้นก็ได้แก่เวทนา สัญญา สังขาร
ธัมมารมณ์นั้นก็คือเวทนา สัญญา สังขาร ธรรมธาตุนั้นก็คือ เวทนา สัญญา สังขาร


พระธรรมเจดีย์ :ใจนั้นทำไมจึงไม่ใคร่ปรากฎ เวลาที่สังเกตดูก็เห็นแต่เหล่าธัมมารมณ์
คือ เวทนาบ้างสัญญาบ้าง สังขารบ้าง มโนวิญญาณความรู้ทางใจบ้าง
เพราะเหตุไรใจจึงไม่ปรากฎเหมือนเหล่าธัมมารมณ์ กับมโนวิญญาณ?

พระอาจารย์มั่น :ใจนั้นเป็นของละเอียด เห็นได้ยาก
พอพวกเจตสิกธรรมที่เป็นเหล่าธัมมารมณ์มากระทบเข้าก็เกิดมโนวิญญาณถูกผสมเป็นมโนสัมผัสเสียทีเดียว
จึงแลไม่เห็นมโนธาตุได้


คัดลอกมาจากบางส่วนของ หนังสือธรรมะทรงคุณค่า ปฏิปัตติปุจฉาวิสัชนา
พระธรรมเจดีย์ (จูม พนธุโล) ถาม
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถรตอบ
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #237 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 07:46:19 AM »

หลวงปู่จันทา ถาวโร พระผู้ทรงอริยคุณละธาตุขันธ์อย่างสงบ
--------------------------------------------------------------------------------

เมื่อเวลา ๐๔.๐๐ น.เศษที่ผ่านมาเช้าวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555
 หลวงปู่จันทา ถาวโร พระอริยสงฆ์แห่งวัดป่าเขาน้อย ตำบลวังทรายพูน อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร
ศิษย์หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี ละธาตุขันธ์เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน
รวมสิริอายุ ๙๐ ปี ๑๐ วัน

หมายกำหนดการ
21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555
15.00 น. เคลื่อนสรีระหลวงปู่มายังศาลาการเปรียญ
16.00 น. พิธีรดน้ำศพหลวงปู่จันทา ถาวโร

กราบนมัสการพระอาจารย์...__/l\__...__/l\__...__/l\__...

 
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
AVATAR
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 29
กระทู้: 948


ดูรายละเอียด
« ตอบ #238 เมื่อ: มีนาคม 09, 2012, 10:37:33 AM »

ขออนุญาต แจ้งกำหนดการงานถวายเพลิงสรีระสังขาร
การกำหนดการงานถวายเพลิงสรีระสังขาร
องค์หลวงปู่จันทา ถาวโร
วัดป่าเขาน้อย ต.วังทรายพูน อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร
วันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

............................................
วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ – ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕
เวลา ๐๗.๐๐ น.     พระภิกษุ สามเณร ออกรับบิณฑบาตรอบศาลา
เวลา ๐๘.๐๐ น.     ฉันภัตตาหารเช้า
เวลา ๐๙.๐๐ น.     บำเพ็ญกุศลตลอดทั้งวัน
เวลา ๑๙.๐๐ น.     ทำวัตรสวดมนต์เย็น
เวลา ๑๙.๓๐ น.     แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
เวลา ๒๐.๐๐ น.     ทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นอันเสร็จพิธี (ไม่มีสวดพระอภิธรรม)

วันศุกร์ที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เวลา ๐๗.๐๐ น.    พระภิกษุ สามเณร ออกรับบิณฑบาตรอบศาลา
เวลา ๐๘.๐๐ น.     ฉันภัตตาหารเช้า
เวลา ๑๐.๐๐ น.     เคลื่อนสรีระสังขารองค์หลวงปู่จันทา ถาวโร
                         จากศาลาการเปรียญขึ้นสู่จิตตกาธาน
เวลา ๑๙.๐๐ น.     ทำวัตรสวดมนต์เย็น
                          แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
                          พระสงฆ์ ๑๐ รูป พิจารณาผ้าบังสุกุล
                          เจ้าภาพถวายเครื่องไทยธรรม/พระสงฆ์อนุโมทนา

วันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เวลา ๐๗.๐๐ น.     พระภิกษุ สามเณร ออกรับบิณฑบาตรอบศาลา
เวลา ๐๘.๐๐ น.     ฉันภัตตาหารเช้า
เวลา ๑๓.๐๐ น.     แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
                         พระสงฆ์ทั้งนั้น สวดมาติกาบังสุกุล
เวลา ๑๔.๐๐ น.     พระมหาเถระ ๑๐ รูป พิจารณาผ้าบังสุกุลบนจิตตกาธาน
เวลา ๑๕.๐๐ น.     ทอดผ้ามหาบังสุกุล
                          วางดอกไม้จันทน์ ถวายเพลิงสรีระสังขาร เป็นอันเสร็จพิธี

หมายเหตุ: ผู้ประสงค์จะติดต่อเป็นเจ้าภาพโรงทาน 086-211-8834, 087-828-3978
บันทึกการเข้า

เกิดปัญญารู้แจ้ง ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพื่อพากันหลุดพ้นออกจากวัฏฏสงสารนี้
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #239 เมื่อ: มีนาคม 09, 2012, 02:08:27 PM »

พี่ต่ายไปวันไหนหรอครับ ฝากปัจจัยไปร่วมทำบุญด้วยนะครับผม
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 29
พิมพ์
กระโดดไป: