KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับความสำคัญของพระพุทธศาสนา และทุกอย่าง เกี่ยวกับ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกอย่างที่เกี่ยวกับ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานพุทธประวัติ พระสมณโคดมพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พร้อมภาพประกอบ
หน้า: [1] 2 3 ... 5
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธประวัติ พระสมณโคดมพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พร้อมภาพประกอบ  (อ่าน 98339 ครั้ง)
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:32:22 AM »

1 อุบัติแห่งพระศาสดา



มีการอุปมาว่า องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น  ทรงแสดงธรรมอุปมาได้  4  อย่าง  เหมือนหงายของที่คว่ำ  เหมือนเปิดของที่ปิด  เหมือนชี้ทางกับผู้เดินทางไม่ให้หลงทาง   เหมือนจุดประทีปเอาไว้ในที่มืด  ประทีปที่จุดไว้ในที่มืดสามารถทำให้ผู้เดินทางได้เห็นอย่างแจ่มชัด   ไม่สะดุดและไม่เดินชนสิ่งกีดขวาง  ชีวิตจะได้ราบรื่น  เมื่อพระศาสดาอุบัติเกิดขึ้น  ฝูงชนเป็นอันมากพากันแซ่ซ้องสาธุ ตั้งแต่ราชามหากษัตริย์  ถึงยาจกยากจนแสนเข็ญ  รวมถึงสัตว์โลกทั้งหลาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2009, 11:16:21 AM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:40:14 AM »

2. พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบิน



ก่อนที่พระนางสิริมหามายาจะทรงครรภ์ราชโอรสผู้มีบุญญาธิการเป็นพระศาสดาเอกของโลกนั้น  ได้ทรงพระสุบินไปว่า  ได้ประทับอยู่ในสวนป่าที่สวยงาม  และมีช้างตัวหนึ่งเยื้องย่างนำดอกบัวมาให้  เมื่อพระนางรับดอกบัวไว้แล้วก็ตื่นขึ้น  รู้สึกได้ว่าตั้งครรภ์
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:50:47 AM »

3. ชวนพระสวามีรักษาอุโบสถศีล



เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงครรภ์แล้ว ก็รู้ตัวว่าจะต้องทำความดีเพื่อลูกในท้อง จึงได้ชักชวนพระเจ้าสุทโธทนะว่า เสด็จพี่ ตอนนี้น้องมีท้องแล้ว อยากจะให้ลูกในท้องนี่มีศีลธรรมโดยสายเลือด ฉะนั้น เราควรจะต้องแวดล้อมด้วยการมีคุณธรรมกัน ช่วยกันถือศีล งดเว้นประเวณี ถืออุโบสถศีล เพื่อจะได้ลูกในท้องที่มีคุณธรรมมาเกิด ว่านอนสอนง่าย พระนางได้ชวนพระสวามี พระเจ้าสุทโธทนะก็ยินดีปรีดาจะร่วมรักษาศีลอุโบนถเพื่อแวดล้อมพระราชโอรสให้มีคุณงามความดีมาเกิด ผู้หญิงสมัยก่อนนี้ส่วนใหญ่เมื่อตั้งครรภ์ มักจะชวนสามีทำความดี อาตมาจึงขอเตือนว่า พ่อแม่นี่ควรจะทำแต่สิ่งที่ดีงาม ให้ซึมซาบเข้าไปในสายเลือด จะได้ลูกดี ๆ มาเกิด
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:52:50 AM »

4. คลอดพระราชโอรส



พระราชโอรสได้คลอดแล้วที่สวนป่าลุมพินีวัน เพราะเดินทางผ่านมาเพื่อที่จะไปคลอดที่บ้านพ่อแม่ของตน เป็นไปตามประเพณี พระพุทธเจ้าตอนที่เป็นพระราชโอรสนั่นมาคลอดที่สวนป่าลุมพินีวัน ตรงนี้ก็น่าคิดที่ว่า พระพุทธเจ้าเป็นลูกกษัตริย์ แทนที่จะประสูติอยู่บนปราสาทบนราชวัง กลับมาประสูติอยู่ที่พื้นดิน และพระพุทธเจ้าก็ใช้ชีวิตอยู่ตามพื้นดิน ประสูติก็ที่พื้นดิน ตรัสรู้ก็ที่พื้นดิน สอนสาวกตามพื้นดิน นิพพานที่พื้นดิน 
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:53:55 AM »

5. รับพระราชโอรสกลับพระนคร



เมื่อได้ทราบข่าวพระราชโอรสคลอดยู่ในป่า พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระราชบิดาก็จัดขบวนช้างขบวนม้ามารับพระราชโอรสกลับพระนคร นี่คนดีมีบุญญาธิการมาเกิดจะเกิดในป่าในดง เขาก็เอาม้าเอารถมารับกลับพระนคร ส่วนคนที่มีเศษบาปเศษกรรมมาเกิดเขากลับเอาถังขยะเข้าไปรับ หรือรีดใส่โถส้วม ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด

     ฉะนั้น บุญญาธิการเราควรจะสรรค์สร้าง อย่าดูถูกเรื่อบาปเรื่องกรรม เรื่องเศษบุญเศษบาป เศษกรรมกันนัก ควรจะสร้างสมเอาไว้ ถ้าเราชื่อบาป เชื่อกรรม และตั้งใจทำแต่กรรมดี ชาตินี้เราก็ชื่นอกชื่นใจ เป็นคนสบายใจตลอดชีวิต

บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:55:10 AM »

6. อสิตดาบสเยี่ยมพระราชโอรส



เมื่อพระราชโอรสกลับมายังพระราชวังแล้ว ปรากฏว่าอสิตดาบสก็ได้เข้าเยี่ยม เมื่อพบพระราชโอรสผู้มีลักษณะบุญญาธิการ อสิตดาบนถึงกับทรุดตัวลงกราบ ทำให้พระเจ้าสุทโธทนะถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด เพราะอสิตดาบสนั้นเป็นที่เคารพของพระเจ้าสุทโธทนะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นอสิตดาบสก้มลงกราบพระโอรสของตนก็แปลกพระทัยยิ่งนักจึงได้ตรัสถามอสิตดาบส ท่านอสิตดาบสก็บอกว่า? อย่าได้แปลกใจเลย บุญญาธิการของพระราชโอรสผู้นี้น่ะมากมายกว่าอาตมานัก ทำไมจะไหว้ไม่ได้

     ได้ยินอสิตดาบสกล่าวเช่นนั้น พระเจ้าสุทโธทนะพระราชบิดา จึงกราบพระราชโอรสตามท่านอสิตดาบส

บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:56:35 AM »

7. พราหมณ์ทำนายพระลักษณะ



ต่อมาปรากฏว่า มีพราหมณ์จำนวน 8 คนด้วยกัน เข้ามาทำนายพระลักษณะของพระราชโอรส พราหมณ์ทั้ง 7 คน ยกสองนิ้ว มีแต่เพียงพราหมณ์หนุ่มผมดำเท่านั้นที่ยกขึ้นนิ้วเดียว จึงมีนัยยะว่า พราหมณ์ที่ยกสองนิ้วทำนายเป็นสองนัยว่า? ถ้าออกบวชก็จะเป็นศาสดาเอกของโลก และถ้าไม่ได้ออกบวชอยู่เป็นกษัตริย์จะได้เป็นจักรพรรดิราช

    ส่วนพราหมณ์หนุ่มผมดำผู้นั้นซึ่งยกขึ้นนิ้วเดียว ทำนายเป็นนัยเดียวว่า?พระราชโอรสผู้นี้จะต้องออกบวชอย่างแน่นอน พราหมณ์หนุ่มผู้นี้ที่ทำนายเป็นนัยเดียวนี้มีชื่อว่าอัญญาโกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ซึ่งต่อมาได้บรรลุดวงตาเห็นธรรมเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:57:39 AM »

8. พระมารดาสิ้นพระชนม์



ต่อมาพระมารดา พระนางสิริมหามายาก็ถึงแก่ทิวงคตสิ้นพระชนม์ไป พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระราชบิดา จึงได้จัดการแสวงหานางนมมาเลี้ยงดูพระราชโอรสต่อไป ผู้เลี้ยงพระราชโอรสนี้ให้แก่พระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นน้าสาวของพระพุทธเจ้า และเป็นน้องสาวของพระมารดา

    ต่อมา พระนางปชาบดีได้เป็นมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะอีก แล้วก็ปรากฏว่าเป็นเหตุให้มีพระราชโอรสธิดาอีกสองคน เป็นหญิงหนึ่งคน ชายหนึ่งคน ชื่อ รูปนันทา และนันทะ แต่ปรากฎว่าพระราชโอรสสิทธัตถะได้สร้างความน่ารักน่าเลื่อมใส จึงทำให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงนี่รักมากกว่าลูกตัวด้วยซ้ำ

บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 09:58:46 AM »

9. ความรักของพระบิดา



ต่อมา พระราชโอรสอายุได้สัก 2 ขวบ พระเจ้าสุทโธทนะก็พยายามที่จะให้พระราชโอรสมีความรื่นเริงบันเทิงใจ จึงพยายามหานางสนมที่มีหน้าตาแปลก ๆ จมูกโด่ง ๆ คางยื่น ๆ มาหยอกเล่นให้สบายพระทัย แทนที่พระราชโอรสจะสนุกสนานรื่นเริงเหมือนเด็กทั่วไป ได้พูดถามกับพวกเหล่านางสนมหญิงนั้นว่า พี่หญิง? ที่มาหยอกเล่นให้น้องมีความสนุกเหน็ดเหนื่อยกันบ้างไหม พี่หญิงก็บอกว่า เหนื่อยมากเพคะ เท่านั้นเอง พระราชโอรสจึงพูดกับพี่หญิงว่า ถ้าต้องเหน็ดเหนื่อยก็หยุดไปเถอะ เราน่ะไม่อยากแสวงหาความสนุกบนความทุกข์ของผู้อื่นหรอก นี่ พระราชโอรสมีน้ำพระทัยเมตตามาแต่เล็กแต่น้อย พวกพี่หญิงเหล่านั้นก็ปลื้มใจในคุณงามความมีน้ำใจอันเมตตาของพระราชโอรสผู้นี้ยิ่งนัก
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:00:34 AM »

10. ศึกษาศิลปวิทยาต่าง ๆ



เมื่อพระราชโอรสอายุประมาณ 7 ขวบ พระราชบิดาก็ปรารถนาให้ลูกมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด จึงได้แสวงหาอาจารย์ผู้มีคุณธรรมที่สามารถถ่ายทอดคุณงามความดีให้พระราชโอรส พร้อม ๆ ไปกับให้การศึกษาศิลปวิทยาต่าง ๆ ไม่เหมือนกับพ่อแม่สมัยนี้ที่ปรารถนาให้ลูกได้แต่วิชาความรู้ ไม่สนใจคุณธรรม ไม่ให้จรณะ (ความประพฤติ)

    พระอาจารย์ของพระราชโอรสท่านนี้ ก่อนจะร่ำจะเรียนจะให้ลูกศิษย์นั้นเตรียมตัวค้นคว้าวิชาการอย่างดี และงดเว้นสิ่งที่จะเป็นเหตุทำให้จิตใจของลูกศิษย์ตกต่ำ ลูกศิษย์ก็เรียนเก่งมาก สอนอะไรไปก็จำได้หมด จนกระทั่งอาจารย์ไม่มีอะไรจะสอนให้อีกแล้ว

บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:07:04 AM »

11. เห็นสัจจธรรม



เจ้าชายสิทธัตถะพระราชโอรส เริ่มเป็นหนุ่มรุ่น ๆ ขึ้นมาเรื่อยตามลำดับตามอายุขัย เพราะท่านก็มีสรีระเหมือนกับคนเราธรรมดา วันหนึ่งได้ไปนั่งดูสัตว์ ก็เห็นมดถูกกิ้งก่ากัด กิ่งก่าก็ถูกงูกัด งูถูกเหยี่ยวมาเฉี่ยวไป พระองค์มองเห็นอะไรมักจะน้อมนึกไปสู่ธรรมะเสมอ เมื่อเห็นว่าสัตว์มันเบียดเบียนกัน ก็นึกว่า โอ้ ไม่น่าจะต้องมาเบียดเบียนข่มเหงกัน ทำร้ายกัน สัตว์ใหญ่รังแกสัตว์น้อย ผู้มีอำนาจเล่นงานผู้ด้อยอำนาจ ผู้ใหญ่บ้านเล่นงานลูกบ้าน ลูกบ้านไม่รู้จะทำอะไรก็วิ่งไล่เตะหมาต่อไป อะไรอย่างนี้ตามลำดับ มักจะมีการกดขี่ข่มเหงกันก็เลยนั่งนึกว่า โอ จะทำอย่างไรให้สัตว์โลกนี้อยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีการกดขี่ข่มเหงเบียดเบียนกัน ผลาญพล่าชีวิตซึ่งกันและกันเสมอ


บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:08:06 AM »

12. พระบิดาหวั่นพระทัย



    พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระราชบิดา เริ่มเห็นอาการของเจ้าชายสิทธัตถะ มักจะมีปกติชอบสงบ พระองค์เลยทรงหวั่นพระทัย ในสมองมองนึกถึงภาพเมื่อตอนเล็ก ๆ ก็ชอบไปนั่งสงบ เช่น ตอนไปแรกนาขวัญก็นั่งสงบที่โคนต้นหว้า และนึกถึงคำทำนายของพราหมณ์หนุ่มว่า พระราชโอรสนี้มีคติอันเดียว คือจะต้องออกบวช จึงทำให้ผู้เป็นพ่อคิดหาทางออกเฮือกสุดท้ายที่จะกักขังพระราชโอรสเอาไว้ให้อยู่สืบสันตติวงศ์แห่ง
กบิลพัสดุ์ต่อไป จึงพยายามที่จะหาทางกักขังพระราชโอรสให้อยู่ครองเมืองกบิลพัสดุ์ให้จงได้
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:09:02 AM »

13. สร้างปราสาทสามฤดู



    พระเจ้าสุทโธทนะจึงทรงสั่งเหล่าเสนาอำมาตย์ข้าราชบริพารทั้งหลาย ให้จัดสร้างปราสาทที่สวยงาม เพื่อให้เป็นเครื่องล่อย้อมใจลูกชายให้ติดอยู่ พระองค์สร้างปราสาทขึ้นมาสำหรับสามฤดู 1. ปราสาทฤดูร้อน 2. ปราสาทฤดูฝน 3. ปราสาทฤดูหนาว ให้ประเล้าประโลมพระราชโอรสให้จงได้ สิ้นค่าใช้จ่ายหมดเท่าไรก็ไม่ว่า ขอเพียงแต่ให้พระราชโอรสเป็นกษัตริย์แห่งกบิลพัสดุ์เป็นใช้ได้ ซึ่งปราสาททั้งสามนั้นพระองค์ได้สั่งให้ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดาร

    แต่อนิจจาเอ๋ย? สวนทางกันเสียจริงระหว่างลูกกับพ่อ พ่อต้องการให้ลูกอยู่ในวัง ลูกต้องการที่จะออกแสวงหาสัจจธรรม เห็นรั้ววังเป็นประดุจดังคุกและตาราง
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:09:58 AM »

14. น้ำพระทัยของเจ้าชาย



   สิทธัตถะกับเทวทัตเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน วันหนึ่ง เทวทัตเอาศรยิงขึ้นไปถูกหงส์บนอากาศตกลงมา สิทธัตถะผู้มีน้ำพระทัยเมตตาเข้าไปถอนศรเยียวยารักษาจนฟื้นจึงได้เกิดอาการยื้อแย่งกัน ฝ่ายสิตธัตถะก็บอกว่าของฉันนะ ฉันช่วยมันให้ฟื้น เทวทัตก็บอกว่าของเรานะ เพราะเรายิงมัน ในที่สุดตกลงกันไม่ได้ จึงนำเรื่องไปให้พราหมณ์ผู้ใหญ่ตัดสิน พราหมณ์ก็บอกว่า ผู้ใดทำลายชีวิต ก็ไม่ควรจะเป็นเจ้าของชีวิต สิ่งที่มีชีวิตควรจะถูกได้รับความคุ้มครองจากผู้มีเมตตาปรานี เพราะฉะนั้น เมื่อต้องการให้หงส์ตัวนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปก็ควรจะให้สิทธัตถะเถอะ
บันทึกการเข้า
samarn
Global Moderator
กัลยาณมิตร ลำดับที่ 2
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 7
กระทู้: 215


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:11:04 AM »

15. อุปนิสัยของเจ้าชาย



 ภาพนี้เป็นภาพแห่งการแข่งม้าของเจ้าชายสิทธัตถะ ธรรมดาเมื่อมีแข่งขันอะไรก็ตามมักจะทรมานสัตว์เพื่อให้ตนเป็นฝ่ายชนะ เฆี่ยนตีให้มันวิ่งเร็ว ให้มันทำอะไรต่ออะไรคู่ต่อสู้อย่างเลวร้าย โดยหวังแต่จะเอาชนะลูกเดียว สิทธัตถะนั้นม้าก็มีฝีเท้าดี แต่ถ้าขืนไล่ตีให้วิ่งมันก็จะเหน็ดเหนื่อยและเจ็บปวด เจ้าชายไม่ปรารถนาเอาชัยชนะมาเป็นของตัวแล้วยื่นความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับผู้อื่นเป็นอันขาด นี่คือนิสัยของสิทธัตถะ จึงพยายามชะลอดึงม้าเอาไว้ไม่ต้องการให้มันเหน็ดเหนื่อยเกินกำลัง ให้คนอื่นเขาคว้าชัยชนะไป

    เรื่องนี้เรามองกันให้ลึก ๆ จะเห็นว่า สิทธัตถะนั้นชนะกิเลส แต่แพ้ในการแข่งขันซึ่งเราพอจะมองเห็นได้ว่า เจ้าชายของเรามีจิตใจเมตตามากมายขนาดไหน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
พิมพ์
กระโดดไป: