KAMMATAN.COM BOARD พุทธกรรมฐาน สติปัฏฐาน4 ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา แจกCDธรรมะ พาเที่ยววัด กรุณา Login เพื่อมองเห็นกระทู้ เพิ่มขึ้น ครับธรรมมะกับมนุษย์ ปฏิปทาของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ธรรมมะจากพระสงฆ์ สุปฏิปันโน เป็นข้อคิด และแนวทาง เพื่อเป็นแรงใจในการปฏิบัติภาวนาธรรมะที่ถ่ายทอดโดย หลวงปู่จันทา ถาวโร วัดป่าเขาน้อย จ.พิจิตร
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะที่ถ่ายทอดโดย หลวงปู่จันทา ถาวโร วัดป่าเขาน้อย จ.พิจิตร  (อ่าน 4171 ครั้ง)
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 24, 2015, 11:09:20 AM »


“ชาตินี้ภพนี้จะไปพระนิพพานตามพระพุทธเจ้าได้ไหม ?”

“แล้วแต่เหตุปัจจัยนะ”

“อะไรคือเหตุ อะไรคือปัจจัย?”

“เหตุ คือ การประพฤติปฏิบัติสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน เดินยืนนั่ง
พิจารณาธาตุขันธ์น้อมลงสู่ไตรลักษณ์เห็นแจ้งประจักษ์อย่างนั้น นี่เรียกว่า การประกอบเหตุดี”

“ปัจจัย ได้แก่ บุญกุศลแต่ชาติปางก่อนโน้น ถ้ามันสมดุลกันแล้วก็ไปได้
บุญกุศลนั้นจะเป็นเครื่องตัดกระแสของสงสารไปได้”

“ถ้าปัจจัยเต็มแล้ว แต่ขาดเหตุ ก็ไปไม่ได้ หรือว่า เหตุพร้อมแล้ว แต่ขาดปัจจัย ก็ไปไม่ได้เช่นกัน
ฉะนั้น มันต้องพร้อมมูลทั้งสองอย่างมันจึงจะไปได้ นั่นแหละ ไม่ต้องสงสัย”

“แต่ถึงจะไปได้หรือไม่ได้ก็ตามที ก็อย่าได้หวั่นไหวในการประพฤติปฏิบัติศาสนธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
ไม่ว่าจะทำน้อยหรือมากก็เป็นบุญเป็นกุศลเป็นนิสัยเป็นปัจจัยทั้งนั้น”

หลวงปู่จันทา ถาวโร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2016, 08:41:35 AM โดย golfreeze » บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 24, 2015, 11:11:17 AM »

"นักปราชญ์เจ้าทั้งหลาย ก็รีบเร่งฉวยโอกาส
เจริญสมณธรรมอยู่เป็นนิจ ไม่หวั่นไหวในชีวิตสังขาร
กลัวย่านอยู่ทั้งวันคืน ตื่นเต้นตระหนกตกใจอยู่อย่างนั้น
เพราะภัยใหญ่นี้ ไหน ๆ ก็หนีไปไม่พ้นเสียแล้ว
สิ่งที่ไปพ้นนั้น ก็มีแต่การเจริญสมณธรรมเท่านั้น"
หลวงปู่จันทา ถาวโร
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 24, 2015, 11:14:16 AM »



ความรู้คือแสงเทียน ความเพียรคือเข็มทิศ
สู้ซะอย่าง ความหวังยังมี
สู้ประพฤติ สู้ปฏิบัติ สู้กระทำ เอาให้ได้
ความหวังของเราอะไรเล่า
หวังอยากรู้ธรรมะของจริง
หวังอยากพ้นไปจากกิเลสข้าศึกใหญ่
หวังอยากรู้ธรรม เห็นธรรม เราต้องสู้
นี่แหละ รู้อื่นหมื่นแสน ยังไม่ประเสริฐเท่ารู้ตน
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้รู้ตน

หลวงปู่จันทา ถาวโร
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2015, 08:43:30 AM »



สงสัยมรรคผล

สมัยหนึ่งหลวงปู่ไปทำความเพียรที่วัดแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
หลวงปู่เล่าให้ฟังว่า
ที่นี่ผมเองก็ยังไม่สิ้นสงสัยดอก ฟังแต่คำพูดของครูบาอาจารย์แล้ว ก็ฟังแล้วฟังเล่า
บางองค์ก็ถูกจริตจิตใจดี บางองค์ก็ไม่ถูกจริตจิตใจ แล้วก็สงสัยไม่รอดไม่แล้ว
จะมีหรือไม่หนอ บุญกุศลมรรคผลธรรมวิเศษนั้น หรือหมดเขตหมดสมัยแล้ว
ผมเองก็สงสัยอย่างนั้้น ไม่สิ้นสงสัยลงได้ ต่อเมื่อจะตัดความสงสัยลงได้ว่า บุญมี บาปมี นรก สวรรค์ นิพพานมี
ยังมีอยู่ ไม่ขาดไปจากศาสนาพุทธ ไม่ขาดไปจากโลก สำหรับผู้ปฏิบัติจะต้องได้รู้ได้เห็น และ ได้ดื่มรสของความสงบนั้น แล้วจะสิ้นความสงสัย
ผมก็เลยตั้งใจ อธิษฐานใจมั่น ถ้าบุญวาสนาส่ง ที่ได้ประพฤติปฏิบัติมาแต่ภพก่อนและชาตินี้ประกอบกันเข้า
ก็ขอจงให้เห็นเป็นไป จะได้สิ้นสงสัย จะทำความเพียรบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เพื่อว่าจะได้แลกเปลี่ยนเอาซึ่งบุญกุศลมรรคผลเท่าที่ควรนั้น ขอจงเป็นไป
ก็เลยตั้งสัตย์ ๖ วัน ๖ คืน จะไม่นอน ใน ๖ วัน ๖ คืนนี้ จะฉันมื้อเดียวเท่านั้นคือ วันที่ ๔ ฉัน ๕ คำ
แล้วก็หยุด เรื่องการทำความเพียรนั้น ยืน เดิน นั่ง ทั้งกลางวันกลางคืน

พอถึงวันถ้วน ๖ จบแล้ว การตั้งสัตย์ทำความเพียร ก็เลยนอนพักผ่อนก็วางความอยาก อยากรู้ อยากเห็น
อยากโน้นอยากนี้ จะมีหรือไม่ วางหมด ไม่ยึด ถึง ๖ วัน ๖ คืน แล้วก็คงจะไม่มีหรอกนะ พอวางความอยากเท่านั้นแหละ จิตก็สงบพั๊บ
จิตสงบพั๊บนั้น จะเป็นขั้น ขนิกสมาธินี่แหละ แต่ก็ไม่รู้ดอก เพราะไม่ได้ศึกษา เล่าเรียนตรี โท เอก เอากำปั้นไถไปเลยบวชมานี่
พอจิตสงบเท่านั้นแหละ แขนขวานี่ก็แตกเลย หนังแตกตั้งแต่สุดปลายมือไปถึงแขนศอก
กระดูกขาดเสียก(แทงทะลุหนัง)ขึ้นมาเลย เพ่อเว่อขึ้นมาเลยกระดูกนั้น
"อันนี้มันอะไรเล่า?"
"นี่แหละเริ่มแรกจะเกิด อสุภกรรมฐาน มรณกรรมฐานของร่างกายนี้นั้น ขั้นแรกแต่ต้องศึกษาให้รู้
อันนี้เป็นผลของการปฏิบัติให้ผลเป็นอย่างนี้ แล้วก็จงอย่าได้สงสัยในธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น
จะเกิดมีขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติแล้วก็ไม่มี"พูดมาอย่างนั้น
"ใครเล่าเป็นคนพูด?"
พระธรรมเป็นคนพูด...!

แต่กาลนั้น ผมก็รีบร้อนไปก่อน โลดโผนไปเลย ก็เลยดวงจิตผมนี่นั้น ออกจากร่างกาย ร่างกายนอนอยู่
ก็เลยจับเอามีดแหลมคมกริบมาพร้อม จะเอามาจากไหนไม่ทราบ นึกว่ามีก็มีเลย ก็เลยเอามีดปาดหนัง
แล่หนัง ลอกเข้าไปถึงปลายปาดหมดทั้งขา ๒ ขา แขน ๒ แขน ลอกออกหมด มีแต่หนังหุ้มอยู่
แล้วก็ปาดเข้าถึงศรีษะ ศรีษะก็ลอกหมด ไปติดอยู่ที่ตา ดึงก็ไม่ขาด ติดอยู่ที่ตานี่ ตานี่เหนียวแน่น
ถ้าเอามีดมาปาดก็คงจะขาดออกหมด
เมื่อดึงออกไม่ขาดก็เลยวาง หนังนั้นก็รีบรุดหุ้มห่อกายเข้าทั้งหมดทุกอย่างดีตามสภาพเดิม
ดวงจิตนั้นก็เข้าในกายพั้บไปสู่ภพเก่าที่มาถือปฏิสนธิในครรภ์มารดา นั่นแหละ เป็นภพของจิต
สถานที่จิตอยู่นั้น เมื่อไปอยู่นั้นเป็นอย่างไรเล่า ธรรมที่เกิดขึ้นนี้เป็นธรรมอะไร กำหนดถาม
ก็พูดขึ้นมาอีกว่า ความสงบนั้น เป็นผลของการปฏิบัติเดินจงกรม ยืนภาวนา
อดนอนผ่อนอาหาร ๖ วัน ๖ คืน ยืน เดิน นั่ง นี่ ผลเกิดขึ้น จากเหตุคือการปฏิบัตินั้น ฉะนั้น
จงตกลงใจเสีย อย่าเพิ่งสงสัย ถ้าสงสัยลังเลแล้วก็ไม่เป็นไป เป็นเหตุให้เก้อเขินและเป็นเหตุให้กีดขวางชั่งตวงจิต ไม่ตกลงการปฏิบัติได้

หนังสือชีวประวัติหลวงปู่จันทา ถาวโร
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 06, 2016, 11:30:28 AM »

อุปัชฌาย์อาจารย์สอนแล้วสอนเล่า มองดูโลกคือหมู่สัตว์ มันเหมือนกันไหมเล่า สูงต่ำ ดำขาว จนมี ดีชั่ว ฉลาดโง่เขลาเบาปัญญา นั่นแหละ มันไม่เหมือนกัน เพราะเหตุใดจึงไม่เหมือนกัน เพราะกรรมดีกรรมชั่ว เป็นผู้ตกแต่งโลกคือหมู่สัตว์นั้นให้ต่างกัน
กัมมุนา วัตตะตี โลโก โลกคือหมู่สัตว์ กรรมย่อมจำแนกตกแต่งให้ฉลาดโง่เขลา เบาปัญญา อายุสั้นพลันตายหรืออายุยืนยาว ไม่เหมือนกัน ร่ำรวย สวย จน ก็ไม่เหมือนกัน เพราะกรรมเป็นผู้ตกแต่งให้ ไม่ใช่สิ่งใดดอกที่จะตกแต่งให้ มีแต่กรรมเท่านั้น
กรรมดี กรรมชั่ว นั่นแหละ ที่ตกแต่งให้โลกได้แก่สัตว์ทั้งหลายนี้ไม่เหมือนกัน ถ้ากรรมดีมีแล้ว ก็ได้ดั่งใจหมาย จะทำไร่ทำนาก็เจริญ ค้าขายก็เจริญ ศึกษาเล่าเรียนก็เจริญ ทันสมัยเขา เป็นเจ้าเป็นนาย ฉลาดมีสติปัญญาดี เพราะบุญเป็นเครื่องเสริม นั่นแหละ ถ้าบุญไม่มีแล้ว จะทำอะไรก็ล้าสมัยเขา ผลสุดท้ายก็ บ่าแบกหลังหนุน น้ำเหงื่อไหลไคลย้อย ทุกข์จนค่นแค้นแสนกันดาร ทำงานวันยังค่ำก็ไม่พอกิน
...หลวงปู่จันทา ถาวโร...
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
golfreeze
ขอนอบน้อมในธรรมของ องค์พระพุทธเจ้า
Administrator
สุดยอดกัลยาณมิตร
*****

ได้รับการอนุโมทนาบุญ : 67
กระทู้: 3597


golfreeze@packetlove.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2016, 08:42:25 AM »

หลวงปู่จันทา ถาวโร...อุทิศส่วนบุญให้แม่ แม่ก็พ้นจากนรกมืด..
ตั้งแต่ออกบวช ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ก็ตั้งใจบำเพ็ญบุญไม่ลดละ เดินจงกรม ยืนภาวนา
ไหว้พระสวดมนต์ เสร็จแล้ว ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม ก็อุทิศส่วนกุศลไปให้แม่ผู้บังเกิดเกล้าทุกวัน

“ปุญญัง อุททิสสะ ทานัง สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ ขอบุญจงไปช่วยเหลือแม่ของข้าพเจ้านะ
ชื่อว่า นางเลี่ยม ชมภูวิเศษ ดวงจิตเขานั้นไปสิงสถิตอยู่สถานที่ใด ไกลหรือใกล้นั้น ขอบุญจงไปช่วยเหลือ ให้พ้นจากทุกข์นั้น”
นั่นแหละ ก็อุทิศส่วนบุญไปให้อย่างนั้น จนกระทั่งอายุพรรษาล่วงมาได้ ๒๕ พรรษา
แม่ก็พ้นจากนรกมืดมาเกิดกับหลานสาว พออายุ ๒ ปี ก็พูดจาได้ความรู้เรื่อง

แม่ยายเขาเรียกใช้ “อีหล้า ไปหยิบของมาให้แม่หน่อย”
“มึงอย่ามาเรียกกู อีหล้า กูเป็นแม่มึงนะ”
“เป็นแม่ได้อย่างไร เพิ่งเกิดมาได้ ๒ ปี”
“สมบัติร่างกายนี้ไม่ใช่แม่หรอก เป็นหลาน แต่ว่าใจของฉันนั้นเป็นแม่ของพวกท่าน”
นั่นแหละ เขาก็เลยมานิมนต์ให้ไปซักไซ้ไต่ถามดู ก็เลยได้ความว่า เคยเป็นแม่ในชาติก่อน เมื่อถามว่า เป็นแม่นั้น มีบุตรกี่คน
เขาก็ตอบได้ว่า มีบุตร ๖ คน คนที่ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, และ ๖ เขาก็ไล่ชื่อเสียงเรียงนามได้ทั้งหมด รวมทั้งสามี ภรรยา ญาติมิตรสายโลหิต ปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อนบ้าน เขาบอกได้ถูกต้องทุกอย่าง ตลอดจนเรื่องเรือกสวนไร่นานั้น ก็บอกได้ถูกต้อง รวมทั้งหลักฐาน เครื่องหมายต่างๆ ก็บอกได้ ไม่ผิด
แต่แล้วก็ยังไม่ลงเอยกันนะ จึงได้ถามเขาต่อไปอีกว่า

“หลวงพ่อ คิดถึงเจ้านั่นแหละ จึงได้ออกบวช แล้วอุทิศส่วนบุญไปให้ ได้รับหรือไม่ ?”
เขาว่า “ได้รับ ได้รับแต่ตอนกลางคืน ๕ ทุ่ม ได้รับทุกคืน แต่ตอนเช้าไม่ได้รับ ไปอยู่ที่ไหนเล่า ?”
เขาต่อว่ากลับมาอีก

“โอ๋.....ตอนเช้าหลวงพ่อ ทำบุญน้อย พอตี ๒ ก็ลุกขึ้นมาทุกวันแล้วนั่งสมาธิตั้งแต่นั้นไป จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันใหม่
แล้วก็สวดมนต์ทำวัตรเช้า จากนั้นก็ไปทำกิจวัตร จึงไม่ได้อุทิศส่วนบุญไปให้ อุทิศให้เฉพาะตอนเย็น
เพราะตอนเย็นเดินจงกรมตั้งแต่ ๖ โมงเย็นไปจนถึง ๕ ทุ่ม ทุกวัน แล้วก็หยุดยืน นั่งสมาธิ ไหว้พระ สวดมนต์
อุทิศส่วนบุญไปให้ เพราะตอนเย็นนั้น ได้บำเพ็ญบุญมาก”
เขาว่า “ถ้าได้ทั้งเช้าและเย็น ก็คงจะพ้นจากนรกมืดได้ เร็วกว่านี้”
ก็ถามเขาต่อไปว่า ”ไปอยู่นรกมืดนั้นเป็นอย่างไร ?”
เขาก็ว่า “เมื่อขาดใจแล้ว นายนิริยบาลมาคุมตัวไปฝากไว้ในนรกมืด ไม่มีแสงสว่างเลย มืดทั้งวัน ทั้งคืน ไม่ได้เห็นแสงพระอาทิตย์ พระจันทร์เลย”
“ในนรกมีคนมากเท่าไร ?”
“โอ๋.....ดวงวิญญาณในนรกมืดนั้นแน่นขนัด อัดแอกันอยู่เหมือนข้าวสารยัดกระสอบนั่นแหละ”
ทีนี้เมื่อพวกท่านอุทิศส่วนบุญไปให้ จ่ายมบาลก็ว่า “นางเลี่ยม ชมภูวิเศษ จงมารับเอาส่วนบุญ ที่ลูกบวชในศาสนาอุทิศมาให้ทุกวันคืน”
นั่นแหละ ฉันก็ดีใจ เมื่อรับเอาบุญทุกวันคืน ตั้งแต่ปี ๒๔๙๐ ไปถึง ๒๕ พรรษา ก็เลยพ้นจากกรรมชั่วช้าลามกทั้งหลายทั้งปวงนั้น มาอยู่เหนืออำนาจการบังคับของจ่ายมบาล เพราะอำนาจของบุญนั้นตัดกระแสของบาปกรรมในนรกออกได้ เขาก็เลยปล่อยไปตามเรื่อง หมดกรรมเวรแล้ว ขอแม่เจ้าจงไปตามเรื่องเถิดจงไปเกิดที่เมืองมนุษย์ แล้วเขาก็เปิดประตูเหล็กให้ เสียงประตูดังสนั่นเหมือนฟ้าร้อง ได้เห็นแสงพระอาทิตย์สว่างจ้าก็ดีใจ แล้วก็หันหน้าไปร้องบอกลาพวกที่ยังอยู่ในนรกว่า
“พี่น้องทั้งหลาย ฉันขอลาไปเกิดเมืองมนุษย์ก่อนนะ” พวกที่เหลืออยู่ก็ร้องไห้กันสนั่นหวั่นไหว
เหมือนอึ่งอ่างในฤดูฝน ไปไหนไม่ได้ เพราะบาปกรรมรึงรัดผูกมัดไว้กับสถานที่นั้น บาปไม่อนุญาตให้ไป เพราะยังไม่หมดเขตเวรกรรม
จากนั้น จ่ายมบาลก็ว่า ”ขอให้ไปดี โชคแม่มีแล้ว เพราะได้ลูกเป็นนักปราชญ์ชาติเมธี ใจดีมีศีลธรรม
ออกบวชบำเพ็ญบุญ ส่งมาให้ก็ดีมาก นับว่าหาได้ยากในโลกนี้”
นั่นแหละ ก็เห็นอำนาจของการบวชบำเพ็ญบุญอุทิศส่วนบุญไปให้ แม่ไปตกนรกมืด
บุญก็ไปช่วยเหลือให้มาเกิดในตระกูลเดิมได้ ก็หมดความห่วงใยอาลัยแล้ว ได้เห็นผลประจักษ์อย่างนั้น

หลวงปู่จันทา ถาวโร
วัดป่าเขาน้อย ต.วังทรายพูน อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร
บันทึกการเข้า

เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าให้ย้ำอยู่ที่เดิม หาทางปฏิบัติเจริญปัญญา เพื่อเดินไปข้างหน้า เพื่อบรมสุขตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เที่ยวอุบล | ทัวร์พม่า | JR Pass
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: