KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับการปฏิบัติของผู้ที่ได้ ฌาณประสบการณ์ของผู้ที่ได้ไปสวรรค์พระพุทธศาสนา กับ พญานาค
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พระพุทธศาสนา กับ พญานาค  (อ่าน 20151 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 66
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2009, 10:55:11 AM »



พญานาค...เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

ในตำนานสิงหนวัติ กล่าวว่า เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง 4 ด้าน เป็น เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาเมื่อยกทัพปราบเมืองอื่นได้ และรวมดินแดนเข้าด้วยกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนาคราช ที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ปราสาทพนมรุ้ง จะมีคูเมืองที่เป็นสระน้ำ 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค อยู่ด้วย ตามความเชื่อของคนสมัยโบราณ นาคจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากน้ำ เช่น การสร้างศาสนสถานไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ นาคที่ราวบันได จึงมี พญานาค ซึ่งตามความเป็นจริง (ความเชื่อ) การสร้างต้องสร้างกลางน้ำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริง ๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์ พญานาค ไว้ เช่น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

แม้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ก็จะมีอยู่ในราศีเกิด เช่นของคนนักษัตรปีมะโรง ที่มีความหมายถึง ความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ ที่มี พญานาค เป็นสัญลักษณ์

นาคให้น้ำ...พญานาค เป็นสัญลักษณ์แห่งธาตุน้ำ นาคให้น้ำ เป็นเกณฑ์ที่ชาวบ้านรู้และเข้าใจดี ที่ใช้วัดในแต่ละปี จำนวนนาคให้น้ำมีไม่เกิน 7 ตัว ถ้าปีไหนอุดมสมบูรณ์มีน้ำมากเรียกว่า นาคให้น้ำ 1 ตัว แต่หากปีไหนแห้งแล้งเรียกว่าปีนั้น มีนาคให้น้ำ 7 ตัว จะวัดกลับกันกับจำนวนนาค ก็คือที่น้ำหายไป เกิดความแห้งแล้งนั้นก็เพราะ พญานาคกลืนน้ำไว้ในท้อง

เกี่ยวข้องกับคนไทย...เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่าง ๆ หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได นาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง นาคเบือน นาคจำลอง และนาคทันต์คันทวยรูปพญานาค

พญานาค...เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

ตามตำนาน พญานาค มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ มุจลินท์ ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำ ๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ มุจลินท์ เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดา

พญานาค...สะพาน (สายรุ้ง) ที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ โลกศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อที่ว่า พญานาคกับรุ้ง เป็นอันเดียวกัน ก็คือสะพานเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์นั่นเอง

นาคสะดุ้ง...ที่ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตามความเชื่อถือ บันไดนาค ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาคจำนวน 2 ตน เอาหลังหนุนบันไดไว้หรือแม้แต่ ตุง ของชาวล้านนา และพม่า ก็เชื่อกันว่าคลี่คลายมาจากพญานาค และหมายถึงบันไดสู่สวรรค์

ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมภาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็ก ๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือก็บั้งไฟของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถนบนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา

ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน

ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่น ๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อัตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า

เหตุที่พระสุกจมน้ำ ที่เวินสุก บ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย
มีการเล่าขานถึงความศรัทธาของพญานาคว่า เหล่าพญานาค นั้นเป็นผู้ที่มีความเคารพ และศรัทธาในพระพุทธเจ้ามาก หลังจากที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นที่เมืองล้านช้าง ประเทศลาว ความทราบถึงเหล่าพญานาค ที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้แปลงกายขึ้นไปขอพระพุทธรูปกับเจ้าเมืองล้านช้าง โดยเจาะจงขอเอาพระสุก เพื่อไปไหว้สักการะบูชา ที่เมืองบาดาล ปกติเหล่าพญานาคเป็นผู้ที่ถือศีลแปดเคร่งครัดมาก พญานาค จะไม่ทำร้ายใคร ส่วนมนุษย์ตายในน้ำที่ว่าเงือกกินนั้น เงือกก็คือ พญานาค ชั้นเลว ประพฤติตนเกเร จึงชอบทำร้ายมนุษย์ตามน้ำ เดี๋ยวนี้พระสุกก็ยังจมอยู่ในแม่น้ำโขง ที่ที่เป็นที่อยู่ของเหล่า พญานาค ในเมืองบาดาล เวินสุกอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ตรงนั้นเป็นบริเวณปากน้ำงึมไหลลงมาออกแม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำสองสี

เมืองพญานาค หรือเมืองบาดาล

ในเมื่อมีเมืองมนุษย์ หรือโลกมนุษย์ โลกสวรรค์ หรือเมืองสวรรค์ ก็ต้องมีเมืองบาดาล (เมืองพญานาค) สองเมืองนอกจากเมืองมนุษย์แล้วหลายคนก็คงต้องอยากไปเป็นแน่ วิสัยของมนุษย์ชอบในสิ่งที่ท้าทาย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากพบ อยากเห็นเมืองบาดาลอยู่ใต้เมืองมนุษย์ลงไปในใต้ดิน 16 กิโลเมตร (ตามความเชื่อ) มีคำเล่าลือเกี่ยวกับเมืองบาดาลในเขต อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (แต่อย่าอุตริขุดไปหาพญานาคก็แล้วกัน)

พระพุทธเจ้าเสด็จเทวโลก

ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จพร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน 500 รูป เพื่อเสด็จไปยังเทวโลก ได้ผ่านวิมานของเหล่าพญานาค ที่กำลังมีการรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน ที่มี นันโทปะนันทะนาคราช เป็นประธานใหญ่ เมื่อเห็นคณะสงฆ์ผ่านไปเหนือวิมานจึงมีความโกรธมาก จึงได้ตรงไปยังเขาพระสุเมรุแปลงตนเป็นนาคขนาดใหญ่ พันโอบเขาพระสุเมรุด้วยขดถึง 7 รอบ แล้วแผ่พังพานบังชั้นดาวดึงส์เอาไว้ เพื่อไม่ให้พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผ่านไปได้ และเมื่อเป็นดังนั้นได้มีพระอรหันต์หลายรูปอาสาปราบ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต จน พระโมคคัลลานะ ผู้ซึ่งตามเสด็จไปด้วยอาสา พระองค์จึงทรงอนุญาต ดังนั้น พระโมคคัลลานะ จึงได้แปลงกายเป็นนาคราชขนาดใหญ่กว่าถึงเท่าตัว พันเอานาคนันโทปะนันทะนาคราช เอาไว้ด้วยขดถึง 14 รอบ นาคราชทนไม่ไหวบันดาลให้ไฟลุกขึ้น พระโมคคัลลานะ ก็ให้เกิดไฟขึ้นเช่นกัน ไฟของนันโทปะนันทะนาคราชสู่ไม่ไหว จึงถามว่า ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นใคร ตอบว่า เราคือโมคคัลลานะ ศิษย์ของตถาคตนันโทปะนันทะนาคราช จึงบอกว่า ท่านจงคืนร่างกลับเป็นพระเหมือนเดิมเถิด แต่ด้วยนิสัยของผู้รู้ว่า นันโทปะนันทะนาคราช เป็นคนไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ จึงได้แปลงกายให้เล็กนิดเดียว สามารถเข้ารูหู รูจมูกได้ แล้วเข้าไปตามรูต่าง ๆ จน นันโทปะนันทะนาคราช ทนไม่ไหว และนันโทปะนันทะนาคราช สู้ไม่ได้จึงหนีไป พระโมคคัลลานะ จึงแปลงร่างเป็นพญาครุฑไล่ติดตามไป เมื่อหนีไม่พ้นจึงแปลงร่างเป็นมาณพหนุ่ม ยอมแพ้พระโมคคัลลานะและที่สุดจึงยอมให้พระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์ผ่านไปแต่ โดยดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 08, 2010, 07:56:06 PM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 66
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 07:54:13 PM »

เหตุใด ต้องมีพิธีการบวชนาค ก่อน  ทำการอุปสมบทเป็นพระ

สามารถอ่านรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่นี่ ครับ

http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=725.0
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 66
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 28, 2012, 01:44:20 AM »

เรื่องของนาคในพระพุทธศาสนา

--จัมเปยนาคราช--

เชื่อกันว่า นาคมีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตวนเวียนใกล้ชิดคน
นาคสามารถแปลงตัวได้ เป็นคนก็ได้
เป็นอะไรก็ได้ตามประสงค์
เล่ากันว่าเมืองของพญานาคอุดมด้วยทรัพย์สมบัติ
เพชรนิลจินดามากมาย ล้วนสวยงามมาก

ครั้งหนึ่งพระบรมโพธิสัตว์ได้อุบัติขึ้นในสกุลคนเข็ญใจ
ได้เห็นสมบัติของจัมเปยนาคราช เกิดความละโมภอยากได้
ก็เพียรรักษาศีลภาวนา ให้ทานเป็นประจำ
เมื่อท้าวจัมเปยนาคราชสิ้นชีวิต
พระโพธิสัตว์ก็จุติไปเกิดเป็นจัมเปยนาคราช
แต่แทนที่ท่านจะเกิดความปราโมทย์ พอใจ
กลับบังเกิดความละอาย รำพึงว่า

"อิสสริยยศในฉกามาพจรสวรรค์ ก็เหมือนกับ
ข้าวเปลือกที่เขาโกยมาไว้ในยุ้งฉาง ได้ปรากฏแก่เรา
ก็ด้วยอำนาจของกุศลผลบุญที่เราได้ทำแล้ว
แต่เราจะต้องการอะไรกับการเป็นเดรัจฉานเช่นนี้
เราจะอยู่ในอุโบสถกรรม คือรักษาศีล
เมื่อพ้นจากพิภพนี้ไปแล้ว เราจะได้เกิดเป็นมนุษย์
ตรัสรู้ธรรม ขจัดทุกข์ให้หมดไป"

แล้วจัมเปยนาคราชก็หนีขึ้นไปถืออุโบสถศีล
ในโลกมนุษย์เป็นเวลาช้านาน
ต่อมา พรานหมองูนายหนึ่งมาพบเห็นเข้า
ก็จับเอาพญานาคมาทรมานต่างๆ นานา
ท่านก็ไม่ต่อสู้ อดทน อดกลั้น
ยอมเจ็บปวดทรมาน ทั้งอับอาย
เป็นการรักษาศีลด้วยชีวิต ดังปณิธานที่ท่านได้ตั้งไว้
ท่านอยู่ในสภาพเช่นนั้นจนกระทั่ง
นางสุมนามเหสีติดตามไปช่วยเหลือ
จึงได้เป็นอิสระ กลับไปยังนาคพิภพตามเดิม

--นาคอยากเกิดเป็นมนุษย์--

มีนาคตนหนึ่ง เบื่อหน่ายกับการที่กำเนิดเป็นนาค
อยากกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ จึงแปลงกายเป็นชายหนุ่ม
ไปขอบรรพชาอุปสมบทในสำนักพระพุทธองค์

วันหนึ่งเมื่อพระนาคเผลอสติ นอนหลับไป
พระนาคก็กลายเป็นงูดังเดิม
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบว่านาคแปลงกายมาบวชอยู่
จึงได้สั่งให้พระนาคสึกไปเสีย เพราะนาคนั้นเป็นเดรัจฉาน
จะเจริญงอกงามในพระธรรมวินัยไม่ได้
พระนาคเสียใจมาก แต่ก็ต้องกราบลาไป
พระพุทธองค์ได้สั่งให้นาครักษาศีล 8 ในวันพระ
แล้วก็จะได้เกิดเป็นมนุษย์ต่อไป
และพระพุทธองค์ก็ได้ทรงบัญญัติพระวินัยว่า
ห้ามอมนุษย์ หรือเดรัจฉานเข้ามา
บรรพชาอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา

การขานนาคที่จะบวชเป็นพระภิกษุในทุกวันนี้
ก็ยังมีคำถามว่า "มนุสโสสิ" แปลว่า
"ท่านเป็นมนุษย์หรือ"
ก็เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่พวกอมนุษย์
แปลงตัวมาบวชนั่นเอง

--พญากาลภุชคินทร์นาคราช เป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอายุยืนมาก--

กล่าวกันว่า พญากาลภุชคินทร์นอนหลับนานมาก
เป็นการนอนคอยพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าตรัสรู้องค์หนึ่งจึงจะตื่นขึ้นครั้งหนึ่ง
พญากาลภุชคินทร์ จึงเป็นพญานาคที่ อายุยืนมาก
คือมีอายุมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้ากกุสันธะ
จนถึงสมณะโคตมะ และจะมีอายุยืนต่อไป
จนถึงพระศรอริยเมตตรัย

--พญามุจลินทนาคราช ผู้คุ้มครองพระบวรพุทธศาสนา--

ตามพุทธประวัติ เล่าว่า
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว
และเสด็จไปประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้จิก
ฝนตกตลอดเวลา 7 วัน
พญามุจลินทนาคราชทำขนด 7 ชั้น ล้อมพระพุทธเจ้าไว้
แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องพระเศียร
เพื่อไม่ให้ฝน และลมหนาว สาดต้องพระวรกาย

------

นาคทั้งหลายรักพระพุทธศาสนา
ศรัทธาเปี่ยมล้นในพระพุทธองค์
ตั้งใจปฏิบัติรักษาศีล ภาวนา
เพื่อให้ได้มาซึ่งโภคทรัพย์ และความเป็นมนุษย์

มนุษย์เท่านั้นที่จะมีโอกาส
ประพฤติปฏิบัติธรรม จนพ้นทุกข์ได้

ฤทธิ์เดช และทรัพย์ศฤงคารของนาค
และเทวดานั้นล้วนเป็นอนิจจัง

เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป มีอยู่แล้วก็หายไป เป็นทุกข์ทั้งนั้น
โอกาสที่จะเจริญธรรม เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลส
ทั้งปวงไม่มีในหมู่เทวดา และนาค

นาคยังรักศีล รักษาศีล
รักพระพุทธศาสนา รักพระพุทธองค์
แล้วเราล่ะ ได้เกิดเป็นมนุษย์
พบพระพุทธศาสนาแล้ว
จะยอมปล่อยให้เสียโอกาสไปเปล่าๆ หรือ
มาเร่งรักษาศีล ปฏิบัติภาวนากันเถิด

ขอให้เจริญด้วยโภคทรัพย์ และมนุษย์สมบัติ
และมีความสุขในทุกสถานการณ์

เอวัง



ขอบพระคุณข้อมูลจาก : http://www.facebook.com/aj.mitsuo
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: