KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ธรรมมะจากพระสงฆ์ สุปฏิปันโน เป็นข้อคิด และแนวทาง เพื่อเป็นแรงใจในการปฏิบัติภาวนาธรรมะที่ถ่ายทอดโดย ธรรมปฏิบัติสมาธิเพื่อชีวิต หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะที่ถ่ายทอดโดย ธรรมปฏิบัติสมาธิเพื่อชีวิต หลวงพ่อพุธ ฐานิโย  (อ่าน 34245 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2015, 02:03:29 PM »

... สมาธิในฌานมันโง่
สมาธิในอริยะมรรคมันฉลาด ...
สมาธิในฌานจิตสงบนิ่งรู้อยู่ในสิ่ง สิ่งเดียว
ความรู้อื่นความเห็นอื่นไม่ปรากฏขึ้น
เป็นสมาธิแบบอารัมณูปนิชฌาน
เป็นสมาธิในฌานสมาบัติ
ที่นี่สมาธิในอริยมรรค มันฉลาด
คือ จิตสงบนิ่งลงไปนิดนึง ความรู้ความคิด
มันเกิดขึ้นมาฟุ้ง ฟุ้ง ฟุ้งขึ้นมายังกับน้ำพุ
ที่นี้ในเมื่อความรู้ความคิดมันเกิดขึ้นมาแล้ว
มันจะเป็นสมาธิได้อย่างไร
ความคิด คือวิตกใช่ไหมล่ะ
สติที่รู้พร้อมอยู่ที่ในขณะที่จิตเกิดความคิด
คือ วิจารใช่หรือเปล่า
ในเมื่อ จิตมีวิตก วิจาร ปีติและสุขมันก็ย่อมบังเกิดขึ้น
สมาธิในวิปัสนานี่อาศัย องค์ฌานคือ
วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกคัตตาเหมือนกัน
เหมือนกันกับสมาธิในฌานสมาบัติ
แตกต่างกันโดยที่ว่า สมาธิในฌานสมาบัติไม่เกิดภูมิความรู้
เป็นแต่เพียงทำจิตให้ละเอียด ละเอียด ละเอียด
จนกระทั่ง เกือบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่
แต่สมาธิในอริยะมรรคนี้ พอจิตสงบนิ่งลงไปปั๊บ
บางทีก็รู้สึกแจ่มๆ แต่ความคิดมันผุดขึ้นมาผุดขึ้นมา
ผุดขึ้นมาแบบรั้งไม่อยู่
ซึ่งนักปฏิบัติบางท่านเข้าใจว่าจิตฟุ้งซ่าน อย่าไปเข้าใจผิด
บางทีพอจิตสว่างแล้วก็เกิดเห็นโน่นเห็นนี่ทางนิมิตรขึ้นมา
เมื่อจิตเลิกรู้เห็นนิมิตรแล้วก็มาเกิดภูมิความรู้ความคิดขึ้นมายังกับน้ำพุอีกเหมือนกัน นี่เป็นสมาธิในอริยะมรรค
ซึ่งเรียกว่า สมาธิวิปัสนา เมื่อผู้ปฏิบัติเข้าใจถูกต้อง
ในช่วงใดจิตต้องการสงบนิ่งปล่อยให้นิ่ง
ช่วงใดจิตต้องการคิดปล่อยให้คิด แต่มีสติกำหนดตามรู้
ทีนี่ถ้าหากสมาธิถึงขนาดที่เกิดภูมิความรู้ขึ้นมาเองเนี่ยะ
เราไม่ต้องไปกำหนดอะไรหรอกเขาจะเป็นไปเองของเขา
จิตของเราจะรู้...เฉยอยู่เท่านั้น
บางครั้งพอจิตสงบแล้วมันเกิดมีความคิดขึ้นมา ฟุ้ง ฟุ้ง ฟุ้ง
ฟุ้งขึ้นมา จิตอาจจะแบ่ง ออกเป็นแยกออกเป็น 3 มิติ
มิติหนึ่ง คิดอยุ่ไม่หยุดยั้ง
อีกมิติหนึ่งเฝ้าดูงาน
อีกมิติหนึ่ง ถ้าร่างกายปรากฎ
จะมาสงบนิ่งอยู่ในท่ามกลางของร่างกาย
ตัวที่คิดอยู่ไม่หยุด เป็นจิตเหนือสำนึก
ตัวที่เฝ้าดูคือตัวผู้รู้ได้แก่ สติ
ตัวที่หยุดนิ่งคือจิตใต้สำนึกตัวคอยเก็บผลงาน
ลองไปปฏิบัติดูนะ จะเป็นไปได้มั๊ย อย่างที่ว่านี้
อันนี้เป็นโอวาทของหลวงปู่เทสก์
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 25, 2015, 10:39:07 AM »

สิ่งใดที่เรารู้เท่าทัน สิ่งนั้นไม่สามารถที่จะดึงใจของเราไปทรมานให้เกิดทุกข์ขึ้นได้
ธรรมะหลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2015, 07:20:22 AM »

"ไปว่าคนนั้นโลภ คนนี้โลภ
ก็เพราะตัวเองมีความโลภอยู่
จึงไปเห็นความโลภของคนอื่น
คนที่ไปว่าคนโน้นไม่ดี
ก็เพราะตัวเองยังไม่ดี
จึงมองเห็นความไม่ดีของคนอื่น
ธรรมวินัยนี้ถ้าจิตมันถึงแล้ว
มันไม่อยากจะไปคิดตำหนิใคร
ธรรมะนี่ถ้าตั้งใจจะปฏิบัติกันจริงๆ แล้ว
มันไม่มีที่ไหนจะไปวัดกัน"
....หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: มกราคม 24, 2016, 08:44:44 AM »

"แม้ว่าเราออกจากการนั่งปฏิบัติสมาธิ หลับตา มามองดูโลกและเข้าสู่สังคม เมื่อเราประสพอารมณ์ต่างๆ
ในสังคมที่เราจะต้องกระทบกระเทือนหรือรับผิดชอบอยู่นั้น ความรู้สึกของเราจะเพียงว่า สักว่าแต่
คือพูดก็สักแต่ว่าพูด คิดสักแต่ว่าคิด ทำสักแต่ว่าทำ อันนี้คือสมาธิในภูมิธรรม ในอริยมรรค
แม้ออกมาจากการนั่งสมาธิแล้ว สมาธิก็ยังปรากฎอยู่ตลอดเวลา คือตัวสติที่มีกำลังกล้าและเข้มแข็งอยู่นั่นเอง
จึงดูคล้ายกับว่าจิตมีความสงบอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่สงบก็ปรากฎอยู่ ส่วนที่มาบงการทำงานก็มีปรากฎอยู่
นี่คือสมาธิตามแนวทางของพระพุทธเจ้า ทำสมาธิเป็นแล้ว มีภูมิจิต ภูมิธรรม สามารถรู้ธรรมเห็นธรรมแล้ว
เราสามรถเอาภูมิธรรม ภูมิจิต มาประกอบประโยชน์ตามวิถีทางของชาวโลก ตามวิธีทางการครองบ้านครองเรือนได้อย่างสบาย"

พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: มีนาคม 11, 2016, 06:28:05 AM »

♤♤♤♤♤♤‪#‎พลังศรัทธารักษาโรคภัย‬♤♤♤♤♤
อุบายวิธีการที่เราจะสร้างจิตของเราให้มีพลังงาน ต้องมีจุดยืน คือ เราต้องมีศรัทธา
เชื่อมั่นในคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์
ทีนี้เราจะสร้างจิตของเราให้มีพลังงาน จะต้องมีความยึดมั่นในพระพุทธเจ้าเป็นหลัก
เพียงเชื่อมั่นในคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างมั่นคง อธิษฐานจิตของตนเองให้แน่วแน่
ขอบารมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงขจัดปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายทั้งหลายทั้งปวงให้ไปปราศจาก
กาย วาจา และจิต ของข้าพเจ้าโดยเด็ดขาด และปลูกความเชื่อมั่นลงในคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์อย่างมั่นคง
สามารถที่จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บของตนเองและ คนอื่นให้หายได้

ความจริงการใช้พลังจิตรักษาโรคภัยไข้เจ็บในเมืองไทยเรานี้ มีมาแต่เก่าแก่โบราณ
สมัยที่โรงพยาบาลยังไม่เคยมีในประเทศไทย เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย หมอชาวบ้านทั้งหลายเขาก็อาศัยอมยาพ่นฝนยาทา
ตามประสาจน ใช้เวทย์มนต์คาถาเสกเป่า กระดูกแตก กระดูกหัก ใช้มนต์ เสกน้ำมนต์ หรือน้ำ หรือน้ำมัน
แล้วก็เอามาทา เป่า กระดูกก็สามารถต่อกันได้ อันนี้คือตัวอย่างที่คนโบราณรักษาโรคด้วยพลังจิต
แม้ว่าในปัจจุบันนี้ ครูบาอาจารย์บางท่าน เวลาท่านเจ็บป่วย ท่านไม่ได้คำนึงถึงมดหมอ หรือคิดจะไปโรงพยาบาล
พอรู้สึกว่าไม่สบาย ท่านก็เข้าสมาธิ นั่งสมาธิภาวนาของท่าน ทำจิตให้สงบ รู้ ตื่น เบิกบาน
บางทีสภาพจิตของท่านมีความรู้สึก สว่าง รู้ ตื่นเบิกบาน ร่างกายตัวตนหาย เมื่อร่างกายตัวตนหาย
โรคภัยไข้เจ็บมันก็ไม่มีปรากฏ เพราะมันไม่มีที่เกิด โรคภัยไข้เจ็บมันเกิดที่กาย
แต่ที่ใจมันไม่มีโรคอะไรที่จะไปบังเบียดมันได้นอกจากกิเลสเท่านั้นเอง
ในเมื่อท่านปฏิบัติอย่างนี้ก็สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้หายได้

...................ฐานิยปูชา ๒๕๕๑.................
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: มีนาคม 11, 2016, 09:40:36 PM »



" พื้นฐานแห่งความดี ความชั่วย่อมเกิดที่จิต ถ้าจิตตัวนี้ปราศจากสติ
เป็นเครื่องคุ้มครองหรือประคับประคอง เมื่อใด เมื่อนั้นจิตดวงนี้ ก็จะต้องมีความเผลอไปนึกสร้างบาปกรรมใส่ตัวเลย
เพราะฉะนั้นการอบรมจิต ให้มีสติจึงเป็นสิ่งจำเป็น ความทุกข์ทั้งหลาย เกิดจากกิเลส โลภะ ราคะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง
ถ้าต้องการมีความสุข ต้องการกำจัดกิเลสของตน กิเลสในใจตนเอง ไม่ใช่ไปตั้งหน้ากำจัดกิเลสคนอื่น "

โอวาทธรรม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #36 เมื่อ: มีนาคม 22, 2016, 09:19:09 PM »

พระธรรมเทศนา เรื่อง "การเจริญจิตภาวนา"
โดย พระราชสังวรญาณ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
.
“...นักภาวนาทั้งหลายจงทำความเข้าใจให้ดีว่า ศีลอบรมสมาธิ
สมาธิอบรมปัญญา ปัญญาอบรมจิต...สมาธิภาวนาตามหลักของพระพุทธเจ้านั้น
ท่านฝึกสอนให้อบรมสมาธิ เพื่อให้จิตสงบนิ่งเป็นสมาธิ สร้างพลังงานเพื่อ
ความเป็นอิสระแก่ตนเอง ไม่ตกอยู่ในอำนาจของสิ่งใด...“

https://www.facebook.com/kkubc.99/videos/961650633872181
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: 1 2 [3]
พิมพ์
กระโดดไป: