KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับความสำคัญของพระพุทธศาสนา และองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าวันสำคัญต่างๆทางพระพุทธศาสนาวันวิสาขบูชา สำคัญอย่างไร แล้วควรปฏิบัติตนอย่างไร สวดมนต์บทไหน
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วันวิสาขบูชา สำคัญอย่างไร แล้วควรปฏิบัติตนอย่างไร สวดมนต์บทไหน  (อ่าน 23477 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 25
กระทู้: 2326


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2008, 05:21:49 pm »



ความหมาย และความสำคัญ

ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗

ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 ประการ คือ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ...พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือสำเร็จ... และพระพุทธเจ้าปรินิพพาน คือ ดับ... เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราว คือ

 วันวิสาขบูชา the day of visak

  ๑. เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า - เจ้าชายสิทธัตถะ ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี   เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระสวามี ให้แปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นพระนครเดิมของพระนาง เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ ๕ วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ออกบวช จนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) สำเร็จเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าวันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า

วันวิสาขบูชา visak day

   ๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ  ณ ร่มพระศรีมหาโพธิบัลลังก์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี
        การตรัสอริยสัจสี่ คือของจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ของพระพุทธเจ้า เป็นการตรัสรู้อันยอดเยี่ยม ไม่มีผู้เสมอเหมือน  วันตรัสของพระพุทธเจ้า จึงจัดเป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันที่ให้เกิดมีพระพุทธเจ้าขึ้นในโลกชาวพุทธทั่วไป จึงเรียกวันวิสาขบูชาว่า วันพระพุทธ(เจ้า) อันมีประวัติว่า พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญเพียรต่อไป ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัย เรียกว่าการเข้า "ฌาน" เพื่อให้บรรลุ "ญาณ" จนเวลาผ่านไปจนถึง ...
    ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ" คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น
    ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
   ยามสาม : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือรู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจสี่ ( ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖  ซึ่งขณะนั้น พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา

         ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ อริยสัจ ๔ หรือ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่
     ๑. ทุกข์ คือ ความลำบาก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
     ๒. สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
     ๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ และ
     ๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งทุกข์
         ทั้ง ๔ ข้อนี้ถือเป็นสัจธรรม เรียกว่า อริยสัจ เพราะเป็นสิ่งที่พระอริยเจ้าทรงค้นพบ เป็นสัจธรรมชั้นสูง ประเสริฐกว่าสัจธรรมสามัญทั่วไป

 
หลักของปฏิจสมุปบาท

วันวิสาขบูชา the day of visak

๓. เป็นวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ร่มไม้รัง (ต้นสาละ) คู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี  วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป) การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ก็ถือเป็นวันสำคัญของชาวพุทธทั่วโลกเพราะชาวพุทธทั่วโลกได้สูญเสียดวงประทีปของโลก  เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสำคัญชาวพุทธทั่วไปมีความเศร้าสลดเสียใจและอาลัยสุดจะพรรณนา อันมีประวัติว่าเมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเป็นเวลานานถึง ๔๕ ปี ซึ่งมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน ๖ พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวาย ก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีนั้น ได้มีปริพาชกผู้หนึ่ง ชื่อสุภัททะขอเข้าเฝ้า และได้อุปสมบทเป็นพระพุทธสาวกองค์สุดท้าย เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน ๖ นั้น  



     นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖  วันวิสาขบูชา จึงนับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ ที่มีต่อปวงมนุษย์และสรรพสัตว์อันหาที่สุดมิได้

         การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา จุดมุ่งหมายในการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา เพื่อรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณพระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง ๓ ประการ ที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ

ขอขอบคุณเว็บ http://www.tlcthai.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2013, 10:33:51 am โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 25
กระทู้: 2326


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2011, 05:37:14 pm »

เพื่อนๆ ท่านใดสนใจไปปฏิบัติภาวนา ในช่วงวันวิสาขบูชา ช่วงวันที่ 13 – 18 พฤษภาคม 2554

สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ url ข้างล่างนี้นะครับผม

http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=1036.0
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 25
กระทู้: 2326


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2011, 10:28:21 pm »

วันวิสาขบูชา ในปี 2554 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 ครับผม

ขอให้ตั้งใจรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ และก็ตั้งใจเจริญสติปัฏฐาน ตั้งจิตภาวนาสมาธิ กันนะครับ

เพื่อถวายแด่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันนี้ เมื่อ 80 ปีก่อน พุทธศักราช พระองค์ท่านไดุ้ถือกำเนิดขึ้น

แล้วหลังจากนั้น 35 พรรษา พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ ฆ่ากิเลสในใจ ได้สิ้น

แล้วพระองค์ท่าน ได้ทรงกรุณาสั่งสอนแนวทางเพื่อออกจากทุกข์แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ตลอดระยะเวลา 45 พรรษา

จนถึงช่วงอายุ 80 พรรษา ก็เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน เข้าสู่ นิพพานตลอดอนันตกาล แต่สิ่งที่ทรงอยู่ ก็คือพระธรรมคำสั่งสอนที่ยังคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งก็ล่วงมาถึง 2554 ปีแล้ว คำสอนทางแห่งอริยมรรค 8 การเรียนรู้อริยสัจ 4 ตลอดจนการเจริญสติปัฏฐาน ก็ยังคงมีอยู่

ขอให้พวกท่านได้พบ ได้ศึกษา ก็จะเข้าใจได้ด้วยตัวท่านเอง

สาธุครับผม  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 25
กระทู้: 2326


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2012, 01:47:19 pm »



               นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ นับเป็นปีมหามงคลที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒๖๐๐ ปี ในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา ต่างกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งเรียกว่า “งานฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า” นับเป็นเวลากว่า ๒๖๐๐ ปี ที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาแห่งศาสนาพุทธ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งคำสอนของพระพุทธศาสนา การฉลองพุทธชยันตีฯ ถูกกำหนดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ วันแห่งการตรัสรู้ ซึ่งต่อมาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล นั่นคือ วันวิสาขบูชา และในฐานะที่ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลาง  พุทธศาสนาโลก รัฐบาลไทยจึงได้ประกาศให้ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองพุทธชยันตีฯ อย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี โดยเริ่มต้นกิจกรรมเฉลิมฉลองนับจากวันมาฆบูชาต่อเนื่องจนถึงวาระครบรอบ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒๖๐๐ ปี โดยการเฉลิมฉลองให้เน้นเรื่องการปฏิบัติบูชา ด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับชาติ ให้ประชาชนได้ปฏิบัติตนตามวิถีชาวพุทธอย่างแท้จริง อันจะทำให้เกิดความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างยั่งยืน



                 ชัยชนะและอิสรภาพ คือความหมายแห่ง พุทธชยันตี โดยรากศัพท์ คำว่า พุทธชยันตี มาจากคำ ๒ คำ คือ พุทธ แปลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับคำว่า ชยันตี มาจากคำว่า ชย แปลว่า ชัยชนะ ซึ่งเมื่อนำคำทั้ง ๒ คำ มารวมกัน ก็ได้รูปคำใหม่ว่า พุทธชยันตี อันหมายถึง ชัยชนะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง เพราะพระองค์ทรงตรัสรู้ในวันวิสาขบูชา เมื่อ ๒๖๐๐ ปี ล่วงมาแล้ว ทำให้พระนามว่า สัมมาสัมพุทธ ปรากฏขึ้นในโลก เป็นจุดเริ่มต้นแห่งคำสอนของพระพุทธศาสนา อันเกิดจากปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ทำให้พุทธศาสนิกชนได้มีพระธรรมเป็นหลักแห่งการดำเนินชีวิต



                มหาเถรสมาคม และรัฐบาล มีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการจัดงานฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โดยให้เรียกชื่อว่า “งานฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า” ซึ่งในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ถือเป็นปีมหามงคลที่มีวาระแห่งการเฉลิมฉลองเวียนมาบรรจบกันถึง ๔ วาระ กล่าวคือ เป็นปีเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แล้วยังเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา อีกด้วย รัฐบาลจึงถือโอกาสอันเป็นมงคลนี้ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนร่วมน้อมรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งกำหนดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

                  - การจัดงานฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดทุกวัดทั่วประเทศ

                 - พิธีสร้างพระพุทธรูป ๙ องค์ ฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญ พระชนมายุ ๖๐ พรรษา ณ พุทธมณฑล

                 - ร่วมสร้างบุญมหากุศล บูรณปฏิสังขรณ์วัดไทยพุทธคยา ถวายเป็นพุทธบูชา สาธารณรัฐอินเดีย เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

                 - พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญ พระชนมายุ ๖๐ พรรษา ณ ลานองค์พระประธานพุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

                -พิธีวางศิลาฤกษ์สำนักงานศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ณ ลานองค์พระประธานพุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

                - พุทธศาสนิกชน พร้อมใจกันประดับธงตราสัญลักษณ์พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ณ อาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการ สถานศึกษา และศาสนสถานทั่วประเทศ สามารถดาวน์โหลดธงตราสัญลักษณ์ได้ที่ www.onab.go.th , www.buddhajayanti.net หรือ www.พุทธชยันตี.net และ www.buddhajayanti2600.com

                - การสวดมนต์ภาวนา รักษาศีล ปฏิบัติธรรม และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

                - การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (วัดเส้าหลิน) เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ณ พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

                - การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชา ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

                และในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ได้ร่วมกันฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ด้วยการน้อมรำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาลของพระพุทธเจ้า และน้อมนำหลักธรรมที่พระพุทธองค์ตรัสรู้และตรัสสั่งสอน มาเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตร่วมกันสร้างกุศล คุณงามความดี ด้วยการละเว้นความชั่วทุกชนิด ทำความดีทุกประการ และทำจิตใจให้ผ่องแผ้วบริสุทธิ์ ถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตลอดจนพระบรมวงศ์ที่ทรงอุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยการหมั่นเข้าวัดทำบุญ ถือศีล  ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติตนตามมาตรฐานชีวิตชาวพุทธ ร่วมกันประดับธงสัญลักษณ์พุทธชยันตีฯ ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลทุกวันธรรมสวนะ หรือวันพระ อันจะทำให้ได้รับประโยชน์สุขจากการเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา และช่วยกันจรรโลงรักษาพระพุทธศาสนาให้ธำรงคงอยู่คู่ประเทศไทยตราบนานเท่านาน และขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาว เข้าวัดปฏิบัติธรรม ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าว.



ขอบพระคุณข้อมูลจาก : http://www.onab.go.th
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 29, 2012, 01:50:08 pm โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 25
กระทู้: 2326


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2012, 01:53:48 pm »

พระโอวาทวันวิสาขบูชา ๒๕๕๕

พระโอวาท สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวันวิสาขบูชา ๒๕๕๕





ขอบพระคุณข้อมูลจาก : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ http://www.onab.go.th
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: